6 C
Paris
วันจันทร์, ธันวาคม 10, 2018

เจ้าพงษ์ศักดิ์เล็กไก่เชิงตัวเก่งแห่งโอฬารฟาร์ม สถิติ 6 ไฟท์ไร้พ่าย

เจ้าพงษ์ศักดิ์เล็กไก่เชิงตัวเก่งแห่งโอฬารฟาร์มสถิติ 6 ไฟท์ 1.ไฟท์ที่ 1 ไล่อันบ่อนชมรมชนะไม่ถึงอัน 2.ไฟท์ที่ 2 ไล่อันบ่อนชมรมชนะอันกว่า 3.ไฟท์ที่ 3 สนามชนไก่สหพัฒน์เดิมพัน11,000บาท ชนะอันกว่า4.ไฟท์ที่ 4 สนามชนไก่เทิดไท โซนB เดิมพัน 66,000 บาท ชนะ 2 อันกว่า 5.ไฟท์ที่ 5 สนามชนไก่เทิดไทเดิมพัน 1,100,000 บาท ชนะต้นอัน7 6.ไฟท์ที่...

เทคนิคการปลูกและการดูแลหญ้าพาสพาลัมอุบล(Ubon paspalum)

หญ้าพาสพาลัมอุบล (Ubon paspalum)เป็นหญ้าอายุหลายปี ทรงพุ่มขนาดใหญ่ ลำต้นตั้งตรง ใบดก มีการเจริญเติบโตแบบแตกกอ เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและมีความเป็นกรดทนต่อการแทะเล็มได้ดีและทำหญ้าหมักคุณภาพดี ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝนโดยการหว่านเมล็ดในอัตรา 2 กก./ไร่ ลักษณะและความสำคัญหญ้าพาสพาลัมอุบล(Paspalum atratum cv. Ubon) มีลักษณะทรงพุ่มขนาดใหญ่ ใบดก ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 1 เมตร มีการเจริญเติบโตแบบแตกกอ เมล็ดมีสีน้ำตาลแดง ผิวเป็นมัน หญ้าพาสพาลัมอุบลเหมาะสำหรับพื้นที่ลุ่ม...

“หญ้าขน” อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่คุณค่าทางอาหารสูงเหมาะสำหรับเลี้ยงสัตว์เพิ่มอัตราการเจริญเติบโตได้ดี

หญ้าขนอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่คุณค่าทางอาหารสูงเหมาะสำหรับเลี้ยงสัตว์เพิ่มอัตราการเจริญเติบโตได้ดีหญ้าขน(Para Grass)จัดเป็นหญ้าอาหารสัตว์ที่นิยมปลูก เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถเติบโตได้ดีทั้งพื้นที่ดอนและชุ่มน้ำ นอกจากนั้น ยังเป็นหญ้าที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง รวมถึงไม่เป็นหญ้าที่แพร่กระจายกลายเป็นวัชพืชได้รวดเร็วเหมือนกับหญ้าชนิดอื่นๆชื่อวิทยาศาสตร์ Brachiaria mutica (Forsk) Stapf การแพร่กระจายหญ้าขน หญ้าขนเป็นหญ้าที่เติบโตได้ทั้งพื้นที่ดอน พื้นที่ลุ่มและพื้นที่น้ำขัง สามารถพบได้ทั่วไปในทุกภาคมักพบตามริมขอบแม่น้ำคลองชลประทาน,อ่างเก็บน้ำ,พื้นที่ชุ่มน้ำรวมถึงพื้นที่รกร้างต่างๆ และพบได้ตามแปลงหญ้าของผู้เลี้ยงโค กระบือทั่วไปโดยถูกนำเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2472 โดยนายอาร์ พี โจนส์ลักษณะทางพฤกษศาสตร์1.ลำต้นหญ้าขนเป็นหญ้าอายุข้ามปี มีลำต้นเป็นไหล แตกลำต้นใหม่ตั้งตรงหรือเลื้อยไปตามผิวดิน ลำต้นสามารถสูงหรือเลื้อยได้ยาวกว่า 1...

