6 C
Paris
วันจันทร์, ธันวาคม 10, 2018

ความเป็นมาของปลาร้าและการทำธุรกิจจนสร้างเงินล้าน

คำว่า"ปลาแดก"ในภาษาอีสานตรงกับคำว่า"ปลาร้า"ในภาษาไทยกลาง แต่ในความเป็นจริงปลาแดกของชาวอีสานกับปลาร้าของชาวไทยกลางนั้นมีความแตกต่างกันอย่างน้อยก็แตกต่างกันในส่วนประกอบ และวิธีการทำ และอาจจะแตกต่างกันในบทบาทต่อชีวิตเจ้าของมันด้วยส่วนประกอบของปลาแดกที่เป็นหลักมี 3 อย่างคือ 1.ปลาที่นำมาทำปลาแดก ปลานี้จะเป็นปลาสดหรือปลาที่ไม่สดจนเกือบจะเน่าก็ได้ 2.รำข้าวหากจะให้เป็นปลาแดกขนานแท้และดั้งเดิมควรจะเป็นรำข้าวซ้อมมือ 3.เกลือปลาแดกขนานแท้ต้องเป็นเกลือที่ได้จากการต้มในท้องถิ่น(เกลือสินเธาว์)ไม่ใช่เกลือจากน้ำทะเล วิธีการและขั้นตอนในการทำโดยสรุปก็ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนคือเอาปลามาคลุกเคล้ากับรำข้าวและเกลือในปริมาณที่เหมาะสมเก็บไว้ในไหที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อไม่ให้แมลงวันเข้าไปไข่ใส่ปลาแดก เพราะหากแมลงวันไข่ใส่เมื่อใดก็จะมีตัวหนอนเกิดขึ้นแต่ถึงแม้จะมีตัวหนอนก็ไม่ได้หมายความว่าปลาแดกนั้นสกปรกจนรับประทานไม่ได้ปลาแดกที่มีตัวหนอนก็เป็นปลาแดกที่ดีได้เหมือนกันสำหรับปลาที่นำมาทำปลาแดกนั้นหากมีตัวโตๆหรือค่อนข้างโตจะต้องสับให้เป็นชิ้นๆ เพื่อให้ความเค็มแทรกซึมเข้าไปได้อย่างทั่วถึงระยะเวลาในการหมักปลาแดกประมาณ 7-8 เดือนก็สามารถนำออกมารับประทานหรือปรุงอาหารได้หากเร็วเกินไปปลาแดกก็จะมีกลิ่นคาวหากหมักได้ระยะเวลานานปลาแดกจะออกสีแดงๆ ส่งกลิ่นหอมแต่หากใส่เกลือไม่พอกลิ่นของปลาแดกก็จะแปลกออกไปอีกแบบหนึ่งเรียกปลาแดกชนิดนี้ว่าปลาแดกต่วงเหมาะสำหรับนำไปปรุงส้มตำแต่ไม่เหมาะสำหรับนำไปรับประทานหรือปรุงอาหารอย่างอื่นปลาแดกต่วงนี้ถือว่าเป็นปลาแดกคุณภาพต่ำให้ประโยชน์ใช้สอยได้น้อยไม่นิยมนำไปแลกเปลี่ยนหรือเป็นของฝากอีกทั้ง ราคา(มูลค่าในการแลกเปลี่ยน)ก็ต่ำด้วยปลาแดกนี้สามารถเก็บไว้ได้นานตลอดไป แต่โดยมากก็จะนำไปรับประทานปรุงอาหารหรือแลกเปลี่ยนจนหมดเมื่อมีปลาแดกรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ส่วนวิธีการและขั้นตอนในการทำปลาร้าของชาวไทยกลางนั้นจะแตกต่างจากปลาแดกของชาวอีสานส่วนประกอบของปลาร้าที่เป็นหลักมี 3 อย่างคือ ปลาที่นำมาทำปลาร้า,เกลือมและข้าวคั่ว(บดละเอียด)วิธีการทำคือจะเอาปลามาคลุกเคล้ากับเกลือแล้วหมักไว้ก่อนเมื่อหมักได้ที่แล้วจึงเอาข้าวคั่วใส่แล้วหมักต่อก็จะเป็นปลาร้าของชาวไทยกลาง"แดก"ไม่ใช่คำหยาบคำว่า"แดก" ในภาษาอีสานเป็นคำกิริยาหมายถึงการดันหรือยัดสิ่งหนึ่งเข้าไปในอีกสิ่งหนึ่ง หากจะนำเอาคำว่าแดกมาวิเคราะห์ความหมายตรงๆ ของคำว่า "ปลาแดก" ก็คงหมายถึงการดันหรือยัดปลาแดกลงไปในไหแต่จากการสัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่ชาวบ้านอีสานหลายคนได้ให้ความหมายของคำว่า"แดก"ว่ามาจากคำว่า"แหลก"คือปลาที่นำมาทำปลาแดกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นปลาเล็กปลาน้อยหรือหากมีปลาที่ตัวใหญ่หน่อยก็จะต้องสับให้ "แหลก" เพื่อให้เข้าน้ำเข้าเกลือได้อย่างทั่วตัวปลาฉะนั้นปลาที่นำมาทำปลาแดกจึงมีลักษณะที่...

