รวมเทคนิคการเพาะ กล้าพืช ผักสวนครัว อัตราการการงอกสูง

0
1437

ในการปลูกผักเคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องรู้จักการเพาะกล้าเ ม ล็ ดผักที่ถูกต้อง โดยมีขั้นตอนดำเสินการ ดังนี้

1.ต้องรู้จักเลือกเ ม ล็ ดพั น ธุ์ผักที่มีคุณภาพที่ดี โดยเน้นที่เปอร์เซนต์ความงอกและตรงตามพั น ธุ์ รวมทั้งดู วัน เดือน ปี ที่ผลิตและบรรจุหีบห่อ ว่ายังไม่หมดอายุใช้ทำพั น ธุ์

2.ในการเลือกเ ม ล็ ดผักเพาะขย ายพั น ธุ์ ควรทราบคุณลักษณะบางอย่ างของเ ม ล็ ดว่ามีเปลือกหุ้มเ ม ล็ ดแข็งหรืออ่อนนุ่มเพียงใด ถ้าเ ม ล็ ดพั น ธุ์มีเปลือกแข็งมาก เช่น เมล็ดมะเขือ กระถินหรือพริก จำเป็นต้องนำมาแช่น้ำอุ่น (ใช้น้ำร้อนผสมน้ำเปล่า อัตราส่วน 1:1) แช่นาน 30 นาที และปล่อยจนน้ำเย็น แช่ทิ้งไว้นาน 10-12 ชั่วโมงจึงนำลงเพาะในถาดเพาะกล้า

2.1 ถ้าเป็นเ ม ล็ ดที่เปลือกหุ้มหนา และมีเ ม ล็ ดย่อยภายในผลหลายเ ม ล็ ด เช่น ผักชี ควรนำเ ม ล็ ดมาแช่น้ำสะอาด นาน 6-8 ชั่วโมง และนำเ ม ล็ ดมานวนให้เปลือกหุ้มเ ม ล็ ดแตก ภายในจะมีเ ม ล็ ดย่อยอยู่ 4-6 เ ม ล็ ด จึงนำเ ม ล็ ดนั้นมาเพาะ

2.2 ถ้าเป็นเ ม ล็ ดผักบุ้งจีน ควรนำเ ม ล็ ดมาแช่ในน้ำสะอาดนาน 6-8 ชั่วโมง และนำเ ม ล็ ดมาห่อไว้ให้ชื้น นาน 5-6 ชั่วโมง ให้เ ม ล็ ดปริแตกแล้วจึงนำมงหว่านในแปลง เ ม ล็ ดจะงอกได้ไวขึ้น

3.การเตรียมวัสดุเพาะกล้าเ ม ล็ ดพั น ธุ์ผัก ควรเลือกวัสดุเพาะที่มีคุณภาพดี เช่น มีเดียสำเร็จรูป ที่นำเข้าจากต่างประเทศ หรือผสมวัสดุเพาะกล้าเอง โดยเน้นต้องมีความร่วนซุยสูง ประกอบด้วยดินร่วน : ปุ๋ยคอกละเอียด และเก่า : เถ้าแกลบ อัตรา 1:1:1 แต่วัสดุดังกล่าวควรจะมีความสะอาดด้วย เพราะช่วงต้นกล้างอกใหม่จะมีความอ่อน ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ

4.เมื่อผสมวัสดุเพาะกล้าแล้ว นำกรอกลงในถาดเพาะแบบถาดหลุมหรือจะใส่ตะกร้าพลาสติกหรือกะละมังเจาะรูระบายน้ำ หรือกระถางพลาสติก หรือกระถางดินเ w า ใส่วัสดุเพาะกล้าลงในภาขนะประมาณ 2 ใน 3 ของความสูงของภาชนะ ไม่ควรใส่ให้สูงล้นเต็มภาชนะ