เคล็ดเซียนไก่ชน”การปล่อยไก่เข้าสู่สังเวียน” ถือทิศทางตามตำราโบราณ

เทคนิคการวางไก่การวางไก่คือการที่ไก่ทั้ง 2 ตัวตกลงว่าจะชนกันแน่แล้วเจ้าของไก่ทั้งสองจะปล่อยไก่ให้ออกไปชนกันการปล่อยไก่เจ้าของจะต้องรู้ว่าควรจะเข้าสังเวียนเวลาใดเข้าก่อนหรือหลังคู่ต่อสู้และเมื่อเข้าสังเวียนแล้วจะต้องเลือกที่นั่งในตำแหน่งไหนหันหน้าไปทางไหนจึงจะถูกต้องตามตำรานอกจากนั้นจะต้องดูทิศในการปล่อยไก่เลือกสี ของคู่ต่อสู้ที่จะตีด้วยให้สัมพันธ์หรือเข้ากับวันข้างขึ้นข้างแรมเพราะตำราโบราณมีกล่าวไว้ว่าสีของไก่ในแต่ละวันนั้นหากเลือกไม่ดีจะทำให้สีข่มกันอันส่งผลถึงการทำให้แพ้ได้ง่ายผู้เล่นจะต้องรู้ว่าวันไหนจะตีกับสีอะไรจึงจะได้เปรียบทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมานี้จะต้องประกอบเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์เพื่อให้เกิดมงคลซึ่งถือเป็นเคล็ดลับหรือความเชื่อที่ไม่สามารถอธิบายได้ซึ่งจากตำราสารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้กล่าวไว้ว่านอกจากนี้ยังมีตำราที่กล่าวถึงหลักในการปล่อยไก่ก่อนชนให้เป็นมงคลโดยต้องหันหน้าไก่ให้ถูกทิศถือเป็นเคล็ดลับดังนี้ 1.วันจันทร์และวันเสาร์ห้ามหันหน้าไปสู่ทิศตะวันออก 2.วันศุกร์และวันอาทิตย์ห้ามหันหน้าไปสู่ทิศตะวันตก 3.วันอังคารและวันพุธห้ามหันหน้าไปสู่ทิศเหนือ 4.วันพฤหัสบดีห้ามหันหน้าไปสู่ทิศใต้นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันอีกว่าในการปล่อยไก่นั้นไม่ว่าจะหันไปในทิศทางใดก็ตามแต่ที่สำคัญที่สุดคือทิศนั้นๆจะต้องไม่ตรงกับประตูเพราะเชื่อว่าจะทำให้ไก่ไม่สู้ถอดใจหนีได้ง่ายอีกทั้ง

มาเรียนรู้ที่ไปที่มาของ “โคพันธุ์แองกัส” โคเนื้อที่น่าสนใจอีกสายพันธุ์ถือว่าเป็นพันธุ์โคเนื้อนานาชาติอย่างแท้จริง