โคพันธุ์ลิมูซิน Limousin Cattle

โคลิมูซินจะถูกปล่อยให้อยู่กลางแจ้งเกือบตลอดเวลาในสภาพอากาศที่แปรปรวนของแถบนี้แม่โคก็สามารถคลอดลูกกลางแจ้งทุกปี จุดกำเนิดพันธุ์โคพันธุ์ลิมูซินเป็นโคที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานพอๆ กับทวีปยุโรปภาพเขียนโคในถ้ำLascaux ใกล้กับเมือง Montignac ประเทศฝรั่งเศส ประมาณอายุได้ราว 20,000 ปี มีลักษณะเหมือนกับโคลิมูซินในปัจจุบันโคสีทองแดงเป็นโคพื้นเมืองในพื้นที่ตอนใต้ของฝรั่งเศสคือในบริเวณ Limousin และ Marche ซึ่งบริเวณแถบนี้เป็นเนินดินปนหิน และอากาศแปรปรวน การปลูกพืชไร่ต่าง ๆ เป็นไปได้ยาก ที่ทำได้ดีที่สุดคือการเลี้ยงปศุสัตว์จึงทำให้มีการเลี้ยงโคลิมูซินในแถบนี้มากซึ่งโคลิมูซินสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ได้ดี และเนื่องจากเป็นบริเวณที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก จึงทำให้บริเวณนี้ไม่ถูกรบกวนทำให้เกษตรกรสามารถที่จะพัฒนาพันธุ์โคขึ้นมาโดยไม่มีพันธุกรรมจากภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องในสมัยที่ยังต้องอาศัยแรงงานจากสัตว์โคลิมูซินก็ถูกใช้เป็นโคงานได้เป็นอย่างดีและก็ยังสามารถผลิตเนื้อคุณภาพดีได้อีกด้วย จากรายงานของ Rene Lafarge ในปี...

เทคนิคการเลี้ยงแม่โคระยะ 90 วัน(3 เดือน)ก่อนคลอด

การเลี้ยงแม่โคระยะ 90 วัน(3 เดือน)ก่อนคลอดเป็นระยะที่สำคัญอีกระยะหนึ่งของแม่โคเพราะเป็นระยะที่ลูกในท้องเจริญเติบโตถึง 70-80% และแม่โคเตรียมตัวให้นมด้วยถ้าให้อาหารคุณภาพไม่ดีแม่โคจะสูญเสียน้ำหนัก ซึ่งจะทำให้การกลับเป็นสัดหลังคลอดช้าลงมีผลทำให้ไม่ได้ลูกปีละตัว ระยะนี้ควรให้แม่โคมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยน้ำ หนักที่จะสูญเสียเมื่อคลอดโดยเฉพาะโคสาวเป็นสิ่งจำเป็นมากการให้อาหารแม่โคท้องใกล้คลอดจะกินอาหารน้อยกว่าเมื่อไม่ท้อง 12-13% แต่การกินอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังคลอดดังนั้นระยะนี้จึงจำเป็นต้องให้อาหารคุณภาพดีหรือหากจำเป็นอาจต้องให้อาหารเสริมเพื่อชดเชยจำนวนอาหารที่แม่โคกินน้อยลงระยะนี้ถ้าให้อาหารพลังงานไม่เพียงพอจะมีผลทำให้อัตราการผสมติดต่ำอัตราการตายของลูกโคเมื่อคลอดและหย่านมสูงน้ำหนักลูกโคเมื่อคลอดและหย่านมต่ำอัตราการผลมติดต่ำดังนั้นควรแยกเลี้ยงดูต่างหากให้โคได้กินอาหารคุณภาพดีจะทำให้แม่โคฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็วการคลอดปกติแม่โคจะตั้งท้องเฉลี่ย 282 วัน(274-291 วัน)หากสามารถรู้วันที่แม่โคถูกผสมได้แน่นอนเช่น...

