ผักพื้นบ้านอีสาน ประโยชน์มาก มาดูว่าแต่ละชนิดดีอย่างไร

0
464

ผักพื้นบ้านอีสาน เป็นผักที่มีกลิ่นและรสเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ หาทานย ากเพราะออกตามฤดูกาล นอกจากนั้นยังเป็นผักที่ให้คุณค่าทางด้านสุขภาพอนามัย โดยแต่ละชนิดก็มีสรรพคุณแตกต่างกัน สามารถนำไปประกอบอาหารประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทลาบ ก้อย ต้ม แกง อ่อม ล้วนต้องใช้ผักพื้นบ้านเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้นหรือผักบางชนิดก็สามารถทานแบบสดได้เลย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับผักพื้นบ้านเหล่านี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

ตาลปัตรฤๅษีหรือผักพายหรือผักก้านจอง

เป็นไม้น้ำ พบบริเวณนาข้าว และบริเวณที่มีน้ำขัง ลำต้นเหง้าฝังจมอยู่ในโคลนเจริญเป็นต้น บางครั้งมีไหลสั้นๆ จำนวนมาก

คุณค่าทางอาหาร

ผักตาลปัตรฤๅษี 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 14 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยเส้นใย 0.8 กรัม แคลเซียม 7 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 2 มิลลิกรัม เหล็ก 0.5 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 501 ไมโครกรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.03 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.08 มิลลิกรัม ไนอาซีน 1.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 13 มิลลิกรัม

ส่วนการนำมาประกอบอาหาร สามารถนำมาทำอาหารได้หลายอย่ างค่ะ ทั้งลวก ผัดน้ำมันหอย จิ้มน้ำพริก แกงส้ม หรือจะทานแบบสดๆ ก็ได้ค่ะ

ใบมะกอก

ยอดอ่อนและใบใช้รับประทานเป็นผักรสเปรี้ยว นิยมนำมาเป็นผักจิ้ม ทานกับน้ำพริก มีรสชาติฝาด-มัน

สรรพคุณทางย า แก้เลื o ดออกตามไรฟันและต้านอนุมูลอิสระ (วิตามินสูง) แก้ธาตุพิ ก า ร แก้บิด ทำให้ชุมคอ แก้กระหาย เป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงสายตา แก้กระหายน้ำทำให้ชุ่มคอ และเลือดออกตามไรฟัน

ผักชีล้อม

เป็นเครื่องเทศที่มีลักษณะใบสีเขียวสด ต้นอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสด หรือจิ้มน้ำพริก ขึ้นในน้ำหรืออาจปลูกในอ่างบัวก็ได้ นิยมใช้แพร่หลายมาช้านาน ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ดอกผักชีล้อมนั้นสีขาว เป็นพืชปรุงรสที่สำคัญอย่างหนึ่ง มีกลิ่นฉุ นรสร้อนแรง ใช้ปรุงอาหารหลายชนิด เ ชื่ อว่ายังช่วยรักษาโ s คตา และรักษาสายตาด้วย

ผักชีลาว

เป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับผักชี ลำต้นมีสีเขียวเข้มขนาดเล็ก ลักษณะใบเป็นใบประกอบแบบขนนกมีสีเขียวสดออกเรียงสลับกัน ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกมีลักษณะคล้ายกับซี่ร่ม ผลแก่เป็นรูปไข่แบนมีสีน้ำตาลอมเหลือง ถ้านำไปใช้เป็นเครื่องเทศจะเก็บได้ก็ต่อเมื่อดอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แต่ส่วนใหญ่จะพบในรูปของการทานสดเป็นผักมากกว่า ซึ่งควรเก็บก่อนที่จะออกดอก

ในประเทศไทยมีการปลูกเพื่อใช้ทานเป็นผักมากกว่าปลูกเพื่อใช้ผลมาทำเครื่องเทศเพราะมีคุณภาพน้อยกว่าประเทศอินเดีย

