การปลูกให้ขายได้ตลอด ปลูกผักหวานแซมไม้พี่เลี้ยง ขายได้หลายชนิดไม่ล้นตลาด

0
1137

คุณทองคำ พิลากรณ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอบรบือ ผู้เพาะปลูกผักหวานป่า ในพื้นที่ บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 5 บ้านเปลือย ตำบลหนองโก อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคามเล่าว่า ส่วนตัวแล้วทำอาชีพรับราชการในสำนักงานเกษตร อีกทั้งเป็นเกษตรกรทำไร่มันสำปะหลังและทำนามาจนถึงปัจจุบัน

วิธีตินผักหวานสำหรับปลูก

https://www.facebook.com/1700842500136661/videos/667796787248336/

คุณทองคำ เริ่มต้นปลูกผักหวานป่า ในพื้นที่ 1 ไร่ จำนวน 200 หลุม ปัจจุบันขย ายพื้นที่เป็น 2 ไร่แล้ว และยังสร้างเครือข่าย ให้ความรู้กับเพื่อนบ้านผู้ที่สนใจอย ากสร้างรายได้จากการปลูกผักหวานป่า

การเลือกเ ม ล็ ด

เ ม ล็ ดผักหวานป่าที่คุณทองคำเลือกซื้อจากอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรีนั้น เป็นเ ม ล็ ดที่กะเทาะเปลือก และล้างทำความสะอาดด้วยเ ชื้ อจุ ลิ น ท รี ย์ไตรโคเดอร์มาแล้ว

เพื่อกำจัดเ ชื้ อ s าป้องกันเ ม ล็ ดเ u่ าเสีย ราคาเ ม ล็ ดพั น ธุ์ที่กะเทาะเปลือก ขายเป็นเ ม ล็ ด เ ม ล็ ดละ 3 บาท ไม่กะเทาะเปลือก ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 300-400 บาท

วิธีการเพาะเ ม ล็ ด

เมื่อมีเ ม ล็ ดพั น ธุ์ ให้นำมาล้าง ผึ่งให้แห้งในที่ร่ม ประมาณ 1-2 วัน จากนั้นนำผ้าหรือกระสอบป่านชุบน้ำให้เปียกนำมาคลุมเ ม ล็ ดพั น ธุ์ไว้ ประมาณ 7-10 วัน เ ม ล็ ดจะแตก แต่ก็ยังไม่มีต้นอ่อน เ นื่ องจากต้นผักหวานป่าจะงอกช้ามาก ไม่ต้องรอต้นอ่อนงอก เพียงแค่ให้เ ม ล็ ดแตกก็สามารถนำลงดินที่เตรียมไว้ได้เลย

ก่อนที่จะนำเ ม ล็ ดพั น ธุ์ลงดิน ต้องเตรียมพื้นที่ปลูกก่อน ด้วยการขุดหลุม ขนาด30×30 เซนติเมตร แล้วนำดินผสมกับปุ๋ยคอกเก่า ที่ทิ้งไว้ประมาณ 1 ปี ในอัตรา 1:1 ส่วน

ก่อนที่จะนำเ ม ล็ ดลงดิน จะใช้เหล็กเส้น ขนาด 6 หุน ย าว 1 ศอก แทงลงในดินที่ขุดหลุมไว้ เพื่อเป็นเส้นทางให้รากของผักหวานลงไปในดินโดยง่าย วางเ ม ล็ ดผักหวานแนวขวางและให้เ ม ล็ ดโผล่อยู่เหนือดินครึ่งเ ม ล็ ด

ผักหวาน เป็นพืชที่จะหยั่งรากลงดินก่อนโดยที่ยังไม่มีต้นอ่อน หลังจากหยั่งรากลงดินประมาณ 1 เดือน จึงจะเริ่มแตกต้นอ่อนให้เห็น ช่วงเวลาระหว่างรอต้นอ่อนแตกยอดออกมา

ดูแลรักษาและให้น้ำ

คุณทองคำป้องกันด้วยการนำขวดพลาสติกตัดหัวท้ายให้เป็นรูปทรงกระบอกนำมาครอบเพื่อเป็นการล้อมต้นอ่อนผักหวานไว้ เมื่อต้นอ่อนมีความสูง ประมาณ 1 คืบ

จึงสามารถนำขวดน้ำออกได้และปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติผักหวานเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อยมาก จะให้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เท่านั้น ในฤดูแล้ง ที่แล้งจัดให้น้ำ 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ส่วนในฤดูฝนจะไม่ให้น้ำเลย