มือน้ำนอกจากไก่ที่เก่งแล้วมือน้ำคือคนที่สำคัญมากในการแก้ปัญหาถึงขั้นชี้เป็นชี้ตายไก่ได้เลย

คำว่ามือน้ำหมายถึงคนที่ให้น้ำไก่ในเวลาชนกันและเรียกกันในเฉพาะบ่อนไก่การให้น้ำไก่นั้นจะมีความละเอีอ่อนมากต้องใช้ความชำนาญในการให้น้ำและเทคนิกต่างๆมากมาย จากประสบการณ์ที่ผ่านมาไก่ทุกตัวถ้ามีการชนกันเมื่อไรถ้าไม่มีการให้น้ำก่อนหรือหลังชนส่วนมากจะตายทั้งสองฝ่ายคือร้อนจนตับแตกตายก็ลองสังเกตดูเวลาที่ไก่ลักตีกันทั้งวันโดยที่ไม่มีใครเห็นเลยปรากฎว่าตายทั้งคู่แต่ถ้าเราเห็นเสียก่อนรีบจับมาให้น้ำทั้งสองตัวไก่ก็จะไม่ตายมือน้ำจึงเป็นอย่างยิ่งที่จะทำอย่างไรก็ได้ที่จะช่วยเหลือไก่ให้หายเหนื่อยโดยเร็วช่วยให้หายปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกายให้เป็นปกติเท่าที่จะทำได้มือน้ำที่จะช่วยเหลือไก่ให้คืนสภาพเดิมได้ต้องมีความชำนาญมีประสบการณ์และมี ความเชี่ยวชาญจริงๆและก็สามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่รังเกียจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับไก่ เช่น เวลาไขหัวไก่แล้วจะใช้ปากดูดหัวไก่เอาเลือดออกใช้ปากเป่าจมูกเอาเสลดออกจากจมูกและลำคอเป็นต้น มือน้ำต้องทำโดยเร็วและต้องแข่งกับเวลาที่ทางบ่อนกำหนดให้ด้วย มือน้ำต้องให้น้ำมือเบาๆ ตามลักษณะความบอบช้ำของไก่ที่กำลังชนกันแม้แต่การลงกระเบื้องก็เช่นเดียวกันมือน้ำต้องทำด้วยความรอบคอบอย่าให้กระเบื้องร้อนจัดจนเกินไปการที่กระเบื้องร้อนจนเกินไปนั้นจะทำให้ไก่ตึงตามส่วนต่างๆของร่างกายเนื้อหนังจะสุกเพราะความร้อนก็จะทำให้ไก่ไม่ยอมตีในยกต่อไปถ้ามือน้ำให้น้ำไก่ไม่ดีจริงๆ อาจทำให้ไก่ไม่ตีไก่ก็เป็นได้ถ้าไก่ไม่ตีไก่ 1 ยกเต็มๆโอกาสก็จะเป็นรองเขาตลอดไปเพราะถูกตี 1 ยกเต็มๆความบอบช้ำก็จะสะสมอยู่มากกว่าจะแก้ไขได้ก็อาจเป็นรองเขาไปหลายขุมเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นมือน้ำเท่านั้นที่จะเป็นผู้ที่จะช่วยเหลือให้ไก่คืนสู่ สภาพเดิมได้หรือช่วยให้ดีกว่าเดิมบ้างไม่ใช่พอให้น้ำเสร็จเรียบร้อยปรากฎว่าไก่แย่กว่าเดิมแต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับสภาพของไก่ด้วยเหมือนกันมือน้ำจะเป็นผู้ที่รู้ดีในสภาพไก่ที่กำลังให้น้ำอยู่จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนมือน้ำจะเป็นผู้บอกได้เองจากประสบการณ์ที่ผ่านมามือน้ำบางคนปิดทองหลังพระบางคนอาภัพอย่างเช่นมีคนมาจ้างให้น้ำไก่ในระหว่างที่ไก่กำลังชนกันในยกที่ 2-3 มือน้ำคนที่ให้น้ำอยู่ไม่สามารถช่วยได้ไก่ก็แย่เต็มทีแล้วพอเปลี่ยนมือน้ำใหม่ปรากฎว่าไก่อาการดีขึ้นมาตีเขาได้บ้างทุกคนต่างก็นิยมชมชอบและให้กำลังใจมือน้ำแต่ถ้าบังเอิญมือน้ำใหม่เขาให้น้ำพอชนในยกต่อไปอาการไม่ดีขึ้น หรือเกิดแพ้ขึ้นมานี่แหละมือน้ำจะเป็นผู้เสียหายแต่เพียงผู้เดียวและก็จะถูกต่อว่าต่างๆนานาฉะนั้นการให้น้ำไก่ควรให้ตั้งแต่ยกแรกจนถึงยกสุดท้ายไปเลยเราจะได้แก้สถานการณ์แก้สภาพของไก่ได้ถูกต้องทันท่วงทีเราจะรู้ได้เลยว่าจะแก้ตรงไหนบ้างการให้น้ำต่อจากคนอื่นนั้นให้ดีก็ว่าดีถ้าให้ไม่ดีขึ้นมาบ้างก็จะเป็นผลเสียแก่เราคุณสมบัติของมือน้ำที่ดีเพราะฉะนั้นการให้น้ำไก่มือน้ำต้องยึดอุดมคติและคุณสมบัติของมือน้ำที่ดีเอาไว้บ้างเพื่อความถูกต้องของตัวเองและส่วนรวมถ้ามือน้ำไม่ยึดถือคุณสมบัติของมือน้ำที่ดีแล้ว ความยุติธรรมและความถูกต้องในวงการไก่ชน ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gaichon.com , www.kaichon.com,ไก่ชนออนไลน์

