23.1 C
Paris
วันเสาร์, กรกฎาคม 20, 2019
หน้าแรก บล็อก หน้า 3

ไก่เหล่าป่าก๋อยหมออุดมฟาร์มไม่ต้องดัง ทำเชิงถูกตลาดขายแทบไม่ทัน

0

ไก่เหล่าป่าก๋อยหมออุดมฟาร์มไม่ต้องดัง ทำเชิงถูกตลาดขายแทบไม่ทัน หากเอ๋ยถึงไก่หลายท่านคงรู้ดีว่าไก่ไทยมีความเป็นมาและเป็นที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยพระนเรศวร มีตำนานและประวัติไก่ของพระนเรศวรเกี่ยวกับไก่เหลืองหางขาวหรือที่เป็นที่รู้จักกันดีในนามของไก่พระนเรศวรมหาราชสำหรับประวัติความเป็นมานั้นคนไทยด้วยกันทราบกันเป็นอย่างดีว่าสมเด็จพระนเรศวรได้นำไปแข่งขันกับไก่ของพระมหาอุปราชของพม่าเอาชัยเหนือของพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดีได้และที่สำคัญวิถีชีวิตชาวไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบันคนไทยมักเลี้ยงไก่

 

พื้นเมืองไว้เพื่อเป็นอาหารและเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินไก่เหล่าป่าก๋อย เป็นไก่ไทยแท้มีถิ่นกำเนิดที่ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ซึ่งในตำบลน้ำดิบนี้ประกอบไปด้วยหมู่บ้านหลายๆ หมู่บ้านรวมกันอาทิเช่น หมู่บ้านเหล่าป่าก๋อย,บ้านท่าไม้,บ้านวังสวนกล้วย,หมู่บ้านวังรกฟ้า,บ้านหนองบัวขาว เป็นต้น ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดไก่เหล่าป่าก๋อยแทบทั้งนั้น

 

 

ไก่ชนเหล่าป่าก๋อยหมออุดมฟาร์ม วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับธุรกิจขนาดเล็กซึ่งขอบอกเลยว่ารายได้ไม่เล็กเป็นธุรกิจครอบครัวที่อาศัยความชอบส่วนตัวและแรงสนับสนุนจากคนในบ้านผมได้มีโอกาสพูดคุยและเข้าไปติดตามดูความเคลื่อนไหวในเพจหนึ่งที่มีชื่อว่าไก่ชนป่าก๋อย 100 หมออุดมฟาร์ม อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งประกอบธุรกิจการเลี้ยงไก่หรือเพราะไก่ไทยแท้

จำหน่ายซึ่งเป็นสายที่มีชื่อเสียงของทางภาคเหนือนั่นคือไก่ป่าก๋อย 100 สิ่งที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องไก่ชนของน้าหมออุดมฟาร์มคือไก่ที่ฟาร์มแห่งนี้เป็นไก่ที่มีชั้นเชิงบนซึ่งทำให้ผมถูกใจมากเป็นพิเศษการพัฒนาสายแล้วจำหน่ายตั้งแต่ไก่อายุ 1 เดือนจนถึงไก่ที่สามารถนำมาทำพ่อแม่ได้เรื่องของราคาต้องบอกไว้เลยครับว่าไม่เบาจริงๆ แต่ก็ถือว่าถูกกว่าฟาร์มไก่ที่ผมรู้จักหลายเจ้าอยู่มากเลยทีเดียวเพราะราคานี้เราเองก็สามารถจับต้องได้อุดมฟาร์ม

ความเป็นมาของหมออุดมฟาร์มหมออุดม คำสงค์ทำงานเป็นข้าราชการ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วหมออุดมเล่าให้ผมฟังว่าหมอได้เริ่มต้นเลี้ยงไก่ชนด้วยใจรักและอยากมีอาชีพเสริมจึงได้ตัดสินใจไปหาพ่อแม่ป่าก๋อยแท้มายืนเหล่าและมองว่าการเลี้ยงไก่ที่จะมีมูลค่าเพิ่มได้นั้นจะต้องเไม่ไช่เลี้ยงไก่เนื้อหรือไก่ไข่ ซึ่งเป็นแนวคิดแรกเพราะไม่ต้องใช้พื้นที่มากในการเลี้ยง จะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายสายแท้เพื่อให้ผู้ที่ซื้อจากฟาร์มของเราไปได้สายแท้ที่มีคุณภาพและจำหน่ายในราคารากหญ้าทำให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งเกษรตรกรผู้ที่มีใจรักและหลงใหลไก่ก็สามารถจับต้องได้อีกทั้งยังสามารถนำไปต่อยอดสร้างเป็นอาชีพเสริมหารายได้พิเศษให้กับครอบครัวอีกด้วยการเลือกสายไก่ชนเราเลือกสายป่าก๋อย100 เพื่อรักษาเอกลักษณ์เชิงชนที่มีจุดขายคือเป็นไก่ตัวอย่างเดียวเป็นจุดเริ่มต้นที่หมออุดมชอบสายป่าก๋อย 100 จึงทำให้หมออุดมอยากที่จะอนุรักษ์และขยายเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในครอบครัวโดยมีคุณยุวลี คำสงค์(ภรรยา)อาสาที่จะเลี้ยงให้ไม่ต้องจ้างแรงงานและที่สำคัญเราต้องมีจุดยืนเป็นของตัวเอง จากนั้นท่านยังได้บอกกับเราด้วยความภาคภูมิใจอีกว่าแฟนผมเลี้ยงไก่สายป่าก๋อย100 จำหน่ายเป็นรายได้ส่งลูกสาวเรียน 3 คนจนจบชั้นสูงๆ

 

กู้ยืมเงินใครอุปสรรคปัญหาที่พบเจอบ่อยของไก่มีหลายโรคต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจึงไม่ได้จ้างลูกน้องมาดูแลแต่เราต้องดูแลเอง การจัดการ,การจัดระบบแยกไก่ให้อยู่เป็นรุ่นใครรุ่นมันคือทุกอย่างเรียนรู้และแก้ไขด้วยตนเองด้านการบุคคลากรที่เลี้ยงดูไก่ต้องเป็นคนในครอบครัวเท่านั้นจึงจะสำเร็จที่สำคัญรายได้จากการขายภรรยาจะต้องเป็นผู้รับเงินเองด้วยที่สำคัญเราไม่จำเป็นต้องจ้างคนอื่นมาดูแลฟาร์มเพราะคนในครอบครัวของเราก็สามารถดูแลจัดการเองได้ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวของเราเรื่องการตลาดการสร้างจุดขายให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองและซื่อตรงต่อลูกค้าราคาให้พอซื้อได้เป็นจุดขายของฟาร์มเราและที่สำคัญคุณภาพของไก่จะต้องเสมอต้นเสมอปลายไม่มีการย้อมแมวมาขาย เพราะลูกค้าเขามาซื้อด้วยใจเราก็ควรให้ใจลูกค้าด้วยพร้อมทั้งให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางเกี่ยวกับการตลาดและการเพาะไก่กลุ่มลูกค้าเรียกได้ว่ามีทุกระดับจากเด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่เกษียณอายุมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายทำให้ผลิตไก่ออกมาแทบไม่ทันจำหน่ายบางคนซื้อไปแล้วถูกใจก็กลับมาซื้ออีกเชิงไก่ป่าก๋อยลักษณะสายไก่เหล่าป่าก๋อยนั้นจะมีชั้นเชิงอยู่ 2 แบบหลักๆ ด้วยกันคือ 1 ชนหัวล่าง 2 ชนหัวบนแบบที่ 1 ไก่ชนหัวล่างนั้นเหมาะที่

จะใช้แข่งขันกับไก่พม่าในระยะประชิดโดยจะวิ่งเข้าหาในลักษณะหัวต่ำเพื่อหลบตอของไก่พม่าเมื่อเขาติดตัวแล้วจึงใช้จุดเด่นคือปากบอนฆ้อนหนักแบบที่ 2 การชนแบบหัวสูงของไก่เหล่าป่าก๋อยนั้นเหมาะกับไก่พม่าหรือไก่เชิงรวมทั้งไก่ป่าก๋อยด้วยกัน ซึ่งแบบหัวสูงนี้จะเป็นการก้าวประชิดแล้วพาดคอบนบ่าคว้ากัดหลังตีลำตัวมีความได้เปรียบแบบหัวล่างอยู่บ้างไก่ป่าก๋อย 100 หมออุดมฟาร์มเป็นไก่แบบที่ 2 หัวบน

 