การให้ปุ๋ย

การให้ปุ๋ย จะใช้ปุ๋ยคอกมูลสั n ว์ ปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชี ว ภ า พเท่านั้น เริ่มใช้มูลสัตว์ในการผสมกับดินใส่หลุมปลูก ในช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงเตรียมการให้ผลผลิตจะโรยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักบริเวณรอบโคนต้น

และบำรุงใบไปด้วย ด้วยการฉีดน้ำหมักชี ว ภ า พผสมน้ำ ในอัตรา 1:200 ส่วนช่วยทำให้ใบเขียว นอกจากนี้ จุ ลิ น ท รี ย์ที่อยู่ในน้ำหมักจะช่วยย่อยสลายปุ๋ยคอกที่โคนต้นอีกด้วย

หลังจากที่ต้นเติบโต อายุได้ประมาณ 2 ปี จะให้ปุ๋ยมูลสั n ว์ 2 ครั้ง ต่อปี คือช่วงต้นฝนและปลายฝนและฉีดน้ำหมักอีกเดือนละ 1 ครั้ง แต่การให้ปุ๋ยสำหรับต้นผักหวานป่าก็มีข้อยกเว้นเช่นกัน

คือห้ามใส่ปุ๋ยในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต จะให้ก่อนหน้าในช่วงต้นและปลายฝนเท่านั้นซึ่งอายุของต้นผักหวานที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้คือ อายุตั้งแต่ 2-3 ปี ขึ้นไป

ก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต จะต้องตัดแต่งกิ่ง โดยคุณทองคำจะใช้วิธีการหักกิ่งด้วยมือเปล่าโดยหักช่วงปลายยอดของกิ่งทิ้ง ประมาณ 10-15 เซนติเมตรสามารถหักได้ทั้งกิ่งตรงและกิ่งแขนง

จากนั้นลิดใบออกให้เหลือกิ่งละประมาณ 3-4 ใบ เท่านั้น หลังจากนั้น ประมาณ 2 สัปดาห์ ผักหวานจะเริ่มแตกยอดใหม่อีกประมาณ 1 เดือน ก็สามารถเก็บยอดผักหวานจำหน่ายได้

การเก็บยอด ต้องเลือกยอดที่มีขนาดมาตรฐานที่ส่งขายกันความย าวจะอยู่ที่ 1 ฟุต สามารถเก็บได้ทั้งปี ช่วงที่ผักหวานให้ผลผลิตตามธรรมชาติคือช่วงปลายเดือนมกราคมถึงสิ้นเดือนเมษายนคุณทองคำ กล่าว

ราคาขายผักหวานจะขึ้นอยู่กับว่าผลผลิตออกมาในช่วงนอกหรือในฤดู ราคาขายส่งในฤดู อยู่ที่กิโลกรัมละ 150 บาท ขายปลีกกิโลกรัมละ 200 บาท หากขายนอกฤดูราคาจะเพิ่มขึ้นอีก 50 บาท

คือขายส่งอยู่ที่ 200 บาท ต่อกิโลกรัมและขายปลีก 250 บาท ต่อกิโลกรัมโดยการขายส่งจะมีแม่ค้ามารับถึงที่มีทั้งเจ้าประจำและขาจรเป็นรายได้ที่หาได้ตลอดทั้งปี

เทคนิคการปลูกเพื่อผลผลิตที่ดี

คุณทองคำ เล่าว่าเทคนิคสำคัญในการปลูกผักหวานให้มีคุณภาพ และต้นแข็งแรงให้ผลผลิตดีอยู่ที่การแซมต้นไม้พี่เลี้ยงหรือไม้ที่ให้ร่มเงา

นอกจากผักหวานป่าเป็นพืชที่ไม่ต้องการแดดมาก ผักหวานต้องการแสงแดดเพียง 30% เท่านั้น พืชพี่เลี้ยงจึงเป็นประโยชน์ในการให้ร่มเงา

ในกรณีที่ไม้พี่เลี้ยงยังไม่โตพอที่จะให้ร่มเงากับผักหวานได้ ให้ใช้ซาแรนคลุมต้นผักหวานไปก่อน เป็นการช่วยลดแสงไม่ให้กระทบกับต้นผักหวานโดยตรง

ไม้พี่เลี้ยงที่ คุณทองคำเลือกปลูก ได้แก่แคบ้าน มะขามเทศและตะขบ ซึ่งจากการสังเกตแล้วคุณทองคำเล่าว่าผักหวานที่อยู่ใกล้กับไม้พี่เลี้ยงแคบ้านใบจะมีสีเขียวสวย สันนิษฐานว่าเ นื่ องจากแคเป็นพืชในตระกูลถั่ว ซึ่งมีจุดเด่นในการตรึงไนโตรเจน มาใช้ประโยชน์ได้นั่นเอง

แหล่งที่มา https://www.matichon.co.th

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here