การปลูกและดูแลหญ้ากรีนแพนิค(Green Panic) หรือหญ้ากินนีสีม่วงจัดเป็นหญ้าอาหารสัตว์

การปลูกและดูแลหญ้ากรีนแพนิค(Green Panic) หรือบ้านเราเรียกหญ้ากินนีสีม่วงหญ้ากรีนแพนิค(Green Panic)หรือบ้านเราเรียกหญ้ากินนีสีม่วงจัดเป็นหญ้าอาหารสัตว์ที่นิยมชนิดหนึ่ง เนื่องจากลำต้น และใบมีขนาดใหญ่ใบมีความอ่อนนุ่มไม่มีขนทำให้เป็นที่ชอบของโคกระบือนอกจากนั้นยังเป็นหญ้าที่มีคุณค่าทางอาหารสัตว์สูงรวมถึงให้ผลผลิตต่อไร่สูงเช่นกันประวัติและการแพร่กระจาย หญ้ากินนีสีม่วง มีถิ่นกำเนิดในประเทศแทนซาเนีย(Tanzania)ทวีปแอฟริกาและพบแพร่กระจายทั่วไปในทุกประเทศของแอฟริกาซึ่งนิยมปลูกสำหรับเป็นอาหารหยาบแก่สัตว์ต่างๆ ส่วนประเทศไทยนำเข้าหญ้ากินนีสีม่วง มาปลูกครั้งแรกจากประเทศไอเวอรีโคสท์ ทวีปแอฟริกา ในปี พ.ศ. 2518 ในพันธุ์ K187B โดยนายกีร์ โรแบร์ ที่ปรึกษาของกรป.ต่อมาตั้งชื่อพันธุ์เป็นกินนี TD58 และต่อมาจึงเรียกเป็นกินนีสีม่วงเนื่องจากมีโคนต้น,หน่อและช่อดอกเป็นสีม่วงนิยมปลูกกันในทุกภาคลักษณะทางพฤกษศาสตร์ลำต้นหญ้ากินนีสีม่วงเป็นหญ้าที่มีอายุหลายปีลำต้นเติบโตและแตกหน่อเป็นลำต้นใหม่คล้ายกับกอตะไคร้หน่อใหม่มีสีม่วงเข้มหรือเขียวอมม่วงลำต้นโตจะเป็นกอตั้งตรงผิวลำต้นเกลี้ยงไม่มีขนลำต้นมีความสูงประมาณ 1.8–2.4 เมตร โคนลำต้นมีสีม่วงใบหญ้ากินนีสีม่วงออกเป็นใบเดี่ยวแผ่นใบสีเขียวเข้มใบมีขนาด 20–22...