ใบสดและใบแห้งใช้โรยบนอาหารประเภทปลาเพื่อดับกลิ่นค า ว ใบใส่แกงอ่อม แกงหน่อไม้ ห่อหมก แกล้มแกงเ นื้ อ น้ำพริกปลาร้า ยอดใบรับประทานกับลาบ

ผักกาดหิ่น

คือผักกาดเขียวชนิดพื้นเมือง กาบใบไม่ห่อเป็นปลี มีทั้งชนิดต้นอวบใหญ่ใบหนากว้างและชนิดต้นเล็กแกร็น ก้านแดง ลักษณะผิวใบจะหยิก ย่น บางชนิดใบจะแยกเป็นร่องหลายแฉก ขอบใบหยัก ที่สำคัญคือ รสชาติเมื่อกัดกินสดๆ จะได้กลิ่นฉุนแรง แ n งขึ้นจมูก คล้ายกับกินวาซาบิ

มีสารอาหารสูง ช่วยบำรุงสายตา โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนที่จะเปลี่ยนเป็นวิ ต ามิ น A ให้แก่ร่างกายทำให้ป้องกันโ s คตาฟาง (Blurred vision) ตาu อ ดกลางคืน (Night blindness) หรือต้อตาชนิดต่างๆ

ในผู้สูงอายุได้ และยังมีแคลเซียม วิตามินซี เส้นใยอาหารสามารถป้องกันโลหิตจาง ทั้งยังมีเส้นใยที่มีประโยชน์อย่ างยิ่งต่อการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไ ส้ ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของอ วั ย วะดังกล่าวทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่ างปกติ สุขภาพจึงดีตามไปด้วย

ผักติ้ว

เป็นไม้ผลัดใบขนาดเล็ก เปลือกต้นสีเทา เปลือกชั้นในมียางสีน้ำตาล ใบเดี่ยว ใบอ่อนสีชมพูอ่อนหรือแดง กลีบดอกบางสีชมพู ออกดอกในฤดูหนาวพบได้ตั้งแต่พม่า ลาว เวียดนาม จีนตอนใต้ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และไทย

ยอดและใบอ่อนรับประทานเป็นผักได้ ย างและใบใช้เป็นยาส มุ uไ w s เปลือกใช้เป็นสีย้อมผ้า ให้สีน้ำตาล ในประเทศลาว ใช้เ w าถ่าน และใช้กินเป็นผัก

เสม็ดแดงหรือผักเม็ก

เป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ ขนาดกลาง มีความสูงโดยทั่วไป 7 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ใบอ่อนสีแดง เปลือกสีน้ำตาลแดง แตกสะเก็ดแผ่นบางๆ โคนต้นที่มีอายุมากมักเป็นพูพอน

ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ใบรูปหอกแกมรูปไข่สีเขียว ใบด้านบนเป็นมัน ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกสีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนงตามซอกใบและปลายกิ่ง ออกดอกเดือนมีนาคม-เมษายน ผลสีขาวทรงกลมขนาดเล็ก มีเนื้อเมล็ดเดี่ยว ออกผลเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

ยอดอ่อน ใบอ่อน มีรสเปรี้ยวอมฝาด ลวก หรือใช้รับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริก ขนมจีนหรือข้าวย ำ ในใบเสม็ดแดง (ผักเม็ก) มีสารออกซาเลต (Oxalate) สูง การรับประทานสดหรือจำนวนมากอาจเ สี่ ย งต่อการเป็นนิ่ วในไ ตได้

ใช้ใบสดตำพอกแก้เคล็ดขัดยอกฟกบ ว ม ตำรับย าพื้นบ้านอีสาน ยอดอ่อน กินเป็นย าขับลม แก้ท้องขึ้น ท้องอื ด ท้องเ ฟ้ อในเด็ก

รู้ถึงประโยชน์และสรรพคุณของผักพื้นบ้านอีสานแล้ว ลองเลือกทานกันดูนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย / ภาพประกอบจาก : ร้านแซ่บคัก
แหล่งที่มา https://www.matichonacademy.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here