สอนการทำน้ำหมักลูกยอ บำรุงพืชในสวน เร่งดอกเร่งผล พืชงามไว

0
654

1. ลำต้น

ยอเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 2-6 เมตร ลำต้นมีขนาดเล็ก ขนาดโตเต็มที่ 5-10 เซนติเมตร ขึ้นกับอายุ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน เปลือกลำต้นบางติดกับเนื้อไม้ ผิวเปลือกออกสีเหลืองนวลแกมขาว หย าบสากเล็กน้อย แตกกิ่งน้อย 3-5 กิ่ง ทำให้แลดูไม่เป็นทรงพุ่ม

2. ใบ

ใบเป็นใบเดี่ยว (simple leaf) แทงออกตรงข้ามกันซ้ายขวา มีรูปทรงรีหรือขอบขนาน ใบกว้างประมาณ 10-20 ซม. ย าวประมาณ 15-30 ซม. ใบอ่อนสีเขียวสด เมื่ออายุใบมากจะมีสีเขียวเข้ม ก้านใบย าวประมาณ 1 ซม. โคนใบ และปลายใบมีลักษณะแหลม ขอบใบ และผิวใบเป็นคลื่น ผิวใบมันเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนใบมักพบเป็นตุ่มที่เกิดจากแ บ ค ที เ รี ย

3. ดอก

ดอกออกเป็นช่อกลมเดี่ยว ๆ สีขาว รูปทรงเหมือนหลอด ดอกแทงออกตามง่ามใบ ก้านช่อดอกยาวประมาณ 3-4 ซม. ไม่มีก้านดอกย่อย จัดเป็นดอกสมบูรณ์เ พ ศที่มีทั้งเกสรตั ว ผู้ และเกสรตัวเ มี ย กลีบรองดอก และโคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน กลีบดอกมีสีขาว

เป็นรูปท่อ ย าวประมาณ 8-12 มม. ผิวดอกด้านนอกเรียบ ด้านในมีขน ดอกส่วนครึ่งปลายบนแยกเป็น 4-5 แฉก ยาวประมาณ 4-5 มม. เกสรตั ว ผู้ และเกสรตัวเ มี ย ยาวประมาณ 15 มม. แยกเป็น 2 แฉก อับเรณูย าวประมาณ 3 มม.

4. ผล

ผลเป็นชนิดผลรวม (multiple fruit) เช่นเดียวกับน้อยหน่าและขนุน เชื่อมติดกันเป็นผลใหญ่ดังที่เราเรียกผลหรือหมาก ขนาดผลกว้างประมาณ 3-5 ซม. ย าว 3-10 ซม. ผิวเรียบเป็นตุ่มพอง ผลอ่อนจะมีสีเขียวสด เมื่อแก่จะมีสีเหลืองอมเขียวและเมื่อสุกจะมีสีเหลืองและเปลี่ยนเป็นสีขาวจนเ น่ าตามอายุผล เมล็ดในผลมีจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะแบน ด้านในเมล็ดเป็นถุงอากาศทำให้ลอยน้ำได้ ผิวเมล็ดมีสีนํ้าตาลเข้ม

วัตถุดิบ

1.ลูกยอแก่จัดลูกสีขาว 3 ก.ก.

2.น้ำตาลทรายแดง 1 ก.ก.

3.ภาชนะสำหรับบรรจุ ขวดโหลแก้วพร้อมฝาปิดหรือขวดพลาสติกสีขาว

วิธีทำ

1.ล้างลูกยอให้สะอาด

2.หั่นเป็นท่อน

3.ใส่โหลปากแคบ

4.เทน้ำตาลทรายเป็นชั้นๆ คลุกให้เข้ากัน เทหัวเ ชื้ อจุ ริ น ท รีย์ลงไปด้วย 1 ช.ต. ก็ได้ปิดฝาหมักไว้ 15 วันในที่ร่ม ห้ามโดนแสง น้ำตาลจะซึมเข้าไปในเนื้อลูกยอ