ไก่เหล่าป่าก๋อยหมออุดมฟาร์มไม่ต้องดัง ทำเชิงถูกตลาดขายแทบไม่ทัน หมออุดมฟาร์มเป็นไก่สายป่าก๋อยแท้ 100% ไม่มีสายอื่นใดผสมราคาย่อมเยาเริ่มต้นที่ 500 บาท รากหญ้าสามารถเข้าถึงได้บริการจัดส่งทั่วประเทศพร้อมรับผิดชอบไก่หากเกิดปัญหาระหว่างการจัดส่งให้คำปรึกษาพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงไก่ที่ถูกต้องชั้นเชิงไก่เป็นไก่ป่าก๋อยเชิงบนไก่ที่ส่งขายเป็นไก่ที่คัดเอาตัวที่ดี

 

ข้อมูลติดต่อ 249 ม.2 ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชนบูรณ์ 67160 เบอร์โทรศัพท์:081-7864816 แฟนเพจ:ไก่ป่าก๋อย 100 หมออุดมฟาร์ม อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ:หมออุดมฟาร์ม เรียบเรียงเนื้อหาโดย : www.siamarcheep.com (สยามอาชีพ)

5 ข้อที่คนเลี้ยงไก่ชนต้องรู้จักลงทุน

0

การไม่ลงทุนคือเชื่อว่าหลายคนส่วนใหญ่ต่างมีความต้องการที่แตกต่างกันเหตุผลของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยแต่สำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จกับการเลี้ยงไก่วันนี้จึงอยากมาบอกถึงสิ่งที่คนเลี้ยงไก่จะมีโอกาสประสบความสำเร็จสำหรับการทำอาชีพเลี้ยงไก่ที่ควรจะต้องรู้โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับเรื่องของสายไก่มีคำกล่าวเอาไว้ว่าการไม่ลงทุนคือทำไมจึงเป็นเช่นนี้สำหรับคนที่คิดจะเอาดีหรือจริงจังในด้านนี้จะพามารู้จักการลงทุนแบบไหนบ้างถึงจะมีโอกาสสำเร็จหากคิดจะเลี้ยงไก่ชน
1.ลงทุนในตัวเองเป็นสิ่งแรกที่หากคุณคิดจะเริ่มต้นทำอาชีพเลี้ยงไก่ขายคุณจะต้องลงทุนกับการแบ่งเวลาศึกษาเรียนรู้หาข้อมูลของการเลี้ยงไก่การขายไก่แนวทางเพิ่มความรู้เพิ่มทักษะเรื่องต่างๆ ให้กับตัวเองให้มากศึกษาดูงานตามที่ต่างๆ เข้าครอสอบรมหรือเรียนรู้หรือไปดูตามซุ้มฟาร์มตามสนามชนก็สามารถทำได้เช่นกันจำเอาไว้ว่าคุณจะต้องเพิ่มความรู้ให้กับตัวเองให้มากที่สุดก่อนที่จะลงมือทำหรือเลี้ยงไก่เป็นอันดับแรก2.ลงทุนในอาชีพหากเป้าหมายคุณชัดเจนแล้วว่าจะต้องเลี้ยงไก่เป็นอาชีพให้ประสบความสำเร็จหรือต้องเอาดีในอาชีพนี้ให้ได้ฉะนั้นแล้วคุณต้องลงมือทำอาชีพนี้อย่างจริงจังทันทีและวางแผนการทำงานให้รอบคอบการจัดการระบบการเลี้ยงต่างๆรูปแบบฟาร์มจะทำลักษณะไหนพื้นที่การเลี้ยงเหมาะสมหรือไม่หรือหากเจอปัญหาจะรับมือแก้ไขยังไงซึ่งจะต้องเกิดขึ้นก่อนการนำสายไก่เข้ามาเพาะเลี้ยงพัฒนาหรือแม้แต่เรื่องของงบประมาณค่าใช้จ่ายที่คุณจะต้องทราปและเตรียมการให้ดีหากจะทำเป็นอาชีพจริงจัง
3.ลงทุนในสายหากใครที่เริ่มต้นเลี้ยงไก่ชนแล้วไม่ลงทุนจำไว้ขึ้นใจเลยครับว่าการไม่ลงทุนคือคุณมีโอกาสจะไม่ประสบความสำเร็จได้มากที่สุดบางคนอาจจะบอกว่าไม่ลงทุนก็ได้เดี๋ยวไปขอแบ่งสายกับเพื่อนถ้าเพื่อนคุณมีไก่ชนสายดีๆ แล้วเขาให้คุณมาเลี้ยงโดยไม่คิดมูลค่ากับคุณถือว่าคุณโชคดีมากครับแต่อย่าลืมว่าการขอกับการซื้อผลที่ได้มักต่างกันแต่ให้ดีที่สุดสำหรับคนที่พอมีทุนแนะนำว่าลงทุนเถอะครับกับสายไก่ชนดีๆ ลงทุนแล้วดียังไงการลงทุนในสายทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มครับสามารถพูดได้เต็มปากว่าตัวนี้ซื้อมาแพงหรือไปคัดตัวเก่งมากับมือไปซื้อสายจากฟาร์มใหญ่หรือฟาร์มดังหรือซุ้มฟาร์มมีชื่อหรือไม่มีชื่อแต่ก็ขอให้คุณลงทุนเถอะครับยังไงก็มีโอกาสที่คุณจะได้สายดีๆ มาเลี้ยงมากกว่าที่จะไปขอจากคนรู้จักกันอย่างน้อยก็ช่วยให้ธุรกิจไก่ชนมันคึกคัก
4.ลงทุนในการเลี้ยงหากคุณมีสายไก่ดีๆ มาเลี้ยงแล้วลำดับต่อไปสิ่งที่คุณจะต้องจัดการต่อจากนี้คือการดูแลเอาใจไก่ที่คุณนำมาพัฒนาให้ดีเน้นใส่ใจในการเลี้ยงให้มากโดยเฉพาะเรื่องของอาหารและมาตรฐานการดูแลต่างๆ ที่จะต้องเอาใจใส่ทั้งการลงทุนในสิ่งปลูกสร้างโรงเรือนลงทุนอาหารวิตามินลงทุนเพราะไก่ชนเป็นสิ่งมีชีวิตที่พูดไม่ได้จึงต้องลงทุนในการเลี้ยงดูแลในทุกรายละเอียดหากไม่ยอมลงทุนในการเลี้ยง อาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาอยู่ก็ได้ ฉะนั้นหากไม่ยอมลงทุนอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย
5.ลงทุนในความสุขและความพอใจอันนี้คือสิ่งที่สำคัญมากเมื่อแรงบันดาลใจคือไก่การลงทุนทำในสิ่งที่รักหรือชอบบางครั้งก็อาจจะเอาเงินมาเป็นตัววัดความสำเร็จไม่ได้เสมอไปเพราะบางคนความสุขที่ได้ทำหรือได้เลี้ยงไก่มันมีคุณค่ามากมายยิ่งนักซึ่งมากกว่าที่จะเอาเงินมาเป็นตัวชีวัตความสำเร็จได้บางคนอาจลงทุนเป็นล้านเพื่อแค่ให้ได้ครอบครองไก่ตัวที่ชอบหรือตัวที่รักเพียงแค่นั้นการเลี้ยงไก่บางครั้งเราจึงเอาชีวิตของคนอื่นมาเป็นมาตรฐานของชีวิตกับตัวเราไม่ได้ครับเพราะความสุขทางใจมันมีค่ามากกว่าเงินจะวัดได้ความสุขของเราก็ใช่ในแบบที่เราเป็นสำเร็จและสุขแบบที่เราเป็นดีที่สุดครับ
แหล่งที่มาของเนื้อหา:https://kaichononline.com/knowledge/content/00249

