12.6 C
Paris
วันอังคาร, เมษายน 23, 2019

ความเป็นมาของ Shamo ไก่ชนสายพันธุ์สายญี่ปุ่นแท้ๆ ชั้นเชิง เบอร์แข้งเหมาะกับสายเชิงบ้านเราน่าพัฒนา

Shamo เป็นเกมกีฬาที่ใช้เท้าเปล่าจากประเทศญี่ปุ่น สายพันธุ์นี้ถูกนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 17 ชื่อสยามชื่อเดิมของประเทศไทย ในประเทศญี่ปุ่นได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นไก่ชนที่โดดเด่นและกล้าหาญ ท่าทางของมันเป็นอย่างมากกับไหล่ที่โดดเด่นโครงสร้างกระดูกที่มีประสิทธิภาพการสร้างกล้ามเนื้อและขนแข็งกระจายซึ่งทั้งหมดเข้าด้วยกันทำให้น่าประทับใจและโดดเด่นคำว่า "Shamo" ครอบคลุมตัวอย่างทั้งหมดของไก่ที่มีขนาดใหญ่สามารถแบ่งแยกโดยน้ำหนัก O Shamo น้ำหนักตัวผู้ 4 กก. ขึ้นไปและตัวเมีย 3.0 กก.ขึ้นไป สายพันธุ์นี้สามารถพบได้ทั่วประเทศญี่ปุ่นและแม้ว่าบางครั้งก็แสดงให้เห็นว่าพวกมันถูกเลี้ยงไว้ชนซะส่วนใหญ่แม้การชนถูกกฎหมายในประเทศญี่ปุ่นหรือจะไม่ถูกฎหมายก็ตาม สีไม่สำคัญในสายพันธุ์นี้แม้ว่าสีขนไก่ที่เห็นบ่อยที่สุดคือสีดำ/แดงและรูปแบบต่างๆ สีเหลืองหรือแตร ขาและเท้าสีเหลือง (มีสีดำกว่าปกติในนกที่มีสีเข้ม) ใบหน้าแดงตาและเงินหรือทอง...

มาดูการผ่าตัดเบนลึงค์วัว มีประโยชน์อย่างไร ทำไมถึงต้องทำ!!!!

ก่อนอื่นผมขออธิบายคำว่าการเบนลึงค์วัวก่อนนะครับ การเบนลึงค์ก็คือการย้ายตำแหน่งลึงค์วัวจากตำแหน่งเดิม ไปอยู่ตำแหน่งใหม่ตามที่เราต้องการ ( ตรงข้างพุงด้านซ้ายหรือด้านขวา) ตามรูปด้านล้างเราย้ายลึงค์มาอยู่ทางด้านซ้ายของวัวครับ ย้ายลึงค์วัวเพื่ออะไร เพื่อเวลาวัวเพศผู้ที่เราย้ายลึงค์หรือเรียกอีกอย่างเบนลึงค์ เมื่อวัวเพศเมียมีอาการเป็นสัดแต่เราไม่สามารถจับสัดเค้าได้ เจ้าวัวเบนลึงค์เค้าจะทำหน้าที่จับสัดให้เราได้โดยการขึ้นขี่วัวตัวเมียที่เป็นสัด เมื่อวัวเบนลึงค์ขึ้นขี่แล้วเขาจะทำการผสมวัวตัวเมียทันที แต่ลึงค์ของเขาจะพุ้งออกทางด้านข้างตามที่เราได้ผ่าตัดย้ายลึงค์ไว้ครับ ที่นี้เมื่อเห็นวัวตัวเมียที่เป็นสัดยืนนิ่งให้วัวเบนลึงค์ผสม ก็จะทำให้เราหรือเจ้าของวัวสามารถเช็คสัดและนับชั่วโมงการผสมเทียมได้ครับ ประโยน์ของวัวเบนลึงค์ ก็คือวัวเบนลึงค์จะช่วยจับหรือเช็คสัดให้เราได้ และเหมาะกับเจ้าของแม่พันธุ์ที่ไม่ค่อยมีเวลามานั่งจับสัดเช็คสัดวัวตัวเองและอีกอย่างวัวเบนลึงค์ยังช่วยคอเครียกระตุ้นวัวตัวเมียให้มีอาการเป็นสัดได้ดีกว่าเลี้ยงวัวตัวตัวเมียอย่างเดียวล้วนๆด้วยอีกครับวัวที่จะนำมาเบนลึงค์ควรเลือกวัวที่มีลึงค์สั้นๆหน่อยจะดีครับ เพราะตอนที่เราผ่าตัดจะสามารถเก็บรายละเอียดได้ง่ายกว่าวัวที่มีลึงค์ยานๆ ครับ เพราะวัวที่มีลึงค์ยานๆจะมีไขมันค่อนข้างเยอะ ไขมันเยอะเวลาย้ายลึงค์จะเก็บรายละเอียดยากครับ และไม่ค่อยเนียนด้วยครับ ถ้าจะให้ดีเป็นวัวไทยแท้ หรือวัวพื้นเมืองได้ยิ่งดีเลยครับ เพราะวัวไทยจะสามารถเจริญวัยแสดงการจับสัดได้เร็วกว่าวัวลูกผสมอีกครับ...

