ปลูกมะขามยักษ์ พืชเศษรฐกิจที่คนปลูกน้อย สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

0
256

ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์ 100 ไร่ ผลผลิตกว่า 1,500 ตัน

วันนี้เรามีโอกาสได้แวะมาเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มะขามเปรี้ยวยักษ์ โกอินเตอร์ ที่ อ.ไทรโยค จ. กาญจนบุรี อีกครั้ง วันนี้ตลาดเติบโตไปมาก ผลผลิตมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ของลูกค้าเลยทีเดียวขณะเดียวกันสมาชิกกลุ่มก็มีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเ นื่ อง

หลังจากได้พูดคุยเราเอง แทบจะไม่เชื่อว่ามะขามเปรี้ยวยักษ์ที่ว่าจะทำรายได้ให้ดีขนาดนี้และที่สำคัญตลาด ยังมีความต้องการสูง คุณสร้อยสน ปรกแก้ว ตัวแทนกลุ่มฯ เล่าว่าปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์ มาประมาณ 20 ปี ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 30 ไร่ โดยเริ่มประสบความสำเร็จในปีที่ 4-5 ซึ่งตอนนั้นมองเห็นแล้วว่ามะขามเปรี้ยวยักษ์ น่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถ สร้างรายได้ให้ครอบครัวเพราะว่าลงทุนน้อย

แต่ผลผลิตที่ได้มากเกินคุ้ม เพราะผลผลิตที่ออกมานั้นสามารถ ส่งเข้าสู่ตลาดได้ 3 แบบ คือ มะขามอ่อน มะขามแช่อิ่ม และมะขามเปียก จึงได้ชักชวนกลุ่มแม่บ้านในชุมชนมารวมตัวกันปลูก ซึ่งในช่วงแรกๆ ก็ไม่ค่อยมีคนสนใจ จนกระทั่งสามารถรวมตัวกันและร่วมกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะขามเปรี้ยวยักษ์โกอินเตอร์ผสมผสานขึ้นมาเมื่อประมาณ ปี 2550 โดยมีสมาชิกประมาณ 12 คน

พื้นที่การปลูกมะขาม เปรี้ยวยักษ์ประมาณ 100 ไร่ และแม้จะมีพื้นที่และผลผลิตออกสู่ตลาดมากเท่าใดก็ยังไม่ เพียงพอต่อความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ เพราะมะขามสามารถแปรรูปได้ หลากหลายรูปแบบ

ด้านวิธีการปลูกและบำรุง ดูแล มะขามเปรี้ยวยักษ์นั้นก็ง่ายไม่มีความยุ่งย ากอะไร เพราะมะขามเปรี้ยวยักษ์สามารถปลูกได้ในทุกสภาพดิน โดย 1 ไร่จะปลูกได้ 16 ต้น ระยะห่างไม่ต่ำกว่า 10 เมตร ในส่วนของการบำรุงดูแลนั้นคุณสร้อยสนจะเน้นไปที่การใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก จะมีการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นบางช่วง

ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะมูลของสั n ว์ปีกจะช่วยเร่งดอกได้เป็นอย่ างดี โดยในช่วงที่มะขามเปรี้ยว ติดฝักอ่อนนั้นควรใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 เดือนละ 1 ครั้ง และก่อนการเก็บเกี่ยวเพื่อทำมะขามแช่อิ่มให้ใช้ปุ๋ยเคมี 8-24-24 อีก 1 ครั้ง หลังเก็บเกี่ยวเสร็จควรมีการตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้มะขามแตกกิ่งใหม่และ ให้ผลผลิตในฤดูต่อไป

มะขามเปรี้ยวยักษ์จะให้ผลผลิตในปีที่ 3 ผลผลิตใน ระยะ 5 ปีแรกนั้นจะไม่สม่ำเสมออยู่ที่ 3-5 ตัน /ไร่ ระยะ 7 ปี ผลผลิตเริ่มสม่ำเสมอประมาณ 6 ตัน/ไร่ ระยะ 10 ปี ผลผลิตจะอยู่ที่ 1 ตัน/ไร่ ส่วนระยะการให้ผลผลิต มะขามเปรี้ยวยักษ์จะ ออกดอก ช่วงเดือนเมษายนจากนั้น 40 วันจะเริ่มเป็นฝักอ่อน จากนั้นอีก 45 วัน จะเข้าสู่ช่วงมะขามอ่อนหรือมะขามน้ำพริก จากนั้นอีก 90 วัน จะเข้าสู่ช่วงมะขามแช่อิ่มและต่อมาอีก 75 วัน จะ เข้าสู่ช่วงมะขามเปียก

ด้านตลาดนั้นจะมีพ่อค่าแม่ค้าจากสุพรรณ กรุงเทพฯ นครปฐม ราชบุรี ทั้งที่เป็นรายย่อยและส่งเข้าโรงงานเข้ามาซื้อถึงที่ ไม่ต้องเสียเวลาออกไปวิ่งหาตลาด คุณสร้อยสนบอกว่า ปีนี้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ดีนัก ราคามะขามเปรี้ยวยักษ์ลดลงมามาก ราคามะขามสดหน้าสวนอยู่ที่ 20-25 บาท/กก.