รูปแบบการทำคอกโคขุน

0

ลักษณะและขนาดของคอกโคขุนย่อมแตกต่างกันไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพสถานที่และขนาดของกิจการแต่ก็พอจะสรุปหลักการได้ดังนี้
1.สถานที่ 
ควรเป็นที่ดอนระบายน้ำได้ดีหรืออาจจะต้องถมพื้นที่ให้สูงกว่าระดับปกติเพื่อไม่ให้น้ำในฤดูฝนมีทางให้รถบรรทุกเข้าออกได้เพื่อความสะดวกในการนำโคเข้าขุนและส่งตลาดให้ความยาวของคอกอยู่ทิศตะวันออกถึงตะวันตกวางแผนให้สามารถขยายกิจการได้ในอนาคต 2.ขนาดของคอก โรงเรือนอาจะประกอบด้วยคอกหลายๆ คอกตามจำนวนโคที่ต้องการขุนแต่ละคอกควรมีขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร หารต้องการขุนแบบรวมหลายตัวในคอกเดียวกันพื้นที่คอกไม่ควรน้อยกว่า 8 ตารางเมตรต่อตัวซึ่งพื้นที่ดังกล่าวควรมีหลังคาอยู่ประมาณ 1 ใน 3 ก็เพียงพอแล้วส่วนที่เหลือให้เป็นที่โล่งหรือมีร่มไม้ก็ยิ่งดีถ้าพื้นที่ต่อตัวน้อยเกินไปจะมีปัญหาเรื่องพื้นคอกแฉะแม้กระทั่งฤดูแล้งแต่ถ้ามากเกินไปก็จะต้องเสียพื้นที่มากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการสร้างคอกมากขึ้นถ้าจะสร้างหลังคาคลุมพื้นที่คอกทั้งหมดก็ได้มีข้อดี3.พื้นคอก พื้นคอกโคขุนสามารถเทคอนกรีตทั้งหมดได้ก็เป็นการดีเพราะจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องพื้นคอกเป็นโคลนในฤดูฝนได้แต่ต้องการประหยัดก็อาจจะเทคอนกรีตเฉพาะพื้นคอกส่วนที่อยู่ใต้หลังคาก็ได้หากพื้นคอกส่วนใต้หลังคาเป็นดินจะมีปัญหาเรื่องพื้นเป็นโคลนไม่ว่าจะเป็นฤดูแล้งหรือฤดูฝนพื้นคอนกรีตหนา 7ซ.ม โดยไม่ต้องผูกเหล็กสามารถรับน้ำหนักโคขุนได้สำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ถ้าต้องการให้รถแทรกเตอร์(รถไถ)เข้าไปในคอกได้จำเป็นจะต้องเทคอนกรีตให้หนา 10 ซ.ม และผูกเหล็กหรือไม้รวกก็ได้ผิวหน้าของพื้นคอนกรีตควรทำให้หยาบโดยใช้ไม้กวาดมือเสือครูดให้เป็นรอยและพื้นคอกควรมีความลาดเอียงจากด้านหน้าลงด้านหลังคอกประมาณ 2-4% หรือทำมุมประมาณ 15 องศากับพื้นราบเพื่อให้น้ำล้างคอกไหลลงท้ายคอกได้ง่ายขึ้นท้ายคอกควรมีร่องน้ำกว้างประมาณ 30 ซ.ม พื้นรางลาดเอียงไปตามแนวที่ต้องการระบายน้ำออกไปเมื่อพ้นแนวคอกควรทำทางหรือร่องน้ำไห้ไหลไปใช้ในแปลงหญ้าได้ด้วยพื้นคอกส่วนใหญ่ที่เป็นคอนกรีตใต้หลังคาควรจะปูด้วยวัสดุที่ซับความชื้นได้ดีได้แก่ แกลบ,ขี้กบ,ขี้เลื่อย,ฟางหรือซังข้าวโพด เป็นต้น ข้อดีก็คือทำให้โคไม่ลื่นไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดคอกทุกวันอีกทั้งมูลโคพร้อมวัสดุรองพื้นนี้นับว่าเป็นปุ๋ยหมักอย่างดีสำหรับแปลงหญ้าการเปลี่ยนวัสดุรองพื้นคอกควรทำ 1-2 ครั้งต่อเดือนในฤดูฝนและประมาณ 3 เดือนต่อครั้งในฤดูแล้ง,แกลบ 1 ลูกบาศก์เมตรสามารถปูพื้นคอกได้ 10-12 ตารางเมตร(หนาประมาณ 7 ซ.ม)หรือแกลบ 1 กระสอบป่านหรือแผ่นยางใช้ปูพื้นได้ 2 ตารางเมตรพื้นคอกส่วนที่เป็นพื้นดินหรือส่วนที่อยู่นอกหลังคาไม่จำเป็นต้องมีวัสดุรองพื้นควรทำบ่ากั้นแกลบไม่ให้ไหลจากส่วนใต้หลังคาคอนกรีตไปยังส่วนที่เป็นพื้นดินการปูวัสดุรองพื้นนี้อาจจะไม่จำเป็นเสมอไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคลผู้เลี้ยงโคขุนบางรายนิยมการล้างทำความสะอาดพื้นคอกทุกวันซึ่งได้ผลดีเช่นเดียวกันแต่สิ้นเปลืองแรงงานค่อนข้างมากจากประสบการณ์สรุปว่าในฤดูแล้งควรใช้วิธีปูวัสดุรองพื้นส่วนในฤดูฝนควรใช้วิธีทำความสะอาดคอกทุกวันมีผู้ทดลองใช้ซีเมนต์บล็อคเป็นพื้นคอกโคขุนแทนการเทคอนกรีตปรากฏว่าไม่สามารถทนน้ำหนักโคได้แต่ถ้าเป็นซีเมนต์บล๊อคที่สั่งอัดพิเศษโดยใส่ส่วนผสมปูนซีเมนต์ลงไปมากกว่าปกติจะสามารถใช้ปูเป็นพื้นคอกโคขุนได้
4.หลังคา สามารถทำด้วยวัสดุต่างๆ กัน เช่น กระเบื้อง,สังกะสี,จากหรือแฝกถ้าหลังคามุงด้วยสังกะสีควรให้ชายล่างหลังคาสูงจากพื้นดินประมาณ 250 ซ.ม มิฉะนั้นจะทำให้อากาศภายในคอกในฤดูร้อนร้อนมากถ้าหลังคามุงจากหรือแฝกชายล่างของหลังคาควรให้สูงจากพื้นดิน 250 ซ.ม เช่นกันถ้าต่ำกว่านั้นโคจะกัดกินหลังคาได้5.เสาคอกเสาคอกด้านหน้าควรอยู่ในแนวขอบรางอาหารด้านหลังไม่ควรเลยออกมาจากขอบรางทั้งด้านภายในรางและภายนอกรางด้านหลังเพราะจะสะสมสิ่งสกปรกสามารถทำด้วยวัสดุต่างๆ กัน เช่น ไม้เนื้อแข็ง,ไม้ไผ่,ไม้สน,เหล็ก,แป๊ปน้ำหรือคอนกรีต เสาไม้,เสาเหล็กและแป๊ปน้ำมักมีปัญหาเรื่องเสาขาดคอดินต้องแก้ไขโดยการหล่อคอนกรีตหุ้มโคนเสาสูงจากพื้นดินประมาณ 30 ซ.ม การหุ้มโคนเสามักจะเกิดปัญหาการแตกร้าวของคอนกรีตซึ่งสามารถแก้ได้โดยใช้ท่อปล่องส้วมหรือท่อแอสล่อนเป็นปลอกหุ้มภายนอกอีกชั้นหนึ่ง เสาคอนกรีตเสริมเหล็กมีความคงทนถาวรดีมากแต่มีปัญหาในการกั้นคอกเพราะไม่สามารถตอกตะปูหรือเจาะรูน๊อตได้เสาไม้สนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้วมีอายุใช้งานเพียงประมาณ 1 ปีหรือผ่านเพียง 1 ฤดูฝนเท่านั้นโคนเสาระดับพื้นดินก็จะหักเสาไม้ไผ่(ไม้ซอ)มีความคงทนกว่าไม้สนเล็กน้อยการใช้เสาคอนกรีตฝังดินและโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดินเล็กน้อยแต่ต่อด้วยเสาไม้นั้นมักจะเกิดปัญหาโคนเสาบริเวณรอยต่อหักเมื่อถูกแรงกระแทกของโค6.รั้วกั้นคอก สามารถทำด้วยวัสดุต่างกัน เช่น ไม้เนื้อแข็ง,ไม้ไผ่,ไม้สนและแป๊ปน้ำ เป็นต้น ไม้สนและไม้ไผ่มีอายุใช้งานได้ประมาณ 1 ปีเศษหรือผ่าน 1 ฤดูฝนเท่านั้นรั้วกั้นคอกรอบนอกควรกั้นอย่างน้อย 4 แนว แนวบนสุดสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 150 ซ.ม ส่วนรั้วที่แบ่งคอกย่อยภายในควรกั้นอย่างน้อย 3 แนวการกั้นรั้วคอกควรให้ไม้หรือแป๊ปน้ำที่ใช้กั้นอยู่ด้านในของเสาเพราะเมื่อถูกแรงกระแทกจากโค เสาจะได้ช่วยรับแรงไว้ตาไม้หรือสิ่งแหลมคมในคอกต้องกำจัดออกให้หมด7.รางอาหาร ควรอยู่ด้านหน้าคอกสูงประมาณ 60 ซ.ม กว้างประมาณ 80-90 ซ.ม ก่ออิฐฉาบปุนและขัดมันขอบรางด้านนอกเป็นแนวตรงดิ่งไม่เอียงเฉียงออกมาหรือลอยสูงจากพื้นทำให้เกิดมุมอับที่สะสมสิ่งสกปรก ขอบรางด้านหน้าสูงกว่าด้านหลังประมาณ 10-20 ซ.ม พื้นผิวภายในรางฉาบเรียบโดยด้านล่างของรางทำเป็นแนวโค้งมนไม่มีมุมเจาะรูที่ก้นรางด้านหนึ่งเพื่อให้น้ำระบายออกได้ท้องรางลาดเทเล็กน้อยไปทางด้านที่มีรูระบายน้ำรางอาหารที่แคบเกินไปจะมีปัญหาเรื่องอาหารตกหล่นมากขณะที่โคยืนเคี้ยวอาหารปากโคจะยื่นเลยรางอาหารออกมาการทำรางอาหารเตี้ยมากเกินไปทำให้โคต้องก้มมากในขณะกินอาหารแต่ถ้าสูงเกินไปจะมีปัญหาสำหรับโคขนาดเล็กโคขุนระยะแรกต้องการรางอาหารยาวประมาณ 50 ซ.ม ต่อโคขุน 1 ตัวและประมาณ 65 ซ.มในระยะปลาย8.อ่างน้ำ อ่างน้ำควรวางอยู่ในจุดต่ำสุดของคอกหรืออาจจะวางอยู่นอกคอกแล้วทำช่องให้โคโผล่หัวออกไปดื่มน้ำได้ขนาดของอ่างน้ำสูงประมาณ 60 ซ.ม กว้าง 80 ซ.ม ยาว 90 ซ.ม ก่ออิฐฉาบปูนขัดมันมีรูระบายน้ำด้านล่างหรืออาจควรคำนวณให้สามารถบรรจุน้ำได้พอเพียงสำหรับโคทุกตัวในคอกโค 1 ตัวดื่มน้ำวันละ 20-30 ลิตรหรือโคขุนที่กินหญ้าสดหรือเปลือกสับปะรดเป็นอาหารหยาบต้องการกินน้ำวันละ 5%น้ำหนักตัวส่วนโคขุนที่กินฟางหรือหญ้าแห้งเป็นอาหารหยาบต้องการน้ำประมาณวันละ10%น้ำหนักตัว9.มุ้งหรือไฟไล่ยุง มุ้งไนล่อนสีฟ้าควรเป็นเบอร์ 16 หน้ากว้าง 2.5 เมตร ราคาม้วนละ 350-400 บาท(ยาว 30 เมตร)จะใช้มุ้งตาถี่กว่านี้(เบอร์ 20)ก็ได้แต่ราคาแพงขึ้นและทำให้การระบายอากาศในคอกไม่ดีนักการเย็บมุ้งให้เข้ากับรูปทรงของคอกสามารถเย็บด้วยมือหรือจ้างร้านเย็บผ้าใบก็เป็นการสะดวกในอัตราค่าแรงคิดเป็นม้วนๆละประมาณ 40 บาท