ทำให้นิ่มขึ้นเป็นการดึงธาตุอาหารจากลูกยอออกมา เมื่อครบ 15 วันแล้ว ให้เติมน้ำ โดยให้เหลือเนื้อที่จากปากโหลประมาณ 5 นิ้ว เนื่องจากจะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการหมัก หมักต่อไปจนครบ 3 เดือน

อาจเปิดฝาคนทุกสัปดาห์แล้วรีบปิดฝาภาชนะ ปกติอาจเกิดราสีขาวจากการหมัก ให้คนเพื่อให้เกิดการทำงานของจุ ลิน ท รี ย์ไม่ควรมีกลิ่นเ ห ม็ น หากกลิ่นไม่หอมสามารถเติมน้ำตาลได้เนื่องจากน้ำตาลเป็นอาหารของจุ ลิ น ท รี ย์
เมื่อหมักครบ 3 เดือน(รสชาดเปรี้ยวจัด)ให้นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง บรรจุลงขวดเหลือเนื้อที่ไว้ 1 ใน 3

วิธีดื่ม ครั้งละ 2 ช้อนแกง (= 1 ช้อนโต๊ะ) หลังอาหารช่วยลดอาการแน่นท้ อ งเนื่องจากอาหารไม่ย่อยหรือรักษาอาหารท้ อ งเ สี ยเนื่องจากอาหารเป็นพิ ษ ถ้าดื่มยากให้ผสมน้ำได้

วิธีชงรับประทาน เพื่อความสดชื่นและเจริญอาหาร

1.เทน้ำหัวเ ชื้ อ 1 ทัพพี ใส่ในภาชนะสำหรับผสม

2.ใส่น้ำตาลทราย(หรือน้ำผึ้ง) 4 ทัพพี หรือมากกว่าตามต้องการ

3.ใส่น้ำดื่มสะอาด 4 ทัพพี

คนให้ละลายเข้ากันดี บรรจุลงขวด เก็บเข้าตู้เย็นดื่มทุกวัน(หรือปรุงรสตามชอบ)สำหรับผู้เป็นโ ร คเบาหวานดื่มครั้งละ 1 แก้ว เตรียมน้ำสะอาด 1 แก้ว ผสมกับหัวเชื้อน้ำลูกยอ 1 ช้อนโต๊ะ (ไม่ใส่น้ำตาล) ดื่มวัน 2-3 ครั้ง หากตรวจพบน้ำตาลในเลือดลดลง ก็ดื่มลดลงเหลือเพียงวันละ 1-2 แก้วเท่านั้น

ถ้าต้องการให้อร่อยถูกปาก ให้หมักเฉพาะหัวเ ชื้ อลูกยอ (ยอ 3 ก.ก. กับน้ำตาลทรายแดง 1 ก.ก. ไม่ต้องเติมน้ำ) และแยกหมักผลไม้อื่นๆตามชอบ โดยใช้สูตรหมักปกติ ( ผลไม้ 3 ก.ก. +น้ำตาลทราย 1 ก.ก. + น้ำสะอาด 8-10 ลิตร ) หมัก 3 เดือนจึงนำมาปรุงรวมกับหัวน้ำเ ชื้ อลูกยอก็ได้

สิ่งสำคัญและข้อควรคำนึงคือ

1.ได้ลดปริมาณขยะจากผลไม้ในบ้านและในท้องถิ่น

2.ทุกอย่างต้องสะอาดจริง ไม่มีแมลงวันตอมขณะทำ

3.ปรับปรุงสูตรตามความชอบ แต่ควรต้องผ่านการหมักอย่างน้อย 3 เดือน หากไม่มีกลิ่นเปรี้ยวมาก และไม่หอม แสดงว่าน้ำตาลน้อย ให้เพิ่มน้ำตาลและหมักต่อ

4.ภาชนะหมักควรปิดฝาให้สนิทและวางในที่ร่ม ห้ามตากแดด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here