เลี้ยงนกกระทาสร้างรายได้ ขายได้ทั้งไข่ ขายทั้งนกเนื้อ

0
332

การเริ่มต้นเลี้ยงนกกระทา

การเลี้ยงนกกระทาจะแบ่งการเลี้ยงออกเป็น 2 ลักษณะ คือ เลี้ยงพ่อพั น ธุ์แม่พั น ธุ์เพื่อขย ายพั น ธุ์ และการเลี้ยงนกไข่

การเลี้ยงแบบขย ายพั น ธุ์

มี 4 ขั้นตอน โดยจะเลี้ยงรวมไว้ในโรงเรือนเดียวกัน

ขั้นตอนแรก

เริ่มจาก การคัดเลือกพ่อแม่พั น ธุ์ สำหรับแม่พั น ธุ์ ควรเลือกที่ให้ไข่ดก โดยดูได้จากการนำพ่อแม่พั น ธุ์ มาเลี้ยงรวมในกรงเดียวกัน ขนาด 40×40 เซนติเมตร สั ดส่วนแม่พันธุ์ 5 ตัว พ่อพั น ธุ์ 2 ตัว ซึ่งแม่พั น ธุ์ที่ดีจะต้องให้ไข่ทุกวัน

ขั้นตอนที่สอง

การฟักไข่ นำไข่ที่ได้ไปฟักในตู้ฟักไข่ไฟฟ้า อุณหภูมิ 36 – 37 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 14 – 17 วัน จะได้เป็นตัวเล็กๆ ซึ่งต้องนำไปเลี้ยงในกรงอนุบาล

ขั้นตอนที่สาม

การเลี้ยงในกรงอนุบาล หลังจากฟักเป็นตัวต้องนำไปเลี้ยงในกรงอนุบาลที่ใช้ตาข่ายทำมีขนาด 2×2 เมตร ต่อการเลี้ยง 300 – 400 ตัว ใช้ไฟขนาด 100 W (วัตต์) กกให้ความร้อนอีกประมาณ 15 -20 วัน ให้อาหารนกและน้ำเล็กน้อย

ขั้นตอนสุดท้าย

นำไปเลี้ยงในกรงนกรุ่นอีก 20 วัน โดยเลี้ยงให้อาหารไก่ที่นำมาบดละเอียด เพื่อให้แข็งแรงแล้วจึงคัดแยกเ w ศ หากเป็นเ w ศเมียก็จะนำไปเลี้ยงเป็นนกไข่ ถ้าเป็นเ w ศผู้จะขายเลี้ยงเป็นนกเ นื้ อ

การเลี้ยงนกไข่ การเลือกดูเ w ศตัวเ มี ยให้ไข่สามารถดูได้เมื่อนกอายุ 15 วัน คือในช่วงอยู่ในกรงนกรุ่น ตัวเ มี ยจะเห็นขนใต้คางเป็นสีขาว ตัว ผู้ขนใต้คางจะเป็นสีแดงการเลี้ยงนกไข่นั้นจะเลี้ยงในกรงขนาด 40×40 เซนติเมตร ต่อนก 7 ตัว หรือถ้าอากาศร้อนก็ควรลดเหลือ 6 ตัว เลี้ยงไปอีกประมาณ 10 วัน นกจึงเริ่มให้ไข่ วิธีการเลี้ยงนกไข่มีขั้นตอนต้องดูแล 3 ขั้นตอนคือ

ขั้นตอนแรก

การให้อาหารและน้ำโดยน้ำจะให้ไว้ในรางตลอด ส่วนอาหารจะให้วันละ 2 ครั้งคือ ตอนสายๆ และบ่ายๆ อาหารที่ให้จะเป็นอาหารที่ใช้เลี้ยงนกกระทาโดยเฉพาะก็ได้หรืออาจจะเป็นสูตรอาหารที่คิดขึ้นเองโดยเน้นโปรตีนเป็นหลัก