เทคนิคการเลี้ยงไก่ถ่ายแหลมโดยไม่ต้องไล่รื้อ

0

คำว่าไก่ถ่ายแซมคือไก่ที่ถ่ายขนปีกเราเรียกถ่ายสามเส้นถ่ายเจ็ดเส้นไก่ถ่ายสามเส้นนี้สามารถเลี้ยงชนได้แต่การเลี้ยงจะต้องเปลี่ยนระบบการเลี้ยงไปบ้างคือ
1.เน้นกาดน้ำกาดแดดเหมือนเดิมออกกำลังเหมือนเดิมอย่าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำการเลี้ยงต่อเนื่องถ้าทำแบบนี้จะทำให้ผิวหนังไก่คลายตัวและถ่ายเร็วขึ้นการกาดแดดกาดน้ำติดขมิ้นบ้างติดกระเบื้องบ้างจะทำให้ไก่มีผิวหนังตึงรัดการถ่ายขนจะช้าลงส่วนขนปีที่ถ่ายก็รอไปเรื่อย2.กิจกรรมที่ทำทดแทนการปล้ำวางจริงคือการเดินนวมแต่ต้องเลือกคู่นวมที่เหมาะสมอย่าใช้ไก่นวมประเภทบินตอบโต้จงเลือกไก่นวมประเภทเชิงเดินอย่างเดียวไม่บินไก่นวมชั้นยอดคือไก่นวมที่ไม่บินตอบโต้นั่นเองจงเลือกและเก็บไว้อย่างดีเลี้ยงไก่ฤดูนี้ไก่นวมสำคัญมากถ้าเราใช้ไก่นวมประเภทบินโต้ตลอดไก่เราก็จะบินโต้ด้วยผลคือปีกแตกไม่งอก
3.ขนปีกที่ขึ้นใหม่ระยะอันตรายที่สุดคือระยะงอก50-90%ซึ่งระยะนี้จะงอกเร็วประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะเต็มดังนั้นช่วงนี้ถ้ามีปีกใดขึ้นมาใหม่ต้องงดปล้ำเน้นออกกำลังกายวิ่งสุ่มโดดหลุ่มกาดแดด เป็นต้นพอขนชุดนี้เต็มก็เตะนวมออกเลยจะเลี้ยงให้สมบูรณ์ทุกส่วนเหมือนไก่ฤดูหนาวไม่ได้4.ไก่พม่าต้องระวังเรื่องจิตใจให้มากถ้าเหล่าไม่ดีหนีง่ายๆ แม้จะเป็นต่อ 20 ต่อ 1 ก็ตามเล่นต้องบังพม่าแท้ๆ ไม่เหมือนไก่ทั่วไปโดนเจ็บๆ หน่อยหนีเลยส่วนไก่ถ่ายแหลมคือไก่ที่ถ่ายทั้งตัวในขณะหนุ่มอายุ 8-9 เดือน เริ่มถ่ายแล้วถ่ายทั้งตัวถ่ายขนใหม่ทุกเส้นอายุขวบหน่อยก็เต็มสมบูรณ์พร้อมจับเลี้ยงเรียกว่าลูกแหลมครับไก่ลูกแหลมต้องเพราะช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมครับพอเข้าเดือนมีนาคมถึงเมษายนปีต่อไปเราก็จับคัดตัวไหนดีหาที่ปล่อยคุมฝูงหรือจับขังคอกตาข่ายให้มันถ่ายขนครับบางตัวก็ไม่ถ่ายนะแต่ส่วนมากร้อยละ 80-90 ถ่ายลูกแหลมทุกตัวครับไก่ถ่ายแหลมจะถ่ายเร็วมากขนหลุดกองเป็นกำมือไม่กี่วันก็หลุดหมดเป็นไก่ที่เหมาะเลี้ยงชนมากที่สุดครับใครเลี้ยงลูกแหลมถือว่าได้เปรียบที่สุดในเรื่องอายุ,สรีระ,ความสด,ความสมบูรณ์,กระดูก ฯลฯ โบราณจริงๆ ชอบเลี้ยงไก่ลูกแหลมครับ