มาเรียนรู้ที่ไปที่มาของ "โคพันธุ์แองกัส" โคเนื้อที่น่าสนใจอีกสายพันธุ์ถือว่าเป็นพันธุ์โคเนื้อนานาชาติอย่างแท้จริงแองกัสเป็นโคเนื้อพันธุ์เก่าแก่อันดับ 3 ที่ได้จดทะเบียนเป็นพันธุ์โคถัดจากชอร์ตฮอร์นและเฮอร์ฟอร์ดโคแองกัสเป็นโคไม่มีเขาโดยธรรมชาติมีสีดำทั้งตัวอาจจะมีสีขาวได้บ้างบริเวณเต้านมโคแองกัสเป็นโคที่มีความสมบูรณ์พันธุ์สูงคลอดลูกง่ายถึงวัยเจริญพันธุ์เร็วพ่อโคแองกัสมีความสมบูรณ์พันธุ์ดีผสมติดในอัตราสูงแม้จะคุมฝูงขนาดใหญ่และให้ลูกได้อย่างต่อเนื่องในฝูงส่วนแม่โคแองกัสเป็นแม่โคที่ดี ดูแลง่าย ถูกคัดเลือกมาให้มีขนาดปานกลางและมีความสามารถในการให้ลูกได้อย่างสม่ำเสมอในด้านการให้เนื้อโคแองกัสสามารถขุนให้ได้น้ำหนักที่ต้องการได้เร็วด้วยอัตราการเจริญเติบโตที่ดีมีพื้นที่หน้าตัดสันนอกใหญ่และเปอร์เซ็นต์ซากสูงในเนื้อมีไขมันแทรกมากให้ความรู้สึกดีในการบริโภคสูงเมื่อเทียบกับโคเนื้อพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีลักษณะสะสมทางพันธุกรรมที่ดีสามารถถ่ายทอดพันธุกรรมที่ดีของโคเนื้อที่ดีออกไปได้มากเมื่อใช้ผสมรวมพันธ์กับโคพันธุ์อื่นในการผลิตโคเนื้อเชิงพาณิชย์โคแองกัสในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในอังกฤษ อเมริกาและออสเตรเลียโดยมีชื่อเสียงในด้านของความสามารถผลิตเนื้อคุณภาพสูงให้เนื้อนุ่มมีสีแดงสวยและมีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อมากร้านสเต็คที่มีใบรับประกันว่าใช้เนื้อจากโคแองกัสก็มักจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษกำเนิดพันธุ์โคแองกัสแต่เดิมเมื่อเริ่มจดทะเบียนเรียกว่าอเบอร์ดีน แองกัสได้รับการพัฒนาพันธ์มาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 จากโคดั้งเดิมที่ไม่มีเขาซึ่งส่วนใหญ่มีสีดำและอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสก๊อตแลนด์ ซึ่งในท้องถิ่นเรียกว่าด๊อดดี(doddies)และฮัมลีย์(Hummlines)ได้มีการผสมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์โคเหล่านี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1808 ในระยะเริ่มแรกการคัดเลือกและปรับปรุงพันธ์ทำในพื้นที่เมืองแองกัสอเบอร์ดีน ออฟโมเรย์พันธุ์โคจากพื้นที่เหล่านี้ได้สืบทอดกันมาจนนำมาสู่การจดทะเบียนเป็นพันธุ์อเบอร์ดีน แองกัสในปี ค.ศ.1862 และกระจายไปทั่วเกาะอังกฤษและไอร์แลนด์จนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายโคอเบอร์ดีนแองกัสได้แพร่กระจายไปยังอาณานิคมของอังกฤษ เช่น ออสเตรเลีย(ค.ศ.1840)นิวซีแลนด์(ค.ศ.1863)อเมริกา(ค.ศ.1873)อาร์เจนตินา(ค.ศ.1879)และอัฟริกาใต้(ค.ศ.1875)ในปัจจุบันประเทศเหล่านี้เรียกโคอเบอร์ดีนแองกัสว่าแองกัสเท่านั้นและตั้งสมาคมแองกัสของแต่ละประเทศเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูแลธุรกิจและปรับปรุงพันธุ์โคแองกัส การเลี้ยงโคแองกัสในประเทศไทยเป็นไปได้ไหมการเลี้ยงโคแองกัสในประเทศไทยก็สามารถทำได้ถ้ามีเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องของตลาดและระบบการผลิตเนื้อคุณภาพสูงการได้มาซึ่งพันธุกรรมโคแองกัสอาจทำได้ 2 ลักษณะคือ 1.นำเข้าเอ็มบริโอแองกัสเพื่อให้ได้โคแองกัสพันธ์แท้ทันทีผู้เขียนเชื่อว่าโอแองกัสที่เกิดในประเทศไทยจะสามารถปรับตัวและเจริญเติบโตได้ดีเช่นกันและเมื่อมีการขยายพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์อย่างต่อเนื่องเราก็จะมีโอกาสที่จะมีโคแองกัสพันธุ์แท้สำหรับผลิตเนื้อโคคุณภาพสูงในประเทศไทยได้2.นำเข้าน้ำเชื้อโคแองกัสเพื่อผลิตโคลูกผสมแองกัสสำหรับขุนและหรือผสมต่อไปเพื่อยกระดับสายเลือดให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆเพื่อให้เป็นพันธุ์แท้หรือระดับสายเลือดที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมกับโคบารห์มันจะทำให้ได้โคลูกผสมที่ให้เนื้อดีมากเลี้ยงดูง่ายและทนทานต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี...