เทคนิคการตรวจเชคสภาพไก่ก่อนออกชน

การตรวจดูความพร้อมก่อนนำไก่ออกชนการตรวจสภาพร่างกายดูความสมบูรณ์ของไก่ก่อนนำไก่ออกชนเป็นสิ่งสำคัญหากไก่ที่จะนำออกชนไม่มีความพร้อมสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์โอกาสแพ้ก็มีสูงเพราะฉนั้นก่อนนำไก่ออกชนควรตรวจความพร้อมให้แน่ใจและสิ่งที่ต้องย้ำเตือนใจผู้เลี้ยงอยู่เสมอคือไก่พูดไม่ได้ไก่ไม่สามารถบอกเราได้ว่ามันไม่พร้อมสู้ไก่ไม่พร้อมชนจะแสดงอาการออกมาให้ลักษณะต่างๆผู้เลี้ยงต้องหมั่นสังเกตุพฤติกรรม,การออกกำลัง,การกิน,การขับถ่ายและการนอนของไก่อยู่เสมอการตรวจความสมบูรณ์ของไก่เบื้องต้นนั้น มีอะไรบ้างไปดูกันอากัปกิริยาไก่ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนั้นจะต้องมีอากัปกิริยาตื่นตัวอยู่เสมอขันดีตีปีก,คึกคัก,กระฉับกระเฉงกระปรี้กระเปร่าแสดงถึงความสมบูรณ์หากว่าไก่มีอาการตอบสนองช้าเซื่องซึมไม่ตื่นตัวง่วงเหงาหาวนอนแสดงว่าไก่ไม่สมบูรณ์ไม่ควรนำไก่ออกชนผิวพรรณไก่ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนั้นจะต้องมีผิวหนังสีแดงสดอยู่ตลอดเวลาผิวหนังต้องหนาดูเป็นมันความหนาผิวหนังอยู่ที่การเลี้ยงและที่สำคัญต้องไม่ถอดสีไม่ซีดขาวหากไก่ที่เลี้ยงชนมีอาการหน้าถอดสี เดี๋ยวซีด เดี๋ยวแดงแสดงว่าไก่ตัวนั้นยังไม่สมบูรณ์ไม่ควรนำไก่ออกชนการกินอาหารและการขับถ่ายไก่ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนั้น หลังการออกกำลังจะต้องกินอาหารได้เต็มกระเพาะหากกินข้าวตอนเย็นเช้ามาย่อยหมดแสดงถึงความสมบูรณ์การขับถ่ายจะต้องมีลักษณะเป็นก้อนเป็นแท่งไม่แข็งหรือเหลวจนเกินไปหรือเป็นหลอดสม่ำเสมอสีค่อนข้างเขียวไม่เป็นน้ำไม่เป็นมูกหากขับถ่ายเป็นน้ำไม่ควรนำไก่ออกชนปีกและน้ำขนไก่ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนั้นต้องมีน้ำขนเป็นมันเงาไม่แห้งกรอบ สนับปีกต้องแน่นขนปีกต้องครบทุกเส้น หากมีขนปีกหักหลุดต้องเสริมปีกให้เรียบร้อยไก่ที่จะออกชนต้องไม่หลุดแซมไก่ที่หลุดถ่ายขนร่างกายจะไม่สมบูรณ์หมดแรงง่ายเพราะพลังงานส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในการสร้างขนใหม่ไม่ควรนำไก่ออกชนน้ำหนักตัวไก่ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนั้น น้ำหนักตัวต้องบาลานซ์ สมดุลกับโครงสร้างในการปล้ำซ้อมต้องวิเคราะห์ดูว่าน้ำหนักตัวเท่าใดไก่เราถึงจะบินดีหากบินดีแต่ตีเบาให้เพิ่มน้ำหนักหากตีเข้าเป้าแต่บินตกยืนพื้นไม่ค่อยดีให้ลดลงแต่ถ้าหากเก็บปีกบินดีตีแรงถือว่าสมดุลลงตัวให้จำน้ำหนักช่วงนี้ไว้และคุมน้ำหนักให้ได้เท่าเดิมจนถึงวันออกชนเมื่อคุมน้ำหนักได้ดีแล้วจับดูจะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวไก่จะหน่วงลงไปที่ขาทั้งสองข้างพอดีแสดงถึงความสมบูรณ์สภาพทั่วไปไก่ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนั้นสภาพทั่วไปต้องปกติการเดินการยืน,ขา,นิ้ว,เล็บ,เดือย,ต้องไม่มีอาการเจ็บหากไก่มีการยืนยกขาด้านใดด้านหนึ่งอยู่เป็นประจำแสดงว่าไก่เจ็บขาหรืออาจจะเจ็บบริเวณอุ้งเท้าเดือยต้องแข็งแรงมั่นคง,ไม่โยกคลอน,ไม่มีอาการช้ำหรือห้อเลือดต้องหมั่นสังเกตุให้ดีว่าไก่เจ็บส่วนใดหากมีอาการเหล่านี้ไม่ควรนำไก่ออกชน เทคนิคการนำไก่ไปชนไกลๆการนำไก่ไปชนไกลๆบางครั้งอาจจะต้องเดินทางไกลถึง 200-300 กิโลกว่าจะไปถึงไก่เราอาจจะเมื่อยล้าทำให้ตีผิดฟอร์มได้ครับวิธีนี้อาจจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยอย่าให้ไก่กินข้าวเปลือกก่อนออกเดินทางที่ไม่ให้ไก่กินข้าวเปลือกตอนเดินทางก็เพราะว่าเป็นอาหารที่ย่อยยากหากไก่เกิดแพ้อากาศและป่วยขึ้นมาจะล้างท้องออกลำบากให้หยอดไวตามิโนให้ไก่กินสัก 4-5 หยดแทนอาหารอื่นๆหมายเหตุไวตามิโนเป็นสารอาหารที่ไก่ชนสามารถดูดซึมไปใช้ได้ในทันทีไม่ต้องผ่านกระเพาะย่อยไก่จะไม่เมาไม่อาเจียรไวตามินโน 4-5 หยดเทียบเท่าข้าวประมาณ 1 กระเพาะไก่จะอิ่มแต่จะไม่จุกเสียดเหมือนกินข้าวเปลือกไวตามิโนเป็นวิตามินเสริมกรดอะมิโน(โปรตีน)และแร่ธาตุหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยาสัตว์ ดูได้จากรูปประกอบ)การเดินทางไปไกลๆนิยมนำไก่ใส่กล่องในการวางกล่องใส่ไก่นั้นวิธีที่ดีควรจะวางกล่องไก่ไปตามขวางกับตัวรถเพื่อป้องกันไม่ให้ไก่โยกหน้าโยกหลังเวลาที่รถเบรคหากไก่โยกหน้าโยกหลังบ่อยๆจะเกิดอาการตกใจหรือเมาวิงเวียนพาลตีผิดฟอร์มได้ไก่อยู่ในรถไม่ควรให้ถูกแอร์โดยตรงไม่ว่าจะอุ้มหรืออยู่ในกล่องควรจะหาผ้าหรือมุ้งคุมปิดให้ดีในการเดินทางเกิน 1 ชั่วโมงนั้นทุก1 ชั่วโมงควรจอดรถเพื่อให้ไก่ได้พักเดินยืดเส้นยืดสายและกระพือปีกบ้างพักสัก 10-15 นาที จากนั้นค่อยออกเดินทางต่อ...