ขั้นตอนที่สอง

การทำความสะอาดรางน้ำและกรงนก ถ้าหากกรงนกไม่เปื้อนอาหารนั้นก็จะไม่สกปรกมากจึงไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดประจำ แต่รางน้ำจำเป็นต้องทำความสะอาดทุกวัน เพราะถ้าส กป ร กอาจทำให้นกเป็นโ s คและติดเ ชื้ อได้ง่าย การทำความสะอาดอาจติดตั้งเป็นระบบปั๊มน้ำไว้ แล้วเปิดน้ำไปตามรางใช้แปรงถูรางน้ำ ปล่อยน้ำล้างให้สะอาด วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาถอดรางน้ำออกมาล้าง ส่วนตาข่ายที่ใช้ทำกรงต้องถอดออกไปทำความสะอาดนำไปขัดล้างแค่เพียง 2 ปีต่อครั้ง

ขั้นตอนสุดท้าย

การเก็บไข่เวลาที่ใช้เก็บไข่ควรเก็บช่วงเย็นประมาณ 18.30 – 19.00 น. แล้วเตรียมใส่ถุงส่งให้ลูกค้าในวันรุ่งขึ้น หากมีไข่หลังจากเก็บไปแล้วก็จะนำไปรวมกันวันต่อไปควรออกแบบกรงให้สะดวกต่อการเก็บไข่โดยให้ไข่ไหลเทออกมาที่รางด้านนอกกรง ถ้าหากมีไข่ติดอยู่ใต้กรงให้ใช้ไม้เขี่ยออกมาเบาๆ

ไข่ที่เก็บได้แล้วต้องรีบนำไปขาย เพราะอายุของไข่นกสดๆ อยู่ได้ประมาณ 10 วันเท่านั้น นก 7 ตัว ควรจะให้ไข่ 4 – 5 ฟอง หากให้ต่ำกว่านี้ต้องพย าย ามตรวจสอบว่านกตัวไหนไม่ให้ไข่จะจับแยกออกมาเลี้ยงเป็นนกเ นื้ อแทน ปกตินกจะให้ไข่ประมาณ 8 – 9 เดือน และจะให้ไข่น้อยลงจนไม่ให้ไข่เลยเมื่ออายุ 10 – 12 เดือน จึงต้องปลดขายเป็นนกเนื้อ และทยอยเลี้ยงรุ่นใหม่หมุนเวียนกันไปตลอด

การเตรียมโรงเรือนและอุปกรณ์ต่างๆ

โรงเรือนเลี้ยงนกกระทาควรวางรูปให้สะดวกแก่การเข้าปฏิบัติงานดูแลและการรักษาความสะอาด ตัวโรงเรือนควรสร้างด้วยวัสดุที่สะอาดรักษาความสะอาดได้ง่าย ประตูเข้าออกควรปิดให้สนิท ในการเลี้ยงนกกระทาเพื่อเอาไข่ ถ้าเลี้ยงแบบกรงซ้อนหลายชั้น โรงเรือนต้องมีเพดานสูงพอสมควร สิ่งสำคัญที่สุดต้องอย่ าให้มีรูหรือช่องทางที่นก หนู ที่เป็นอันตรายเข้าไปได้ ฝาโรงเรือนอาจเป็นฝาทึบหรืออาจใช้ลวดตาข่ายเล็กกันนก ห นู ศั ต รู (ควรใช้ตาข่ายขนาด 1/2 – 3/4 นิ้ว หรือมุ้งลวด)

การจัดการระบายอากาศ

การทำให้อากาศมีการระบายหรือหมุนเวียนในเรือนโรงเป็นสิ่งจำเป็นมากโดยเฉพาะการมีกลิ่นแ อ ม โ ม เ นี ยสะสมมาก อาจเป็นอั น ต s ายแก่เยื่อนัยน์ตาของนกและมีผลเสียต่อสุขภาพนกและการไข่การระบายอากาศที่พอดีประมาณ 0.014 ลบ.เมตร (0.5 ลบ. ฟุตต่อนาที) ต่อนก 100 ตัว ที่อุณหภูมิห้อง 20 องศาเซลเซียส (68 องศาฟาเรนไฮด์)

แหล่งที่มา http://knowledge.kasetbay.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here