เลี้ยงวัวขุน เป็นอาชีพเสริม ทำได้ไม่ยาก เพียงต้องคิดคำนวณต้นทุนดี มีกำไร

วัวขุนอาชีพเสริมที่เอาจริง พาท่านไปพบกับ คุณวิศาล กระต่าย ที่บ้านเลขที่ 99/1 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี คุณวิศาล มีคอกวัวขุนอยู่หลังบ้าน เป็นคอกวัวขุนที่สร้างขึ้นอย่างแข็งแรง ถาวร ชี้ให้เห็นว่าเขาเอาจริงเอาจังกับการขุนวัวอยู่ไม่น้อย คุณวิศาล เริ่มเล่าให้ฟังว่า “ผมมีงานประจำอยู่แล้วแต่ก็มองหาอาชีพเสริมไปด้วย สุดท้ายก็มาลงเอยที่การขุนวัวเป็นอาชีพเสริม รายได้เสริม เริ่มขุนมาได้ 2 ปีแล้ว เริ่มต้นก็ลงทุนกับเรื่องคอกวัวแบบถาวรไปเลยเพราะเห็นว่าการขุนวัวน่าจะเป็นอาชีพเสริมที่ดี...

การปลูกและดูแลหญ้ากรีนแพนิค(Green Panic) หรือหญ้ากินนีสีม่วงจัดเป็นหญ้าอาหารสัตว์

การปลูกและดูแลหญ้ากรีนแพนิค(Green Panic) หรือบ้านเราเรียกหญ้ากินนีสีม่วงหญ้ากรีนแพนิค(Green Panic)หรือบ้านเราเรียกหญ้ากินนีสีม่วงจัดเป็นหญ้าอาหารสัตว์ที่นิยมชนิดหนึ่ง เนื่องจากลำต้น และใบมีขนาดใหญ่ใบมีความอ่อนนุ่มไม่มีขนทำให้เป็นที่ชอบของโคกระบือนอกจากนั้นยังเป็นหญ้าที่มีคุณค่าทางอาหารสัตว์สูงรวมถึงให้ผลผลิตต่อไร่สูงเช่นกันประวัติและการแพร่กระจาย หญ้ากินนีสีม่วง มีถิ่นกำเนิดในประเทศแทนซาเนีย(Tanzania)ทวีปแอฟริกาและพบแพร่กระจายทั่วไปในทุกประเทศของแอฟริกาซึ่งนิยมปลูกสำหรับเป็นอาหารหยาบแก่สัตว์ต่างๆ ส่วนประเทศไทยนำเข้าหญ้ากินนีสีม่วง มาปลูกครั้งแรกจากประเทศไอเวอรีโคสท์ ทวีปแอฟริกา ในปี พ.ศ. 2518 ในพันธุ์ K187B โดยนายกีร์ โรแบร์ ที่ปรึกษาของกรป.ต่อมาตั้งชื่อพันธุ์เป็นกินนี TD58 และต่อมาจึงเรียกเป็นกินนีสีม่วงเนื่องจากมีโคนต้น,หน่อและช่อดอกเป็นสีม่วงนิยมปลูกกันในทุกภาคลักษณะทางพฤกษศาสตร์ลำต้นหญ้ากินนีสีม่วงเป็นหญ้าที่มีอายุหลายปีลำต้นเติบโตและแตกหน่อเป็นลำต้นใหม่คล้ายกับกอตะไคร้หน่อใหม่มีสีม่วงเข้มหรือเขียวอมม่วงลำต้นโตจะเป็นกอตั้งตรงผิวลำต้นเกลี้ยงไม่มีขนลำต้นมีความสูงประมาณ 1.8–2.4 เมตร โคนลำต้นมีสีม่วงใบหญ้ากินนีสีม่วงออกเป็นใบเดี่ยวแผ่นใบสีเขียวเข้มใบมีขนาด 20–22...