แนวโน้มและโอกาสของโคเนื้อที่จะส่งออกไปจีนเปิดอีกครั้ง

0

1.ดูแนวโน้มเปลี่ยนแปลงจะเห็นได้ว่าคนจีนรวยขึ้นความต้องการเนื้อโคที่มีคุณภาพมากขึ้นมีคำสั่งซื้อโคลูกผสมยุโรปเข้ามากขึ้นเพื่อป้อนให้กับจีนขนาดใหญ่ที่อยู่ตามชายแดนจีนลาวที่กำลังจะเปิดดำเนินการในปีหน้าเกิดโอกาสให้กับฟาร์มที่มีแม่วัวจำนวนมาก2.ดูปัญหาประเทศไทยจะผลิตโคลูกผสมสายยุโรปอย่างไรเพื่อให้ซัพพลายได้เพียงพอและต่อเนื่องกับความต้องการอัตราการผสมติดจะแก้ไขอย่างไรทำอย่างไรถึงจะผลิตแบบเป็นลอตเป็นรุ่นๆ ใกล้เคียงกันในการจัดส่งเพื่อให้ลดต้นทุน
3.ดูช่องโหว่ในตลาดเราจะเห็นได้ว่าจีนมีการสั่งซื้อเนื้อโควากิวจากประเทศญี่ปุ่นผ่านทางประเทศกัมพูชาเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศผู้นำเข้าเนื้อโควากิวเราทำไมต้องส่งโมีชีวิตออกอย่างเดียวประเทศไทยก็เลี้ยงโควากิวได้เหมือนกันถ้าเรามีการลงทุนระบบอีแวปส์(คอกควบคลุมอุณหภูมิ)เราสามารถผลิตเนื้อโคที่มีไขมันแทรกแบบญี่ปุ่นส่งออกไปจีนได้
4.ดูเรื่องการปรับใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าเนื้อโคทำให้มีไขมันแทรกเพิ่มมากขึ้นซึ่งมีการใช้กันมานานแล้วและประเทศจีนก็เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ซึ่งตอนนี้ในไทยได้พัฒนาทำการแยกกรดไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัวออกจากกันโดยใช้งานวิจัยมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดจีนได้มากขึ้น5.ดูช่องโหว่ระบบการผลิตโคเนื้อของไทยจะเห็นได้ว่าเป็นฟาร์มรายย่อยจะจับรายย่อยมารวมตัวร่วมกันผลิตได้อย่างไรภายใต้การส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อของภาครัฐและการปล่อยกู้เรื่องโคเนื้อของธนาคาร ธกส ในสภาพปัจจุบันที่ไม่มีหลักประกันเรื่องการตลาดให้เลยผมพยายามชี้โอกาสให้คนเลี้ยงโคได้เห็นโอกาสที่เปิดใหม่อีกครั้งของจีนขณะ
ขอบคุณเนื้อหาสาระดีๆจาก Facebook :Boorananath Sitthiporn

วิธีปลูกและดูแลหญ้าเนเปียร์ วัว ควาย แพะ แกะ กินได้ไม่ต้องบด

0

วิธีปลูกและดูแลหญ้าเนเปียร์ วัว ควาย แพะ แกะ กินได้ไม่ต้องบด ในสายพันธุ์หญ้าเนเปียร์นอกจากหญ้าเนเปียร์แคระแล้วยังมีหญ้าเนเปียร์สายต่างๆ ที่นิยมปลูกอีกหลายชนิดเช่น หญ้าเนเปียร์ธรรมดา,หญ้าเนเปียร์ลูกผสมและหญ้าเนเปียร์ยักษ์ทั้งหมดเป็นหญ้าที่ให้ผลผลิตสูงทั้งสิ้นหญ้าเนเปียร์แคระนำเข้ามาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยนายวิฑูรย์ กำเนิดเพชรเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2532
1.ลักษณะทั่วไป หญ้าเนเปียร์แคระเป็นหญ้าที่มีอายุหลายปีมีลำต้นใต้ดินเป็นแบบเหง้า(Rhizome)มีลักษณะทรงต้นเป็นกอพุ่มตั้งลำต้นอวบและเตี้ยกว่าหญ้าเนเปียร์ธรรมดามีความสูงประมาณ 1-2 เมตร มีการแตกกอดีมีสัดส่วนของใบมากกว่าส่วนของลำต้นมีความน่ากินสูงสามารถทนแล้งได้ดีพอสมควรเนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรงและหยั่งลึกลงในดินและยังมีความสามารถดูดธาตุอาหารได้มากทำให้ได้ผลผลิตสูง หญ้าเนเปียร์แคระเจริญเติบโตได้ในดินหลายชนิด เช่น ดินร่วน ดินร่วนปนทรายถึงดินเหนียวในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์จะเจริญเติบโตได้เร็วเหมาะสำหรับปลูกในเขตชลประทานหรือที่ที่มีระบบการให้น้ำดีเมื่อโตเต็มที่จะออกช่อดอกที่มีลักษณะยาวเรียวเรียกช่อดอกแบบนี้ว่าช่อดอกแบบ Spike ช่อดอกมีสีเหลืองอ่อนยาวประมาณ 10 นิ้ว ตรงส่วนปลายของช่อดอกจะโค้งงอเล็กน้อย หญ้าเนเปียร์แคระเป็นหญ้าเขตร้อนชนิดหนึ่งที่ปรับตัวได้ดีในประเทศไทยและมีแนวโน้มว่าจะเป็นหญ้าที่ควรได้รับการส่งเสริมให้เกษตรกร ในอนาคตโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรผู้ที่อยู่ในบริเวณภาคกลางหรือบริเวณที่สามารถให้น้ำได้

 

 

 

 

 

ตลอดปีและดินมีความอุดมสมบูรณ์พอสมควรเนื่องจากเป็นหญ้าที่ให้ผลผลิตสูงกว่าหญ้ารูซี่ที่ใช้ส่งเสริมในปัจจุบันเกือบ1-2 เท่าและยังมีคุณค่าทางอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับโปรตีนสูงกว่าหญ้ารูซี่อย่างเด่นชัดประกอบกับการเจริญเติบโตทางลำต้นค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหญ้าชนิดอื่นดังนั้นเกษตรกรบางรายที่เก็บเกี่ยวหญ้าเนเปียร์แคระ มาเลี้ยงสัตว์ช้าเกินไปก็ยังใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดีเมื่อเทียบกับหญ้ารูซี่และหญ้าอื่นๆ ที่อายุเท่ากันปัญหาสำคัญที่หญ้าชนิดนี้ไม่แพร่หลายเท่าที่ควรส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการขยายสายซึ่งจำเป็นต้องใช้ท่อนปลูกเพียงอย่างเดียวจึงไม่สะดวกเมื่อต้องการปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามจากการส่งหญ้าเนเปียร์แคระไปให้

 

 

เกษตรกรที่สนใจปลูกและขอมามีเกษตรกรรายหนึ่งได้รายงานมาคือคุณเกรียงไกร มณีปกรณ์จากจังหวัดนครพนมได้รายงานถึงความสำเร็จในการใช้เมล็ดพันธุ์หญ้าเนเปียร์แคระ เพื่อการขยายพันธุ์ซึ่งผู้เขียนใคร่ขอขอบคุณเกษตรกรท่านนี้ด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ได้รายงานให้ผู้เขียนได้รับทราบจากการศึกษาที่ภาควิชาพืชไร่นาพบว่าหญ้าเนเปียร์แคระสามารถผลิตเมล็ดได้ดีพอสมควรแต่เมล็ดมีอายุค่อนข้างสั้นดังนั้นถ้าจะขยายหญ้าเนเปียร์แคระด้วยเมล็ดจะต้องเก็บเมล็ดที่แก่สุกแล้วนำไปเพาะในกระบะทันทีหลังจากเมล็ดงอกดีแล้ว จึงนำต้นกล้าย้ายปลูกลงในแปลงภายหลังการเก็บเมล็ดไว้นานเมล็ดหญ้าเนเปียร์แคระจะใช้ไม่ได้ จอย่างไรก็ตามจากข้อมูลของคุณเกรียงไกรทำให้ผู้เขียนมีความสนใจในการศึกษารายละเอียดในด้านเมล็ดของหญ้าชนิดนี้ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่นานนักคงได้รายละเอียดมาเล่าให้ฟังบ้างหญ้าเนเปียร์แคระที่ติดเมล็ดเป็นสายที่ออกดอกช้าคือออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมและมีลักษณะต้นเตี้ยพุ่มใบชี้ตรงและด้านบนใบมีขนเพียงเล็กน้อยช่วงปลูกหญ้าเนเปียร์แคระสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีถ้ามีการให้น้ำดีแต่โดยทั่วไปควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม

2.การเตรียมพื้นที่ปลูก ควรมีการไถพรวนดินให้ร่วนซุยก่อนโดยการไถพรวน 2 ครั้งให้ไถครั้งแรกขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะเพื่อเปิดหน้าดินและกำจัดวัชพืชที่ปกคลุมอยู่ให้หมดไปและไถพรวนครั้งที่ 2 เพื่อทำลายวัชพืชที่ขึ้นมาใหม่พร้อมทั้งย่อยดินให้มีขนาดเล็กลงและปรับสภาพแปลงหญ้าให้ราบเรียบ
3.การเตรียมท่อนพันธุ์หญ้าและการปลูก หญ้าเนเปียร์แคระที่จะนำมาใช้ทำท่อนพันธุ์ควรมีอายุประมาณ 4-6 เดือนนำมาตัดเป็นท่อน ท่อนพันธุ์แต่ละท่อนต้องมีข้อติดอยู่ 2-3 ข้อใช้ระยะปลูก 75X75 เซนติเมตร การปลูกให้ใส่ท่อนพันธุ์ลงในหลุมปลูกหลุมละ 2 ท่อนหรือใช้ระยะปลูก 75X100 เซนติเมตรโดยให้ข้อล่างสุดฝังลงไปในดินลึก 2-3 นิ้วดังนั้นในพื้นที่ 1 ไร่จะใช้ท่อนพันธุ์ประมาณ 300-500 กิโลกรัมต่อไร่

