เทคนิคปลูกกุยช่ายในกระถาง ปลูกง่ายๆเก็บกินแทบไม่ทัน

0
586

กุยช่ายเป็นพืชที่มีไขมันและน้ำตาลต่ำทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ วิตามินเอ วิตามินเค วิตามินซี มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและการเจริญเติบโต

จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมเ นื้ อเ ยื่ อที่สึกหรอภายในร่างกาย ช่วยให้เ ลื o ดแข็งตัว ป้องกันภาวะมีเลือดออกได้ง่าย ช่วยในการทำงานของส ม อ งและระบบป ระ ส า ท รักษาระดับความดันโลหิต กากใยอาหาร ดีต่อระบบขับถ่าย ช่วยป้องกันปัญหาท้องผูก

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ต้องเป็นพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่มีช่วงแสงสั้น อุณหภูมิต่ำ 20-25 องศาเซลเซียส สามารถปลูกในดินที่ร่วนปนทราย มีหน้าดินหนา อินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี ค่า pH ของดินอยู่ระหว่าง 6.5 ถึง 6.8

การเพาะเมล็ด

การเพาะเมล็ดในถาดเพาะกล้า นำดินสำหรับเพาะกล้าในลงหลุมถาดเพาะ แล้วนำเมล็ดกุยช่ายหยอดลงในหลุม 3 ถึง 5 เมล็ด ต่อหลุม จากนั้นกลบด้วยดินที่ใช้เพาะกล้าบางๆ รดน้ำพอชุ่ม คลุมด้วยฟางข้าวแห้ง นำถาดเพาะกล้าไปวางไว้ในที่ร่มมีอากาศถ่ายเทที่ดี รดน้ำทุกวันในตอนเช้า เมล็ดจะงอกภายใน 7 ถึง 14 วัน ในระยะนี้ควรรักษาความชื้นให้สม่ำเสมอ จนอายุกล้าประมาณ 50 ถึง 60 วัน จึงสามารถนำไปปลูกได้

การปลูกกุยช่าย

1.เริ่มจากเตรียมกระถาง กระบะ หรือภาชนะที่มีความลึกอย่างน้อย 30 เซนติเมตร ผสมดินสำหรับปลูก โดยใช้ดิน 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยคอก 1 ส่วน และแกลบดำ 1 ส่วน ผสมส่วนผสมทั้งหมดลงดิน แล้วใส่ลงในกระถาง

2.การปลูก นำกล้าลงปลูกใช้ระยะปลูก 30 x 30 เซนติเมตร หลุมละ 3 ถึง 4 ต้น แล้วแต่ขนาดของภาชนะที่ต้องการจะปลูก รดน้ำให้ชุ่ม กุยช่ายจะอยู่ได้ 3 ถึง 4 ปี แล้วแยกกอปลูกแปลงใหม่

การให้น้ำ รดน้ำกุยช่ายวันละ 1 ครั้ง ทุกวัน ในตอนเช้า กุยช่ายชอบน้ำชุ่มแต่ไม่แฉะ ไม่ขัง

การให้ปุ๋ย หลังย้ายปลูก 7 วัน หลังการให้ปุ๋ยครั้งแรก ให้ปุ๋ยทุก 3 เดือน ใส่ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก

การเก็บเกี่ยว กุยช่ายเขียวจากการเพาะเมล็ดสามารถตัดใบจำหน่ายได้หลังปลูกประมาณ 7 ถึง 8 เดือน และครั้งต่อไปประมาณ 45 วัน วิธีการเก็บเกี่ยว ใช้มีดคมๆ ตัดโคนชิดดิน นำไปล้างน้ำ ตัดแต่งใบ ลอกใบที่ถูกทำลายหรือใบล่างที่มีสีเหลืองออก

แหล่งที่มา https://farmchannelthailand.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here