ไขข้อข้องใจทำไมถึงการเลี้ยงโคด้วยเบียร์

โคหรือที่เรารู้จักกันว่านี่คือวัว จัดว่าเป็นเนื้อสัตว์อีกประเภทที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมากจากคนหลายๆ กลุ่ม แม้พอจะเข้าใจได้ว่าหลายคนไม่นิยมทานเนื้อโคอันด้วยสาเหตุที่หลากหลายอะไรก็ตามแต่ ทว่าสำหรับคนที่นิยมทานเนื้อโคก็จะมีมุมมองที่ต่างกันออกไปซึ่งตรงจุดนั้นก็สุดแท้แต่ความคิดและมุมมองของแต่ละคนที่ไม่มีใครผิดหรือถูก สำหรับคนที่นิยมทานเนื้อโคสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดก็คือเนื้อโคที่มีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่มเหนียว มีกลิ่นโคเล็กๆ บางคนอาจชอบการแทรกมันเล็กน้อยก็ว่ากันไป ถึงกระนั้นเชื่อหรือไม่ว่าการที่จะได้เนื้อโคอร่อยๆ มาเสิร์ฟถึงมือเรานั้นมันต้องมีขั้นตอนของการเลี้ยงเป็นจุดสำคัญอย่างมาก เพราะการเลี้ยงโคให้ได้มาตรฐานก็จะมีหลักสูตรของแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับหลักสูตรหนึ่งที่ได้รับการเปิดเผยจนกลายเป็นที่น่าสนใจอย่างมากคือ การเลี้ยงโคด้วยเบียร์ เหตุผลของการเลี้ยงโคด้วยเบียร์ สิ่งที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ขอย้ำอีกครั้งว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ มีการเลี้ยงโคด้วยเบียร์จริงๆ ถือว่าเป็นหลักสูตรที่น่าสนใจในการเลี้ยงโคไม่ใช่น้อยเลย หลายคนน่าจะมีข้อสงสัยหรือข้อที่อยากรู้ว่าทำไมการเลี้ยงโคต้องจำเป็นให้โคดื่มเบียร์ด้วย นี่คือเหตุผลของการเลี้ยงด้วยหลักสูตรที่ว่านี้เบียร์เป็นแหล่งให้พลังงานชั้นดีกับโค นั่นหมายความว่าการที่วัวดื่มเบียร์เข้าไปจะช่วยให้เนื้อของโคมีความแน่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเมื่อเนื้อมีความแน่นเวลานำมาประกอบอาหารมันก็จะยิ่งช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้นการดื่มเบียร์จะทำให้โครู้สึกซึมจาก ฤทธิ์แอลกอฮอล์ เมื่อโคซึมก็จะทำให้พวกมันรู้สึกนิ่งสงบ ไม่รู้สึกเครียด หมายความว่าเวลาที่นำโคไปประกอบอาหารจะช่วยให้โคมีความนุ่มมากยิ่งกว่าเดิม ไม่รู้สึกเหนียวมากจนเกินไปมีขบวนการเผาผลาญไขมันที่สมบูรณ์แบบทำให้เนื้อโคไม่มีชั้นไขมันมากจนเกินงาม...

อีกทางเลือกของชาววัว “ขยายฝูงพ่อแม่พันธุ์ จับตลาดขายสายพันธุ์เป็นหลัก”

สวัสดีครับ โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยเรื่องของธุรกิจซื้อๆ ขายๆ ทำอะไรก็เป็นธุรกิจไปหมด การทำการเกษตรก็เป็นธุรกิจที่เรียกกันว่า ธุรกิจเกษตร ยายมีปลูกข้าว ตาเป้าปลูกผัก น้าสมลักษณ์เลี้ยงเป็ด ก็ล้วนเป็นธุรกิจเกษตรทั้งสิ้น แต่การที่คนในวงธุรกิจจะโด่งดัง จะมีสินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดได้ สิ่งสำคัญก็คือแนวความคิด ความคิดที่สรุปรอบคอบจากประสบการณ์นำไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจน การเลี้ยงวัวก็คือธุรกิจอย่างหนึ่ง หากพี่น้องเกษตรกรท่านใดฟาร์มไหนมีแนวคิดที่ชัดเจน มีเป้าหมายที่แน่นอนย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จเป็นแน่ ฉบับนี้ผมนำเสนอคนที่มีใจรักวัว วางแผนตั้งเป้าหมายการเลี้ยงวัวและตั้งเป้าหมายการตลาดวัวของเขาอย่างจริงจัง ไปฟังแนวคิดดีๆ ของเขากันครับ เลี้ยงวัวในสวนมะพร้าว เสริมด้วยเนเปียร์ ลงตัวที่ลูกผสมเล่ส์ พาท่านมาที่ณรงค์ฟาร์ม ของ...