4.การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยคอกขณะเตรียมดินก่อนปลูกอย่างน้อย 15 วันแล้วไถพรวนกลบ สำหรับดินที่เป็นดินเหนียวที่มีระบบชลประทานแนะนำให้ใส่ปุ๋ยคอกอัตรา 1 ตันต่อไร่สำหรับดินร่วนปนทรายควรใส่ปุ๋ยคอก 4 ตันต่อไร่หลังจากนั้นจึงเริ่มปลูกเมื่อหญ้ามีอายุประมาณประมาณ 3-4 อาทิตย์ให้ใส่ปุ๋ยยูเรียในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่หว่านให้ทั่วทั้งแปลงปกติแล้วจะใส่ปุ๋ยหลังการตัดหญ้าทุกครั้ง
5.การกำจัดวัชพืช ควรกำจัดวัชพืชภายหลังจากปลูกหญ้าประมาณ 2-4 สัปดาห์
6.การให้น้ำ หญ้าเนเปียร์แคระเป็นพืชที่ตอบสนองต่อความอุดมสมบูรณ์ของดินและการให้น้ำได้ดีสำหรับพื้นที่ที่เป็นดินเหนียวควรให้น้ำในช่วงแล้งทุก 2-3 สัปดาห์และให้น้ำทุกครั้งที่มีการใส่ปุ๋ย

 

7.การใช้ประโยชน์ การตัดหญ้าเนเปียร์แคระไปเลี้ยงสัตว์ควรตัดครั้งแรกที่อายุ 60-70 วันหลังปลูกและควรตัดครั้งต่อไปทุก 30-45 วันช่วงฤดูฝนหญ้าโตเร็วอาจตัดที่อายุน้อยกว่า 30 วันโดยตัดให้สูงจากพื้นดินประมาณ 3 นิ้วหญ้าเนเปียร์แคระเป็นหญ้าที่ไม่สามารถปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มในแปลงหญ้าได้จึงเหมาะสำหรับใช้เลี้ยงโค,กระบือ,แพะและแกะที่คอกมากกว่าหญ้าเนเปียร์แคระพบว่าเป็นหญ้าที่มีคุณค่าทางอาหารดีที่สุดในตระกูลหญ้าเนเปียร์ด้วยกัน คือมีค่าโปรตีนหยาบเฉลี่ยสูงที่สุดเท่ากับร้อยละ11.83-13.45 และมีค่า

 

 

ส่วนของเยื่อใยรวม(NDF)เท่ากับร้อยละ73.15 และส่วนของเยื่อใยที่ย่อยได้ยาก(ADF)เฉลี่ยต่ำที่สุด เท่ากับร้อยละ 42.39สรุปหญ้าเนเปียร์แคระเป็นหญ้าที่เจริญเติบโตเร็วให้ผลผลิตสูงปลูกง่ายสามารถปลูกได้ในดินหลายชนิดตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดีสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในรูปหญ้าตัดสดไม่สามารถปล่อยโคลงแทะเล็มในแปลงเนื่องจากไม่ทนต่อการเหยียบย่ำมีคุณค่าทางอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่สูงโค กระบือ ชอบกินเป็นหญ้าที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมากในปัจจุบัน และที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องบดให้ทานกิน เพราะมีลำต้นที่อ่อนกว่าหญ้าเนเปียร์ทั่วไป

ประวัติเจ้าโกโก้ยอดไก่แห่งซุ้มหนุ่มโรงหมี่ สุดยอดไก่ม้าล่อที่ต้องนำมาพัฒนา

0

 

เจ้าโกโก้

ส่งมอบเจ้าโกโก้

 

เจ้าโกโก้ไก่ชนค่าตัวแพงที่สุดในประเทศไทยค่าตัว 4,000,000 บาท ปี2559 เจ้าโกโก้เป็นลูกของเจ้าเดอะซันยอดไก่ของท่านสมศักดิ์ เทพสุทินแม่คือแม่เนตรนภาซึ่งเป็นแม่ไก่สายยอดขนุนต้นเหล่าของชุ้มจักรินฟาร์มเจ้าของฟาร์มไก่ชนซื้อไก่ชนเจ้าโกโก้ราคาสูงกว่า 4 ล้านบาทเพื่อนำมาเป็นพ่อไก่ในฟาร์มเพาะลูกขายในราคา1 หมื่นบาททำให้ลูกค้าแห่สั่งจองเพียบมีฟาร์มเลี้ยงไก่ชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ขามสะแกแสงซึ่งมีการซื้อไก่ชนในราคาสูงถึงตัวละ 4,000,000 บาท เพื่อมาเป็นพ่อไก่ในฟาร์มเพาะ

 

ลูกขายในราคาคู่ละ 10,000 บาทสร้างความฮือฮาให้กับผู้ชื่นชอบไก่ชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมากโดยฟาร์มดังกล่าวมีชื่อว่าฟาร์มหนุ่มโรงหมี่ตั้งอยู่ที่บ.หนองหัวฟาน ม.5 ต.หนองหัวฟาน อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมามีนายภานุมาส คิดการหรือเสี่ยเฉิ่มอายุ 38 ปี เป็นเจ้าของฟาร์มเพาะเลี้ยงไก่ชนขายมานาน

 

 

ถึง 10 ปีแล้วปัจจุบันใช้พื้นที่ดิน 6 ไร่ เพาะเลี้ยงไก่ชนอย่างเป็นระบบมีไก่ชนที่เลี้ยงในฟาร์มกว่า 1,500 ตัวในแต่ละวันจะมีลูกค้าแวะมาเลือกซื้อไก่ชนอย่างคึกคักนายภานุมาส คิดการเจ้าของฟาร์มไก่ชนหนุ่มโรงหมี่เปิดเผยว่าตลาดไก่ชนไม่เพียงแค่รับความนิยมเฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้นแต่ทุกวันนี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลกแล้วโดยเฉพาะในทวีปอเมริกา

 

 

และยุโรปมีการสั่งซื้อไก่ชนจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่วนมูลค่าของไก่ชนแต่ละตัวนั้นมีไม่เท่ากันมากบ้างน้อยบ้างตามที่มาของสายคนที่นิยมซื้อไก่ชนแพงๆก็ไม่ต่างอะไรจากคนชอบเล่นพระเครื่องซึ่งจะต้องดูที่มาการปลุกเสกของพระเกจิอาจารย์ดังๆ แต่ละรูปที่มาของการสร้างและจำนวนการสร้างเป็นองค์ประกอบจึงจะทำให้พระเครื่องมีมูลค่าเช่าแพงๆ ไก่ชนก็เช่นกันต้องดูการผสมระหว่างพ่อกับแม่ไก่ที่ดีและการเพาะเลี้ยงของฟาร์มที่ได้มาตรฐานด้วยนายภานุมาสกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าสำหรับฟาร์มของตน

 

 

จะมีการส่งแมวมองไปหาพ่อไก่ที่ดีมีความเก่งกาจผ่านสนามเดิมพันนับล้านบาทเพื่อซื้อมาเป็นพ่อไก่ในฟาร์มเช่นขณะนี้มีเจ้าโกโก้ลูกผสมไซ่ง่อนพม่าซึ่งซื้อมาจาก จ.ราชบุรีเมื่อ 6 เดือนที่แล้วในราคาสูงถึง 4,000,000 บาทเพื่อมาเป็นพ่อไก่ในซุ้มซึ่งแพงมากแต่ตนเชื่อว่าคุ้มค่าเพราะที่ผ่านมาเคยซื้อพ่อไก่มาด้วย

 

 

ราคา 3 ล้านบาทมาแล้วคือเจ้าปีใหม่สายพม่าง่อนเช่นกันอีกทั้งยังสามารถเพาะลูกของเจ้าปีใหม่ขายได้เงินกว่า 10 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้นดังนั้นเจ้าโกโก้ซึ่งผ่านสังเวียนเดิมพันเงินล้านมาแล้วหลายสนามและเชื่อว่าจะมีความแข็งแรงอยู่ได้อีกไม่ต่ำกว่า 4 ปีก็คาดว่าจะทำเงินให้ซุ้มได้ไม่ต่ำกว่า 15-20 ล้านบาทนายภานุมาสกล่าวอีกว่า

 

 