ขณะที่ปีที่ผ่านๆมาราคาสูงกว่านี้เกือบเท่าตัว ถ้าเป็นช่วงในฤดูกาลประมาณเดือน ก.ย.-พ.ย. ราคาอยู่ที่ 10-15 บาท/กก. ถ้าเป็นมะขามเปียกแห้ง ราคาหน้าไร่ 55-60 บาท/กก. (4 กก.มะขามสด เท่ากับ 1 กก.มะขามแห้ง) นั่นเท่ากับว่าถ้าขายมะขามสดจะได้ราคาดีกว่าขายมะขามเปียก แต่ถ้าแปรรูปก็จะได้ราคาสูงขึ้น อย่างแช่เกลือส่งโรงงาน ราคา 30-40 บาท/กก. ถ้าแช่อิ่มราคาจะสูงขึ้น 150-200 บาท/กก. เลยทีเดียว

ด้านผลผลิตและรายได้ คุณสร้อยสนบอกว่า มะขาม 1 ต้น อายุ 10 ปีขึ้นไปจะให้ผลผลิตประมาณ 700-1,000 กก. (มะขามสด) 1 ไร่ มีประมาณ 15 ต้น เท่ากับว่า 1 ไร่ จะให้ผลผลิต ประมาณ 1,500 ตันหรือมีรายได้โดยประมาณ 8 หมื่น- 1 แสนบาท / 1 ไร่ หรือหากต้นไหนให้ ผลผลิตดกจะอยู่ที่ 3-4 หมื่น/ต้นเลยทีเดียวเห็นไหมล่ะว่ารายได้ จากมะขามเปรี้ยวยักษ์นั่นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

นอกจากนี้คุณสร้อยสนยังได้แนะนำเคล็ดลับกรรมวิธีการทำมะขาม แช่อิ่มที่สามารถสร้างรายได้อย่างไม่น่าเชื่อ อันดับแรกต้องนำมะขามแกะเปลือกแช่น้ำเกลือ 3 วัน จากนั้นผ่าเม็ดออกจากนั้นเป็นขั้นตอนการเตรียมน้ำปูนใส อัตราส่วน น้ำสะอาด 100 ลิตร ต่อ ปูนแดง 2 กิโลกรัม คนให้เข้ากันจากนั้นทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้นตักน้ำปูนใส ส่วนบนที่ไม่มีตะกอนเทราดบนมะขาม ที่แช่น้ำเกลือไว้ข้างต้นมาแช่ในน้ำปูนใสประมาณ 2 -3 ชั่วโมง

จากนั้นตักมะขามขึ้นมาทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ ระหว่างนี้ให้จัดเตรียมการทำน้ำเชื่อม สำหรับแช่อิ่มในอัตราส่วนน้ำตาล 1 กิโลกรัม น้ำสะอาด 1.5 กิโลกรัม เคี่ยวจนได้ที่รอให้เย็นเทน้ำเชื่อมที่ได้ให้ท่วมมะขามที่จัดเตรียมไว้ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง พอครบเวลาเทน้ำเชื่อมทิ้ง

ซึ่งขั้นตอนนี้เราจะทำทั้งหมด 4 ครั้ง โดยน้ำเชื่อมครั้งแรกและครั้งที่สองที่เททิ้งนั้นเพื่อล้างน้ำปูนที่แช่มะขามไว้ หากใครต้องการมะขามแช่อิ่ม ที่อมเปรี้ยวอมหวานก็ให้ผ่านขั้นตอน แค่ 3 ครั้ง และหากต้องการมะขามแช่อิ่มที่มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย ก็ให้ทำให้ครบ 4 ครั้ง

และเพื่อให้มะขามแช่อิ่มสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่ต้องพึ่ง สารกันบูดในทุกๆวันจะต้อง นำน้ำเชื่อมแยกออกมาจากมะขามที่ได้แช่อิ่มไว้นำมาอุ่นและนำมะขามกลับมาแช่ใหม่ทำอย่ างนี้ซึ่งวิธีการนี้จะสามารถเก็บรักษาได้นานกว่า 1-2 ปี ในอุณหภูมิปกติ

สำหรับใครที่สนใจขอคำแนะนำในการปลูกหรือสนใจปลูกมะขามเปรี้ยวสามารถติดต่อได้ที่ คุณสร้อยสนบอกว่าเธอยินดีให้คำแนะนำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆเพราะขณะนี้สวนของเธอก็มักจะมีนักเรียน นักศึกษาหน่วยงานราชการและเอกชนเข้ามาศึกษาดูงานอย่ างต่อเนื่อง

หากใครต้องการพั น ธุ์มะขามเปรี้ยวยักษ์ก็สามารถติดต่อขอซื้อได้ที่นี่ในราคาต้นละ 60 บาท ติดต่อได้ที่คุณสร้อยสน ปรกแก้ว เลขที่ 1/4 หมู่ 3 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 08-1943-0793 Rakkaset Nungruethail รักษ์เกษตร

แหล่งที่มา http://www.vigotech.in.th

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here