มาเรียนรู้ที่ไปที่มาของ “โคพันธุ์แองกัส” โคเนื้อที่น่าสนใจอีกสายพันธุ์ถือว่าเป็นพันธุ์โคเนื้อนานาชาติอย่างแท้จริง

มาเรียนรู้ที่ไปที่มาของ "โคพันธุ์แองกัส" โคเนื้อที่น่าสนใจอีกสายพันธุ์ถือว่าเป็นพันธุ์โคเนื้อนานาชาติอย่างแท้จริงแองกัสเป็นโคเนื้อพันธุ์เก่าแก่อันดับ 3 ที่ได้จดทะเบียนเป็นพันธุ์โคถัดจากชอร์ตฮอร์นและเฮอร์ฟอร์ดโคแองกัสเป็นโคไม่มีเขาโดยธรรมชาติมีสีดำทั้งตัวอาจจะมีสีขาวได้บ้างบริเวณเต้านมโคแองกัสเป็นโคที่มีความสมบูรณ์พันธุ์สูงคลอดลูกง่ายถึงวัยเจริญพันธุ์เร็วพ่อโคแองกัสมีความสมบูรณ์พันธุ์ดีผสมติดในอัตราสูงแม้จะคุมฝูงขนาดใหญ่และให้ลูกได้อย่างต่อเนื่องในฝูงส่วนแม่โคแองกัสเป็นแม่โคที่ดี ดูแลง่าย ถูกคัดเลือกมาให้มีขนาดปานกลางและมีความสามารถในการให้ลูกได้อย่างสม่ำเสมอในด้านการให้เนื้อโคแองกัสสามารถขุนให้ได้น้ำหนักที่ต้องการได้เร็วด้วยอัตราการเจริญเติบโตที่ดีมีพื้นที่หน้าตัดสันนอกใหญ่และเปอร์เซ็นต์ซากสูงในเนื้อมีไขมันแทรกมากให้ความรู้สึกดีในการบริโภคสูงเมื่อเทียบกับโคเนื้อพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีลักษณะสะสมทางพันธุกรรมที่ดีสามารถถ่ายทอดพันธุกรรมที่ดีของโคเนื้อที่ดีออกไปได้มากเมื่อใช้ผสมรวมพันธ์กับโคพันธุ์อื่นในการผลิตโคเนื้อเชิงพาณิชย์โคแองกัสในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในอังกฤษ อเมริกาและออสเตรเลียโดยมีชื่อเสียงในด้านของความสามารถผลิตเนื้อคุณภาพสูงให้เนื้อนุ่มมีสีแดงสวยและมีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อมากร้านสเต็คที่มีใบรับประกันว่าใช้เนื้อจากโคแองกัสก็มักจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษกำเนิดพันธุ์โคแองกัสแต่เดิมเมื่อเริ่มจดทะเบียนเรียกว่าอเบอร์ดีน แองกัสได้รับการพัฒนาพันธ์มาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 จากโคดั้งเดิมที่ไม่มีเขาซึ่งส่วนใหญ่มีสีดำและอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสก๊อตแลนด์ ซึ่งในท้องถิ่นเรียกว่าด๊อดดี(doddies)และฮัมลีย์(Hummlines)ได้มีการผสมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์โคเหล่านี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1808 ในระยะเริ่มแรกการคัดเลือกและปรับปรุงพันธ์ทำในพื้นที่เมืองแองกัสอเบอร์ดีน ออฟโมเรย์พันธุ์โคจากพื้นที่เหล่านี้ได้สืบทอดกันมาจนนำมาสู่การจดทะเบียนเป็นพันธุ์อเบอร์ดีน แองกัสในปี ค.ศ.1862 และกระจายไปทั่วเกาะอังกฤษและไอร์แลนด์จนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายโคอเบอร์ดีนแองกัสได้แพร่กระจายไปยังอาณานิคมของอังกฤษ เช่น ออสเตรเลีย(ค.ศ.1840)นิวซีแลนด์(ค.ศ.1863)อเมริกา(ค.ศ.1873)อาร์เจนตินา(ค.ศ.1879)และอัฟริกาใต้(ค.ศ.1875)ในปัจจุบันประเทศเหล่านี้เรียกโคอเบอร์ดีนแองกัสว่าแองกัสเท่านั้นและตั้งสมาคมแองกัสของแต่ละประเทศเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูแลธุรกิจและปรับปรุงพันธุ์โคแองกัส การเลี้ยงโคแองกัสในประเทศไทยเป็นไปได้ไหมการเลี้ยงโคแองกัสในประเทศไทยก็สามารถทำได้ถ้ามีเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องของตลาดและระบบการผลิตเนื้อคุณภาพสูงการได้มาซึ่งพันธุกรรมโคแองกัสอาจทำได้ 2 ลักษณะคือ 1.นำเข้าเอ็มบริโอแองกัสเพื่อให้ได้โคแองกัสพันธ์แท้ทันทีผู้เขียนเชื่อว่าโอแองกัสที่เกิดในประเทศไทยจะสามารถปรับตัวและเจริญเติบโตได้ดีเช่นกันและเมื่อมีการขยายพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์อย่างต่อเนื่องเราก็จะมีโอกาสที่จะมีโคแองกัสพันธุ์แท้สำหรับผลิตเนื้อโคคุณภาพสูงในประเทศไทยได้2.นำเข้าน้ำเชื้อโคแองกัสเพื่อผลิตโคลูกผสมแองกัสสำหรับขุนและหรือผสมต่อไปเพื่อยกระดับสายเลือดให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆเพื่อให้เป็นพันธุ์แท้หรือระดับสายเลือดที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมกับโคบารห์มันจะทำให้ได้โคลูกผสมที่ให้เนื้อดีมากเลี้ยงดูง่ายและทนทานต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี...