สำหรับเจ้าโกโก้ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของตนต่อจากเจ้าปีใหม่เนื่องจากเป็นไก่ที่ฉลาดหลักแหลมเป็นประเภทม้าล่อไม่เข้าปะทะแบบเซ่อๆโดยจะวิ่งล่อให้คู่ต่อสู้ใจมั่นใจแล้วค่อยหันมาโจมตีสวนกลับอย่างแม่นยำดังนั้นจึงเป็นไก่ชนที่หาคู่ต่อสู้ได้ยากโดยล่าสุดเมื่อช่วงกลางปี 58 ได้ชนเดิมพันเงินล้านชนะ 2 เที่ยวภายใน 1 เดือนทำให้เป็นที่กล่าวขานใน

 

 

แวดวงเซียนไก่ชนทั่วประเทศอย่างมากดังนั้นลูกของเจ้าโกโก้จึงกำลังเป็นที่ต้องการของบรรดาเซียนไก่ชนทุกคนหากใครได้ไปเลี้ยงก็จะมีชั้นเชิงไม่ต่างจากพ่อไก่นักซึ่งขณะนี้มีคนจองลูกเจี๊ยบของเจ้าโกโก้ไว้แล้วกว่า 100 คู่โดยทางซุ้มได้ตั้งราคาไว้คู่ละ 10,000 บาท ดังนั้นการเพาะไก่ชนเลี้ยงขายจึงถือว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับไก่พื้นเมืองได้นับพันเท่า

ไก่ขาวชี ไก่ไทยที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ของไก่ชนไทย

0

เป็นไก่ขนสีขาวปลอดทั้งตัวเข้าใจว่าเกิดจากไก่พื้นเมืองไทยเลาหางขาวเมื่อนำพ่อพขนสีขาวผสมกับแม่พันธุ์ขนสีขาวลูกที่ได้ขนสีขาวสวยงามเป็นไก่พื้นเมืองไทยที่เรียกขานกันว่าไก่ชีไม่ปรากฏว่าเป็นไก่ที่สำคัญของบุคคลใดในประวัติศาสตร์แหล่งกำเนิดพบได้ทั่วไปทั้งบริเวณภาคเหนือตอนล่างแถบจังหวัดพิษณุโลก,กำแพงเพชร,สุโขทัยภาคกลางแถบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา,อ่างทอง,สิงห์บุรี,เพชรบุรีและภาคตะวันออกแถบจังหวัดสมุทรปราการ,ฉะเชิงเทรา,ระยองและจันทบุรีประเภทไก่ชีเป็นไก่ขนาดกลางน้ำหนักตัวผู้ประมาณ 3.0–3.5 กิโลกรัมเมีย 2 กิโลกรัมขึ้นไปลักษณะลูกไก่,ขน,ปา, แข้ง,เล็บสีขาวอมเหลืองลักษณะเด่นประจำตัวผู้

1.รูปร่างลักษณะไก่ชีเป็นไก่สูงใหญ่สง่างามไหล่กว้างลำตัวยาวจับ 2 ท่อน,อกกว้างบั้น,ท้ายกว้าง,กระดูกใหญ่ปั้นขาใหญ่ยาวแข็งแรง,แข้งกลม,หางยาวสง่างาม
2.ปีกใหญ่ยาวถึงก้นสีขาวตลอด
3.ใบหน้าแหลมเกลี้ยงเกลาและกลมกลึงแบบหน้านกยูง
4.ตะเกียบแข็งแรงและชิดปลายโค้งเข้าหากัน5.ปากใหญ่งองุ้มมีร่องปากสีขาวอมเหลือง
6.หางพัดยาวเรียงเป็นระเบียบจากล่างขึ้นบนทั้งสองข้างเท่ากันหางกระรวยยาวพุ่งตรงปลายโค้งลงเล็กน้อยจรดพื้นรับกับพวงหางเป็นฟ่อน
7.รูจมูกกว้างสันจมูกเรียบสีเดียวกับปาก8.แข้งขาบั้นขาใหญ่ล่ำสันแข้งยาวเล็กกลมแบบลำหวาย
9.ตาขอบตารูปตัววีดวงตาสีเหลือง10.เกล็ดนิ้วเกล็ดแข้งเรียงกันเป็นระเบียบสีขาวอมเหลืองรับกับปาก
11.หงอนหินท้ายหงอนกดกระหม่อมสีแดงสดใส
12.นนิ้วกลมยาวปลายเรียวมีท้องปลิงชัดเจน
13.ตุ้มหูรูหูกลมมีขนปิดหูสีขาวตุ้มหูรัดตึงสีแดงสด
14.เดือยโคนใหญ่มั่นคงสีรับกับปากและแข้ง
15.เหนียงรัดติดกับคางสีแดงสดใส16.ขนลำตัวและใต้ปีกสั้นแน่นสร้อยคอสร้อยปีกและสร้อยหลังละเอียดปลายแหลมเล็กสีขาวตลอด
17.กระโหลกกลมกลึงยาวสองตอนส่วนหน้าเล็กกว่าส่วนหลังมีรอยไขหัวตามชาติชัดเจน
18.กริยาท่าทางไก่ชีเป็นไก่สวยงามอีกสายหนึ่งท่าทางก็เฉกเช่นไก่ชนทั่วไปองอาจสง่างามยืนตรงอกตั้งหางพุ่ง
19.คอใหญ่ยาวมั่วคงกระดูกปล้องคอถี่ชิดแน่นขนคอขึ้นเป็นระเบียบสร้อยคอยาวประบ่า

ภูมิปัญญาในการใช้สมุนไพรในการบำรุงไก่ เพิ่มคุณค่าทางอาหาร

0

ภูมิปัญญาในการใช้สมุนไพรในการบำรุงไก่ เพิ่มคุณค่าทางอาหาร ภูมิปัญญาในการใช้สมุนไพรในการบำรุงไก่ของตำราของภาคกลางมีดังนี้
1.ตำรับที่ 1 หั่นบอระเพ็ดเป็นแผ่นบางๆ แช่น้ำผึ้งเดือนห้าไว้แล้วให้กินทุกวัน

บอระเพ็ดและน้ำผึ้ง

 

 

2.ตำรับที่ 2 หัวไพล เจตมูลเพลิง ผักคราดและหัวแหวนตำให้ละเอียดนำมาผสมกับน้ำผึ้งเดือนห้าปั้นเป็นลูกกลอนให้กิน

เจตมูลเพลิง

ผักคราด

หัวไพล

 

3.ตำรับที่ 3 ให้กินเขียดหรือลูกหนูที่ยังไม่มีขนจิ้งจกหรือลูกปลาวันละ 1 ตัวเพื่อให้มีกำลังแข็งแรงอาจจะให้เนื้อสดวันละ 1 ชิ้นขนาดเท่านิ้วก้อยก็พอ

ลูกปลาช่่อน

 

จิ้งจก

ลูกกบและเขียด

 

4.ตำรับที่ 4 นำข้าวเหนียวมาเผาจนดำแล้วนำมาตำกับพริกสุก,หอยขม,ปลาป่นและน้ำอ้อยปั้นเป็นลูกกลอนให้กิน
5.ตำรับที่ 5 ใช้กระชาย พริกไทย ตะไคร้ตำรวมกันให้แหลกแล้วนำมาใส่ปากปลาช่อนตัวใหญ่ 1 ตัวใส่ให้เต็มท้องแล้วนำปลาช่อนไปปิ้งให้สุกหลังจากนั้นตำหรือโขลกปลาช่อนทั้งตัวจนละเอียดแล้วผสมน้ำผึ้งเดือนห้าปั้นเป็นลูกกลอนให้ไก่ชนกินจะทำให้ไก่ชนมีกำลังปีกแข็งแรงและบินสูง
6.ตำรับที่ 6 ใช้บอระเพ็ด กระเทียม ปลาช่อน นกกระจอก หัวแห้วหมู พริกไทยนำมาบดรวมกันให้ละเอียดแล้วผสมน้ำผึ้งเดือนห้าปั้นเป็นลูกกลอนให้ไก่ชนกินก่อนนอนทุกวันจะทำให้ไก่ชนแข็งแรง

บอระเพ็ด

 

 

หัวแห้วหมู

 

 

ปลาช่อน

 

 

กระเทียม

 

 

นกกระจอก

 

พริกไทย

 

กล้วยน้ำว้า

 

 

หอยขม

 

 

7.ตำรับที่ 7 กล้วยน้ำว้าแช่น้ำผึ้งเดือนห้าหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ไก่ชนกินก่อนนอน
8.ตำรับที่ 8 ใช้ปลาช่อนตัวเล็กย่างให้สุกแล้วตากให้แห้งนำมาบดรวมกับลูกมะกรูดแห้ง กระชาย ดีปลีและมะขามเปียกแล้วนำมาผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนให้ไก่ชนกินครั้งละ 3 เม็ด

