วิธีการทำปุ๋ยชีวภาพไว้ใช้งาน ช่วยลดค่าปุ๋ยราคาแพง

0
443

การทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพและอีกหลายๆ ชื่อมีการให้คำจำกัดความในทางวิชาการที่ค่อนข้างหลากหลายในที่นี้ “ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ” หมายถึง สารธรรมชาติที่ได้จากกระบวนการหมักบ่ม วัตถุดิบจากธรรมชาติต่างๆ ทั้งพืชและสั ต ว์จนสลายตัวสมบูรณ์เป็นฮิวมัส วิตามิน ฮ อ ร์ โ ม นและสารธรรมชาติต่างๆ (ดินป่า) ซึ่งเป็นทั้งอาหารของดิน (สิ่งมีชีวิตในดิน) ตัวเร่งการทำงาน (catalize) ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในดินและอาศัยอยู่ปลายรากของพืช (แ บ ค ทีเ รี ย แอคติโนมัยซิสและเ ชื้ อ ร า ฯลฯ) ที่สามารถสร้างธาตุอาหารกว่า 93 ชนิดให้แก่พืช

ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

1.เป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตในดิน เช่น แ บ ค ที เ รี ย เ ชื้ อ ร าและแอคติโนมัยซิส

2.ให้ธาตุอาหาร และกระตุ้นให้จุลินทรีย์สร้างอาหารกว่า 93 ชนิดแก่พืช

3.ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติและโครงสร้างดินให้ดีขึ้น

4.ช่วยดูดซับหรือดูดยึดธาตุอาหารไว้ให้แก่พืช

5.ช่วยปรับค่าความเป็นก ร ด-ด่าง (pH) ของดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช

6.ช่วยกำจัดและต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโ ร คต่างๆ

7.ทำให้พืชสามารถสร้างพิษได้เอง สามารถต้านทานโรค และแมลงได้ดี

สูตรปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดต่างๆ

ได้จากประสบการณ์ของเกษตรกร และนักวิชาการเครือข่ายต่างๆ ที่พัฒนามาจนได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่มีคุณภาพ ให้คุณค่าทางธาตุอาหารโดยตรงแก่พืช และกระตุ้นให้จุลินทรีย์ในดินสร้างอาหารกว่า 93 ชนิดที่พืชต้องการ ทดแทนการใช้ปุ๋ยเ ค มี ซึ่งมีธาตุอาหารเพียง 3 ชนิด (N P K)

และได้คุณภาพของผลผลิตที่สูงกว่า ได้รสชาติที่ดีกว่า และต้นทุนที่ต่ำกว่าการใช้ปุ๋ยเ ค มี โดยในปัจจุบันพบว่ามีสูตรการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพมากกว่า 100 สูตร ซึ่งมีการพัฒนาการผลิตมาช้านานแต่ใช้ในวงจำกัดไม่แพร่หลายเหมือนกับปุ๋ยเ ค มี

ปุ๋ยหมักชีวภาพคือปุ๋ยอินทรีย์ที่ผ่านกระบวนการหมักกับน้ำเ อ นไ ซ ม์ ช่วยในการปรับปรุงดิน ย่อยสลายอินทรียวัตถุในดินให้เป็นอาหารแก่พืช

วัสดุทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

1.อินทรียวัตถุที่หาได้ในพื้นที่ หญ้าแห้ง ฟาง ใบไม้ 1 กิโลกรัม


2.มูลสั ต ว์ต่างๆ กากถั่วต่างๆ uี้เลื่อย ขุยมะพร้าว 3 กิโลกรัม

3.รำละเอียด 1 กิโลกรัม

4.น้ำเ อ นไ ซ ม์ 1 + น้ำตาล 1 + น้ำ 100

วิธีทำ

1.นำส่วนผสมทั้งหมดเทรวมกัน

2.คลุกให้เข้ากันนำน้ำที่ผสมน้ำชีวภาพและกากน้ำตาลรดให้ทั่ว

3.เพิ่มน้ำรดส่วนผสมไปเรื่อยๆ (โดยผสมปุ๋ยน้ำชีวภาพกับกากน้ำตาลในน้ำ ตามส่วนที่กำหนด) พร้อมกับคลุกเพื่อให้น้ำซึมหมาดไปทั่วทั้งกองปุ๋ย

4.เกลี่ยกองปุ๋ยให้เสมอกันสูงจากพื้นไม่เกิน 30 ซม.