“เจ้าแจ็ตพอตร้อยล้าน Mr.WJ96” สุดยอดพ่อพันธุ์สายพันธุ์บรามันห์ สีแดงเข้ม สวยโครงสร้างดีมาก น่าจับตามองอีกตัว

"เจ้าแจ็ตพอตร้อยล้าน Mr.WJ96" สุดยอดพ่อพันธุ์สายพันธุ์บรามันห์ สีแดงเข้ม สวยโครงสร้างดีมาก น่าจับตามองอีกตัว ขออนุญาตเจ้าของภาพครับ แหล่งที่มา:Facebook Manit Singsuwan  

หลักการดูเกล็ดหนุมานนั่งแท่นและเกล็ดสังวาลย์หรือสร้อยสังวาลย์

หนุมานนั่งแท่นกำไลหนุมานนั่งแท่นคือเกล็ดกำไลคาดตรงหรือเฉียงจากข้อขาบนปกลงมา 3 เกล็ดติดกัน ถ้ามีสองข้างยิ่งดี เรียกว่าหนุมานนั่งแท่นหรือหนุมานครองเมืองเป็นเกล็ดกำไลที่สวยงามอีกเกล็ดหนึ่ง มีอิทธิฤทธิ์แพ้ยากเชื่อว่าแม้จะเสียเปรียบสามารถฟื้นคืนกลับมาเอาชนะได้ เป็นไก่อึดทนแข็งแรงเก็บอาการได้ดี (ชมเป็นกรณีศึกษานะครับ)เกล็ดสังวาลย์หรือสร้อยสังวาลย์ เป็นเกล็ดด้านข้างอยู่ด้านนอกของแข้งไก่ เรียงตั้งแต่บริเวณเดือยขึ้นไปถึงข้อขาบนทั้งสองข้างขา ถ้าเกล็ดสังวาลย์มีข้างละสามแถวตลอดจะเป็นไก่รักศักดิ์ศรีรักเดิมพันจะไม่ยอมแพ้ไก่ใดๆ ถ้าสองแถวพอใช้ได้ ถ้าแถวเดียวเม็ดเต่งจะเป็นไก่ดีเกล็ดสังวาลย์จะบ่งบอกความสมบูรณ์ของไก่ถ้าเกล็ดสีสดไก่สมบูรณ์ ถ้าเกล็ดสีซีดไก่ไม่สมบูรณ์

ลีลาแม่ไม้ไก่ชนตำราเหล่านี้จะยิ่งเลื่อนหายควรค่าแก่การหวงแหนและการอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลาน

ลีลาแม่ไม้ไก่ชนที่อธิบายผ่านภาพวาดลายเส้นอันสวยงามซึ่งน้อยคนนักจะรู้จักได้ทั้งหมด ยิ่งยุคสมัยผ่านไปตำราเหล่านี้จะยิ่งเลื่อนหายโพสนี้ฝากไว้ให้เพื่อนๆได้นำไปศึกษาเอาไว้บอกคนรุ่นหลังต่อไปครับ โดย อาจารย์พน นิลผึ้ง จากหนังสือ คัมภีร์ไก่ชน เล่มที่ 4 พิมพ์ครั้งที่ 1 มิถุนายน 2543

Recent Posts