โค่นต้นย า งพารา ขายไม่ได้ราคาทำเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้แบบยั่งยืน

0
770

ครูวิเชียร โค่นย างพาราทิ้ง 5 ไร่ ปลูกพืชทำนาสวนผสม ชาวบ้านหาว่าบ้า แต่ปีเดียวกลับสร้างรายได้ แบบยั่งยืน จึงตัดสินใจโค่นสวนย าง มรดกภรรย า ประมาณ 20 ไร่ เดินตามรอยพ่อจนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้

คุณครูวิเชียร ขุนเพ็ขร ครูโรงเรียนเทศบาล 1 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จบปริญญาโทจาก มหาวิทย าลัยสงขลานครินทร์ ได้หันมาทำสวนพอเพียง ที่บ้านคลองช้าง หมู่ 9 บ้านบางเหรียง อ.ควนเนียง บนเนื้อที่ 20 ไร่

ทั้งนี้ ด้านหน้าซ้ายมือ มีป้ายแปลงสาธิตเกษตรน้ำ น้อยด้วยบาดาล ปลูกพืชชนิดต่างๆ อย่างเป็นสัดส่วนเขียวขจี โดยปลูกต้นกล้วย ต้นสละพันอินโด มะละกอ ต้นหมากและเลี้ยงตัวชันโรง แปลงปลูกข้าวไรซ์เบอรรี่ พร้อมพืชผักสวนครัวทุกชนิด เก็บขายได้ทุกวัน สร้างรายได้ให้แม่บ้าน อดีตข้าราชการที่ลาออกมาเป็นแม่ค้า ทำรายได้เป็นเงิน 2-3 หมื่นบาทต่อดือน ส่วนใหญ่นำไปขายที่ตลาดใกล้บ้าน และที่ตลาดน้ำบางเหรียง ในนามกลุ่มเกษตรกรบางกล่ำ พร้อมได้ทานพืชผักปลอดสารของตัวเอง

ครูวิเชียร เปิดเผยว่าตนได้ติดตามพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ผ่านมาปลูกย างพารามาโดยตลอด ปรากฏว่าราคาไม่แน่นอนแต่ละเดือนกรีดได้ไม่กี่ครั้ง จึงปรึกษาภรรย าว่าขอโค่นต้นย างทิ้ง หันมาปลูกพืชสวนผสมและอย ากทำความดีถวายในหลวง จึงทดลองทำในวันเสาร์อาทิตย์ ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน

ทั้งนี้ ตนจะปลูกพืชผักสวนครัว ทุกอย่างจนเพื่อนหา ว่าบ้าแต่ตนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตขายได้ทุกวัน พอครบ 1 ปี จึงโค่นสวนย าง ที่เหลืออีก 10 ไร่ ลงพืชที่สามารถทำเงินขายได้ ทุกฤดูกาล ราคาไม่ตก

แต่ยังคงเหลือย างพาราอีก 5 ไร่ไว้เปรียบเทียบรายได้พบว่าย างพารากรีด ไว้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง แทบไม่มีรายได้เลย ชาวบ้าน จึงเริ่มหันมาสนใจมาดูงาน จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ ของประชาชนทั่วไป รวมทั้งกลุ่มเกษตรกรพอเพียงจากทั่วประเทศ สร้างความภูมิใจให้กับตัวเองและเพื่อในหลวง รัชกาลที่ 9 สมความตั้งใจ

ข้อมูลจาก thairath

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here