เพราะเวลารดน้ำจะทำให้เ ม ล็ ดพั น ธุ์ผักไหลหลุดติดไปกับน้ำที่รดได้หรืออาจจะใส่ให้เต็มโดยที่ไม่ต้องกดดินให้แน่เพือเวลารดน้ำให้ดินปลูกยุบลงเอง

5.เกลี่ยผิวหน้าวัสดุเพาะให้เรียบร้อยและทำเป็นหลุมเล็กๆ โดยใช้ไม้จิ้มฟันขนาดเล็ก จิ้มลงเป็นรูความลึกไม่เกิน 0.5-1 เซนติเมตร หรือใช้ไม้ขีดเป็นร่องย าวตามแนวภาชนะระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 3 เซนติเมตร ชึกประมาณ 1 เซนติเมตร

6.โรยเ ม ล็ ดพั น ธุ์ลงไป ถ้าเป็นหลุมปลูก ควรหยอดเ ม ล็ ด 2-3 เมล็ดต่อหลุม ถ้าโรยเป็นแถวควรโรยบางๆ และกลบวัสดุปลูกทับเ ม ล็ ดพั น ธุ์ผักที่โรยไว้ไม่ต้องหนามาก

7.ควรหว่านปูนข้าวบางๆ ทับผิวด้าานบนของวัสดุปลูก เพื่อป้องกันมดหรือแ ม ล งในดินมาคาบเ ม ล็ ดพั น ธุ์ผักออกไปจากถาดเพาะกล้าหรือกระบะหรือกระถางเพาะกล้า

8.ควรวางภาชนะเพาะกล้าในที่ร่มรำไร และรดน้ำทุกวันๆ ละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและเย็น

9.เ ม ล็ ดพั น ธุ์ผักส่วนใหญ่ ประมาณ 7-10 วัน จะเริ่มทยอยงอกโผล่พันดินขึ้นมา

10.เมื่อเ ม ล็ ดเริ่มมีใบจริง ควรวางภาชนะเพาะกล้า ให้ได้รับแสงสว่างในช่วงครึ่่งวันเช้าหรือใช้วัสดุพรางแสงเช่นสแลน กัน้นบนภาชนะที่ใช้เพาะกล้า เพื่ดให้กล้าพืชผักเริ่มปรับตัวแข็งแรงขึ้น และไม่กระทบกระเทือนต่อสภาพการย้ายปลูกต่อไป

11.เมื่อกล้าผัก เช่น ตระกูลแตง อายุ 7-10 วัน ควรรีบทยอยปลูกลงแปลงจริง แต้ถ้าเป็นพวกกล้าผักคะน้าหรือกวางตุ้ง ควรทยอยปลูกเมื่อกล้ามีอายุ 10-15 วัน ยกเว้นพืชผักประเภทที่ลงหัว เช่น ผักกาดหัว แครอท ไม่ควรย้ า ยปลูก เพาะโอกาสที่กระทบกระเทือนต่อระบบราก และทำให้รากไม่ยอมสร้างเป็นรากสะสมอาหาร มีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก

12.กล้าผักบ้ายปลูกลงในแปลง ช่วงสัปดาห์แรก ควรทำหมวกกระดาษพรางลดความเข้มของแสงแดดครอบลำต้นกล้าผักไว้ หรืออาจขึงตาข่าวพรางแสงช่วย ประมาณ 1-2 สัปดาห์แรก เมื่อกล้าแข็งแรงดีแล้วควรถอดออก เพื่อต้นกล้าจะสามารถเจริญเติบโต และสังเคราะห์แสงตามปกติต่อไป

ถ้าท่านผู้สนใจและปฏิบัติตามข้อสังเกตดังกล้าวแล้ว ก็มั้นใจว่าจะประสบความสำเร็จสูงมากในการผลิตผักที่มีคุณภาพดีต่อไป เพราะต้นกล้าที่แข็งแรงและมีคุณภาพดี ย่อมช่วยให้ผลผลิตผักที่โตสมบูรณ์และเต็มวัย มีคุณภาพดีด้วย

แหล่งที่มา https://kasetnana.blogspot.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here