ขอให้มีใจรักไม่ตันแน่นอนตัวอย่างคนรุ่นใหม่ที่ผันต้องมาเลี้ยงวัวเป็นอาชีพสร้างรายได้ด้วยการวางแผนให้เหมาะสม

ผมเชื่อในความคิดที่ว่าขอให้เราอดทน 2 ปีแรกคนต้องเลี้ยงวัว แต่ต่อไปไม่ต้องกลัวเพราะวัวจะเลี้ยงคนวลีเด็ดจากเด็กเลี้ยงวัวดีกรีปริญญาตรีจะว่าไปสมัยนี้คงมีไม่มากที่วัยรุ่นยุคใหม่จะหันมาสนใจเลี้ยงวัวขอนำท่านไปพบกับ นายวชิรภูมิ ศิลป์มณีพันธ์หรือคุณตี้เจ้าของฟาร์ม TY ว.วชิรภูมิ 25 หมู่ 2 ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม 73140 ถึงแม้จะจบปริญญาตรี(สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษย์ศาสตร์ ราชภัฎนครปฐม)จะไม่ได้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์โดยตรงแต่ก็ไม่ได้ทำให้เป็นอุปสรรคในเมื่อมีความมานะเป็นที่ตั้งการศึกษาทดลองด้วยความรักและความตั้งใจเป็นสิ่งสำคัญจึงเป็นแรงผลักดันให้มีทุกวันนี้นายวชิรภูมิ ศิลป์มณีพันธ์หรือคุณตี้เจ้าของฟาร์ม TY ว.วชิรภูมิ คุณตี้เล่าให้ฟังว่าปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานโรงงานผลิตอาหารสัตว์(บริษัทอาร์ทีอะกริเทคจำกัด)เป็นอาชีพหลักและเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริมหากจะเท้าความพ่อผมเคยเลี้ยงวัวมาก่อนสมัยนั้นเคยเลี้ยง 160-170 ตัวแต่จำเป็นต้องขายออกไปเนื่องจากมีปัญหาเรื่องคนเลี้ยงสถานที่เลี้ยงและก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินแต่ทว่าปัจจุบันได้ขจัดอุปสรรคที่มีมาจนหมดสิ้นและหันมาสืบทอดอาชีพเดิมของคุณพ่ออีกครั้งนี่ก็เป็นเวลา...