5.คลุมด้วยกระสอบป่านให้มิดชิด

ประมาณ 12 ชั่วโมง ให้ทดสอบโดยสอดมือเข้าไปในกองปุ๋ยจะร้อนมาก เมื่อครบ 24 ชั่วโมง จะเริ่มมีเส้นขาวๆ ปรากฏขึ้นบนผิวกองปุ๋ย แสดงว่าจุลินทรีย์เริ่มทำงาน อีก 3-4 วัน ต่อมาให้ทดสอบอีกครั้ง ถ้าปุ๋ยเย็นลงถือว่าใช้ได้ ถ้ายังมีความร้อนอยู่ให้ทิ้งไว้ต่อจนกว่าจะเย็น จึงสามารถนำไปใช้ได้

ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ได้จะประกอบด้วยจุลินทรีย์ สารอินทรีย์ต่าง ๆ ที่มีสารอาหารเหมาะสำหรับพืชนำไปใช้ทันที ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ดีจะมีกลิ่นหอมมีใยสีขาวของเ ชื้ อ ร า ในระหว่างการหมักถ้าไม่เกิดความร้อนแสดงว่ามีข้อผิดพลาด อุณหภูมิในการหมักที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 40-50 องศาเซลเซียส ถ้าให้ความชื้นสูงเกินไป จะเกิดความร้อนนานเกินไป ฉะนั้นความชื้นที่ให้พอดีประมาณ 30%

วิธีใช้

1.ผสมปุ๋ยหมักชีวภาพกับดินในแปลงปลูกผักทุกชนิดในอัตรา 1 กิโลกรัมต่อ 1 ตารางเมตร

2. พืชผักอายุเกิน 2 เดือน เช่น กะหล่ำปลี ถั่วฝักย าว แตง ฟักทอง ควรใช้ปุ๋ยหมักชี วภ า พคลุกกับดินรองก้นหลุมก่อนปลูกกล้าผักประมาณ 2 กำมือ รดน้ำให้ชุ่ม ๆ

3.ไม้ผลควรรองก้นหลุมด้วยเศษหญ้า ใบไม้แห้ง ฟาง และปุ๋ยหมักชี วภ า พ 1 กิโลกรัม สำหรับไม้ผลที่ปลูกแล้วใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ แนวทรงพุ่ม 2 กำมือต่อ 1 ตารางเมตร แล้วคลุมด้วยหญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง ฟาง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

4.ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้กระถาง ควรใส่ปุ๋ยหมักชี วภ า พ เดือนละ 1 ครั้งต่อ 1 กำมือ ใช้ 1 กิโลกรัม ต่อ 2×3 ตารางเมตร

ปุ๋ยดินหมักชีวภาพสำหรับเพาะต้นกล้า

วัสดุที่ใช้

1.ดินแห้งทุบให้ละเอียด ใช้ดินได้ทุกชนิด 5 ส่วน

2.ปุ๋ยคอกแห้งทุบละเอียด 2 ส่วน

3.แกลบดำ 2 ส่วน

4.รำละเอียด 2 ส่วน

5.ขุยมะพร้าวหรือuี้เค้กอ้อย 2 ส่วน

6.น้ำเอนไซม์ 1 + น้ำตาล 1 + น้ำ 100 คนให้เข้ากัน

วิธีทำ

1.ผสมวัสดุทั้งหมดคลุกเคล้าจนเข้ากันดี

2.รดด้วยน้ำเอนไซม์ที่ผสมแล้วบนกองวัสดุให้ความชื้นพอประมาณกำแล้วใช้นิ้วดีดแตก ไม่ให้แฉะเกินไป

3.เกลี่ยบนพื้นซีเมนต์ให้กองหนาประมาณ 1 ศอก คลุมด้วยพลาสติกหรือกระสอบป่านหมักไว้ 5 วัน จึงนำไปใช้ได้

4.ปุ๋ยดินหมักชีวภาพที่ดีจะมีราสีขาวเกิขึ้น มีกลิ่นหอมสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน ๆ

วิธีใช้

1.ผสมปุ๋ยดินหมักชีวภาพกับดินแห้งทุบละเอียดและแกลบดำอย่ างละเท่าๆ กัน คลุกจนเข้ากันดีเพื่อนำไปกรอกถุง หรือถาดเพาะกล้าหรือนำไปใส่ในแปลงสำหรับเพาะกล้าจะช่วยให้ได้ต้นกล้าที่เจริญเติบโตสมบูรณ์แข็งแรง

2.นำไปเติมในกระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับได้ดกระถางละ 2 กำมือ

แหล่งที่มา https://sites.google.com/site/banraisrisutus/kar-tha-puy-chiwphaph

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here