 

9.ตำรับที่ 9 นำปลาช่อนตัวเท่าแขนผู้ใหญ่ขอดเกล็ดย่างไฟให้สุกแล้วนำมาโขลกให้ละเอียดนำไปตากแดดให้แห้งจากนั้นเอาพริกไทย 5 เม็ด กระเทียม 7-8 กลีบ หอมแดง 2-3 หัวหั่นละเอียดนำมาโขลกให้เข้ากันนำไปตากรวมกับปลาช่อนที่โขลกไว้เมื่อแห้งสนิทดีนำมาโขลกรวมกับกล้วยน้ำว้าสุกผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนตากแดดให้แห้งเก็บไว้ให้กินครั้งละ 1 เม็ดวันละ 2 ครั้งผู้เลี้ยงไก่ชนจะไม่ละเลยหรือละทิ้งสมุนไพรของไทยในการที่จะนำมาบำรุงเลี้ยงไก่ชนของตัวเองให้มีความแข็งแรงและกระปี้กระเป่าอยู่ตลอด

 

 

เวลาเพราะจิตใจของคนเลี้ยงไก่ชนนั้นหากไก่มีความสดชื่นผู้เลี้ยงก็จะสดชื่นด้วยถ้าไก่เป็นอะไรที่ไม่สบายแล้วผู้เลี้ยงก็ไม่สบายใจตนเองแม้ในปัจจุบันจะมีอาหารเสริมบำรุงแผนปัจจุบันออกมาวางขายจำหน่ายอยู่ทั่วไปในท้องตลาดก็ตามไม่ทำให้ความนิยมในการใช้สมุนไพรลดลงแต่อย่างใดเพราะสมุนไพรนั้นราคาถูกกว่า

กฏที่เฟสบุ๊คออกมาใหม่ที่ชาวไก่ชนต้องรู้

0

สำหรับชาวไก่ชนปีนีหลายคนบอกปีนี้เหนื่อยกว่าปีที่แล้วเยอะไหนจะเรื่องเศรษฐกิจไหนจะเรื่องเฟสบุ๊ควันนี้เลยขอเล่าถึงเรื่องเฟสบุ๊คกันสักหน่อยที่หลายปีมานี้เข้ามามีบทบาทกับชาวไก่ชนไม่ใช่น้อยกระตุ้นวงการไก่ชนให้คึกคักเกิดซุ้มฟาร์มไก่ชนขึ้นมากมายสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ช่วยกระตุ้นทั้งการขายการถ่ายทอดสดจนได้รับความนิยมจากชาวไก่ชนเป็นอย่างมากแต่จู่ๆ มาปีนี้มาร์คซักเคอเบิกก็ประกาศปรับอัลกอริทึ่มของเฟสบุ๊คใหม่การจัดลำดับความสำคัญกระทบผู้ใช้งานเฟสบุ๊คเป็นอย่างมากโดยเฉพาะซุ้มฟาร์มไก่ชนที่ใช้เฟสบุ๊คเป็นเครื่องมือในการนำเสนอข้อมูลของซุ้มฟาร์มสู่แฟนคลับหรือสาธารณะชนถูกลดจำนวนการเห็นลงไปค่อนข้างมากนั้นก็เพราะเฟสบุ๊คต้องการเน้นเรื่อง
ของธุรกิจโฆษณาในเฟสบุ๊คมากขึ้นโดยให้ผู้ใช้งานเน้นไปใช้จ่ายเงินในการเพิ่มจำนวนหรือการโปรโมทผ่านเฟสบุ๊คแอดมากขึ้นนั้นเองแค่นี้ยังไม่พอหลายคนคงเคยเจอหรือถูกเฟสบุ๊คระงับการใช้งาน 15 วัน 30 วันหรือโดนแบนปิดเพจปิดเฟสไปแบบงงๆกันมาแล้วใช่มั้ยหากใครที่เคยเจอแบบนี้ไม่ต้องไปถามหาหรือตามว่าใครกันเป็นคนแจ้งสแปมให้เหนื่อยครับเฟสบุ๊คเขาทำเองนั้นก็เพราะปีนี้นอกจากมาร์คซักเคอเบิกจะปรับอัลกอริทึ่มใหม่เฟสบุ๊คยังต้องการลดโพสต์หรือเพจที่ไม่มีคุณภาพหรือโพสที่มีการส่งเสริมความรุนแรงในทุกรูปแบบออกจากระบบให้หมดโดยเฉพาะไก่ชนที่มันเป็นสีเทาๆอยู่แล้วบางครั้งเมื่อเราโพสต์รูปเกี่ยวกับไก่ชนหรือดูรุนแรงลงไปในระบบของเฟสบุ๊คอาจถูกมองว่าเป็นการส่งเสริมหรือกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงเป็นการทรมาณสัตว์ได้ทีมงานของเฟสบุ๊คที่ถูกจัดตั้งเพื่อมาดูแลเรื่องนี้ในปีนี้จำนวนหลายพันคนจึงอาจมองว่าผิดระเบียบของเฟสบุ๊คและแบนคุณจากระบบของเฟสบุ๊คได้ในทันทีปีนี้จึงนับว่าเป็นปีที่ถ้าทายสำหรับชาวไก่ชนมากซึ่งทุกคนต้องเร่งปรับตัวหากจะยังคงใช้งานเฟสบุ๊คกันอยู่ซึ่งทางออกสำหรับปัญหานี้การใช้งานเฟสบุ๊คโพสต์ข้อความหรือคอนเทนต์ต่างๆลงในเฟสบุ๊คอาจจะต้องดูกันให้ระเอียดถี่ถ้วนให้มากเน้นการโพสภาพไก่ชนที่ไม่ดูรุนแรงหรือผิดกฏระเบียบการใช้งานของเฟสบุ๊คเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 ที่ผ่านมาเฟสบุ๊คได้เพิ่มมาตราฐานใหม่ในการคัดกรองความเหมาะสมของเนื้อหาที่แสดงบนแพลตฟอร์มซึ่งสวนใหญ่เป็นเรื่องใกล้ตัวของเรามากลองไปดูกันเลยรู้แล้วจะได้ระวังเซฟๆแอคเค้าท์ของคุณเอาไว้
1.ภาพโป๊เด็กห้ามโพสต์ภาพรวมถึงคลิปภาพโป้ของเด็กถึงแม้ว่าจะเป็นญาติพี่น้องกันก็ตามหรือแม้กระทั่งพ่อกับแม่เด็ก
2.ภาพหัวนมผู้หญิงห้ามโพสต์ภาพรวมถึงคลิปที่มีหัวนมของผู้หญิงติดตามยกเว้นในบางกรณี เช่น การผ่าตัดและการให้นมบุตร
3.ภาพก้นเปลือยห้ามโพสต์ภาพรวมถึงคลิปของก้นเปลือยถึงแม้ว่าจะไม่เห็นหน้าก็ตามนอกเสียจากการเป็นตัดต่อภาพ4.ห้ามสารภาพผิดว่าเป็นอาชญากรรมห้ามออกมาสารภาพบาปผ่านเฟสบุ๊คเพราะมาร์คไม่สนับสนุนและคิดว่าที่นี่คือชุมชนเฟสบุ๊คไม่ใช่โบสถ์5.ระบุตัวตนของคนอื่นห้ามโพสต์สิ่งที่เป็นการระบุตัวตนของคนอื่นถึงแม้ว่าผู้นั้นเป็นการกระทำผิดก็ตามไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชนหรือที่อยู่
6.ปลุกระดมความรุนแรงห้ามโพสต์เนื้อหาที่ปลุกระดมของรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเมืองเพราะในระยะยาวมันมีจะผลต่อการเลือกตั้ง7.ใส่ร้ายเหยื่อความรุนแรงห้ามโพสต์ว่าเหยื่อที่ถูกทำร้ายไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามหรือใส่ร้ายผู้ที่ทำร้ายอย่างการที่เราไปดูไลฟ์สดแล้วบอกว่าสาวที่ถูกทำร้ายในไลฟ์สดนั้นเป็นคนโกหกแบบนั้นไม่เหมือนกันนะ8.ห้ามซื้อขายสิ่งเสพติดห้ามโพสต์หาซื้อหรือลงขายสารเสพติดทุกชนิดนอกจากจะผิดกฎของเฟสบุ๊คแล้วมันยังผิดกฎหมายอีกด้วย
ขอบคุณสาระดีๆจาก:https://kaichononline.com,http://huatoonew.com