กรมปศุสัตว์เปิดตัวควายปลักจากตัวอ่อนหลอดแก้วตัวแรกของกรมปศุสัตว์

กรมปศุสัตว์เปิดตัวควายปลักจากตัวอ่อนหลอดแก้วซึ่งถือเป็นตัวแรกของหน่วยงานหวังใช้ในงานอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมสัตว์น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมาได้รับรายงานจากสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ว่ามีลูกกระบือปลักเกิดจากแม่กระบือที่อุ้มท้องตัวอ่อนจากการย้ายฝากตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้นานถึง 12 ปี โดยตัวอ่อนกระบือปลักนี้ผลิตด้วยวิธีปฏิสนธินอกร่างกาย(invitro fertilization: IVF)เรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่าตัวอ่อนหลอดแก้วนับเป็นลูกกระบือปลักตัวแรกของกรมปศุสัตว์ที่เกิดจากตัวอ่อนหลอดแก้วผลการเกิดลูกกระบือปลักจากตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้นานถึง 12 ปี เป็นการยืนยันถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีชีวภาพทางระบบสืบพันธุ์สามารถนำมาใช้ในงานอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมสัตว์ได้เป็นอย่างดีกรมปศุสัตว์โดยสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีทางระบบสืบพันธุ์เพื่อช่วยผลิตสัตว์พันธุ์ดีอนุรักษ์เก็บรักษาพันธุกรรมและใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพมาตลอดกว่า 20 ปี มีลูกโคนม,โคชนและโคขาวลำพูนที่เกิดจากตัวอ่อนหลอดแก้วเมื่อ 10 ปีที่แล้วอย่างไรก็ตามการดำเนินงานทดลองผลิตตัวอ่อนกระบือปลักด้วยวิธีปฏิสนธินอกร่างกายได้เริ่มมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ระหว่างปี 2547-2548 ได้แช่แข็งตัวอ่อนไว้จำนวนหนึ่งและตัวอ่อนแช่แข็งถูกเก็บรักษาไว้ภายใต้ไนโตรเจนเหลวตลอดมานับแต่นั้นอธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการทำงานแบบบูรณาการระหว่างศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพการย้ายฝากตัวอ่อนและเซลล์สืบพันธุ์สัตว์ จ.นครราชสีมา...

3 มหัศจรรย์ภูพาน ตอบโจทย์ เลี้ยงง่าย ไม่ขาดทุน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาค้นคว้าวิจัยทดลองงานพัฒนาการเกษตรที่เหมาะสมแก่ท้องถิ่นและนำออกเผยแพร่เป็นตัวอย่างให้ราษฎรนำไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาอาชีพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยได้เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2527เมื่อครั้งพระองค์ท่านเสด็จฯ ทรงเยี่ยมศูนย์กรมปศุสัตว์เป็นอีกหนึ่งในหลายหน่วยงานสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานศึกษาและทดลองการเลี้ยงสัตว์การผลิตอาหารสัตว์ การจัดการด้านการเลี้ยงสัตว์และวิธีแก้ปัญหาทั้งนี้ผลการศึกษาวิจัยที่มีความโดดเด่นในงานรับผิดชอบของกรมปศุสัตว์ของศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพานฯแห่งนี้คือสิ่งที่เรียกว่าดินแดนแห่ง 3 ดำมหัศจรรย์อันได้แก่วัวเนื้อทาจิมะภูพาน,ไก่ดำภูพานและหมูดำภูพานในปัจจุบันสัตว์ทั้ง 3 ชนิดจัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่พร้อมกับขยายผลสร้างเครือข่ายเพื่อให้เกษตรกรทั่วประเทศนำไปเลี้ยงประกอบอาชีพกันมากมายนายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนครซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาพันธุ์และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ 3 ดำ มหัศจรรย์ได้บอกกล่าวถึงความสำเร็จว่าสัตว์ทั้ง 3 ชนิดที่เกิดขึ้นในศูนย์แห่งนี้เป็นความตั้งใจของทีมงานปศุสัตว์ซึ่งทำงานภายใต้แนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ตรัสไว้อย่างชัดเจนว่าที่ศูนย์แห่งนี้จะต้องเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตมีความเคลื่อนไหวและมีความน่าสนใจตลอดจนจะต้องเป็นศูนย์ที่ให้บริการได้อย่างครบวงจร แล้วที่พระองค์ท่านเน้นย้ำมากที่สุดคือ ต้องตอบโจทย์ชาวบ้านเท่านั้นห้ามตอบโจทย์นักวิชาการอะไรที่ชาวบ้านต้องการจะต้องแก้ไขปรับปรุงพัฒนาให้จนได้สำเร็จ”สำหรับการเริ่มต้นพัฒนาสายพันธุ์สัตว์ดำทั้ง 3 ชนิด นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ บอกว่าหลักการสำคัญที่ยึดเป็นแนวทางในการทำงานคือพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้ไว้ว่าการทำงานด้านปศุสัตว์จะต้องผ่านเกณฑ์...

หญ้ากินนีมอมบาซ่า(Mombasa guinea)

หญ้ากินนีมอมบาซ่า(Mombasa guinea)เป็นหญ้าสายพันธุ์กินนีซึ่งมาจากอเมริกาใต้โดยมีลักษณะคล้ายกับพันธุ์กินนีแต่มีลักษณะแตกต่างกันตรงการแตกกอขนาดของลำต้นและใบคือแตกกอเร็วทรงพุ่มใหญ่ลำต้นและใบมีขนาดใหญ่มีสีเขียวนวลที่สำคัญมีน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งมากกว่าสายพันธุ์กินนีคุณภาพโปรตีนเฉลี่ย8-10%สามารถปลูกที่ดอนทนแล้งเหมาะสำหรับการตัดและปล่อยสัตว์แทะเล็มไม่หนักเริ่มผลิตและจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2550 ปลูกโดยหว่านอัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถปลูกได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูฝนลักษณะและความสำคัญหญ้ากินนีมอมบาซ่าเป็นหญ้าสายพันธุ์กินนีที่มีถิ่น กำเนิดแถบอเมริกาใต้มีอายุหลายปีเจริญเติบโตแบบกอตั้งตรงมีใบขนาดใหญ่ดกมีลำต้นสูงใหญ่กว่าหญ้ากินนีสีม่วงหญ้ากินนีมอมบาซ่าเป็นหญ้าอาหารสัตว์เขตร้อนที่มีคุณภาพดีให้ผลผลิตสูงกล่าวคือมีโปรตีนหยาบสูงเฉลี่ย8-12%ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง4-6ตันต่อไร่ต่อปีสามารถปลูกได้เกือบทุกสภาพพื้นที่และเจริญเติบโตได้ในสภาพร่มเงาเป็นหญ้าที่เหมาะแก่การตัดหรือปล่อยสัตว์แทะเล็มได้เทคนิคการปลูกและการดูแลหญ้าการเตรียมพื้นที่ปลูกควรเลือกพื้นที่ปลูกที่เป็นที่ดอนดินร่วนปนทรายมีความชื้นที่พอ เหมาะปราศจากวัชพืชไม่ควรเป็นดินทรายจัดไม่มีร่มเงามากเพื่อให้หญ้าได้รับแสงเต็มที่และที่สำคัญไม่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมขังควรเตรียมดินและกำจัดวัชพืชอย่างดีโดยไถเตรียมดิน 2-3 ครั้งในฤดูแล้งและไถพรวนดินอีกครั้งก่อนปลูกเพื่อทำลายต้นกล้าวัชพืชที่ขึ้นใหม่พร้อมทั้งย่อยดินให้ละเอียดร่วนซุยการปลูกไถเตรียมดินตากดินไว้ประมาณ5-7วันอาจใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินจากนั้นก็ไถพรวนดินให้ละเอียดเมื่อดินมีความชื้นที่เหมาะสมหว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านเมล็ดให้กระจายสม่ำเสมอทั่วแปลงส่วนการปลูกด้วยการเพาะกล้าจะใช้เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัมหว่านเมล็ดตามขนาดแปลงใช้คราดเกลี่ยดินกลบรดน้ำให้ชุ่มเมล็ดจะงอกใน ช่วง7-14วัน เมื่อต้นกล้าสูงประมาณ20-30เซนติเมตรหรือมีอายุประมาณ 30 วันจึงย้ายไปปลูกในแปลงที่มีการเตรียมดินแล้วซึ่งสามารถใช้ปลูกได้ในพื้นที่ 2-3 ไร่ช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการปลูกควรเริ่มเตรียมดินตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนและหว่านเมล็ดได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนดินจะมีความชื้นสูงเหมาะสมต่อการงอกของเมล็ดการจัดการดูแลรักษาการใส่ปุ๋ยก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยสูตร15-15-15ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่เป็นปุ๋ยรองพื้นหลังจากหว่านเมล็ดสองสัปดาห์หรือภายหลังจากต้นกล้าตั้งตัวได้แล้วใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 อัตรา...

Recent Posts