สาระน่ารู้การดูแลไก่ชนหลังจากฟักจากไข่

การฟักลูกไก่ธรรมชาติของไก่พื้นบ้านเมื่อฟักลูกไก่ออกแล้วยังต้องทำหน้าที่เลี้ยงดูโดยหาอาหารตามธรรมชาติและป้องกันภยันตรายทั้งหลายจนลูกไก่อายุประมาณระหว่าง 6-10 สัปดาห์แม่ไก่จึงจะปล่อยให้ลูกหากินตามอิสระการที่แม่ไก่ต้องคอยเลี้ยงดูลูกไก่นั้นจะมีผลเสียเกิดขึ้นได้ดังนี้ในระหว่างการเลี้ยงลูกนั้นแม่ไก่จะหยุดการให้ไข่โดยสิ้นเชิงทำให้การออกไข่ของชุดต่อไปล่าช้าอัตราการตายของลูกไก่สูงขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนจากร้อนจัดแล้วฝนตกทำให้ลูกไก่ได้รับสภาวะเครียดถ้าปรับตัวไม่ทันมักจะตายในแหล่งที่มีอาหารตามธรรมชาติไม่เพียงพอย่อมทำให้ลูกไก่ได้รับอาหารไม่ครบถ้วนทำให้อ่อนแอมีภูมิต้านทานต่อโรคต่ำลงเป็นผลทำให้ลูกไก่ตายด้วยโรคแทรกซ้อนได้ง่ายจำนวนลูกไก่ที่ฟักได้ต่อปีต่อแม่ไก่ลดลงผลเสียดังกล่าวข้างต้นโดยปกติเกษตรกรมักมองข้ามและไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควรเป็นเพราะราคาไม่สูงเหมือนกับสัตว์ใหญ่ชนิดอื่นๆที่จำหน่ายได้ในราคาสูงๆอย่างไรก็ตามถ้าเกษตรกรจะยอมลงทุนบ้างและให้ความเอาใจใส่เพิ่มขึ้นอีกเล้กน้อยก็จะสามารถลดความสูญเสียดังกล่าวลูกไก่ชนได้มากพอควรซึ่งอาจเพียงพอที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นวิธีการแก้ไขทำได้โดยการแยกลูกไก่จากแม่ไก่มากเองภายในคอกไก่การกกลูกไก่คือการให้ความอบอุ่นแก่ลูกไก่โดยอาศัยความอบอุ่นจากหลอดไฟฟ้าหรือลวดร้อนหรือเตาถ่านเป็นต้นซึ่งก็เปรียบเสมือนบริเวณใต้ปีกไก่ของแม่ไก่ที่คอยให้ความอบอุ่นแก่ลูกๆนั่นเองอุปกรณ์และวัสดุที่ใช้สำหรับการกกลูกไก่ประกอบด้วย 1.วัสดุรองพื้นคอกที่นิยมใช้คือแกลบเพราะหาได้สะดวกหรือจะเป็นพวกขี้เลื่อยหรือฟางข้าวแห้งนำมาตัดเป็นท่อนๆยาวพอประมาณก็ได้2.แผงกั้นกกลูกไก่อุปกรณ์ชนิดนี้มีไว้สำหรับจำกัดบริเวณลูกไก่ให้อยู่เฉพาะบริเวณที่มีความอบอุ่นและมีอาหารลูกไก่แรกเกิดนั้นจะยังไม่คุ้นเคยว่าบริเวณใดอบอุ่นถ้าไม่มีแผงกั้นกกลูกไก่อาจเดินหลงไปตามมุมคอกไก่ซึ่งความอบอุ่นไปไม่ถึงย่อมส่งผลสูญเสียต่อการเลี้ยงแผงกั้นกกอาจทำจากไม้ไผ่หรือวัสดุชนิดใดก็ได้ที่กั้นแล้วลูกไก่ลอดผ่านไม่ได้โดยมากมักวางแผงกั้นกกเป็นรูปวงกลมจะดีกว่าวางเป็นรูปเหลี่ยม3.หลอดไฟฟ้าหลอดไฟ 100 วัตต์พร้อมฝาโป๊ะ 1 ชุด สามารถใช้กกลูกไก่ได้ประมาณ 10-50 ตัว แต่ในหมู่บ้านที่ยังไม่มีไฟฟ้าอาจดัดแปลงใช้เตาถ่านที่ยังมีความร้อนอยู่วางไว้บริเวณกึ่งกลางของแผงกั้นกกแล้วใช้แผ่นสังกะสีล้อมรอบเตาถ่ายนั้นไว้อีกชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกไก่เดินชนหรือโดดลงไปในเตาถ่าน 4.ม่านกั้นคอกไก่มีไว้สำหรับป้องกันไม่ให้ลมฝนผ่านเข้าในคอกในระยะการกกม่านนั้นอาจทำจากวัสดุเหลือทิ้ง เช่น พวกถุงปุ๋ยเก่าๆหรือพวกพลาสติกซึ่งต้องนำมาล้างให้สะอาดก่อนนำมาทำเป็นม่าน5.ที่ให้น้ำและอาหารอาจทำจากไม้ไผ่ผ่าซีกหรือทำจากยางรถจักรยานหรือมอเตอร์ไซด์เก่าๆก็ได้แต่ขนาดของยางไม่ควรกว้างและลึกเกินไปการกกลูกไก่นั้นจะใช้เวลาประมาณ 3-5 สัปดาห์ส่วนในฤดูร้อนจะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์การกกในฤดูร้อนในช่วงกลางวันไม่จำเป็นต้องเปิดกกเพราะอุณหภูมิสูงอยู่แล้วบางครั้งยังต้องเปิดม่านเพื่อให้ลมพัดผ่านระบายความร้อนภายในคอกออกไปด้วย ส่วนในเวลากลางคืนควรเปิดกกและปิดม่านให้เรียบร้อย ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gaichon.com,www.kaichon.com

ข้อพึ่งระวังการออกกำลังกายไก่ชน

ข้อพึ่งระวังการออกกำลังกายไก่ชน การออกกำลังกายไก่ชนมีเทคนิคการออกกำลังกายแต่ละช่วงคร่าวๆ ดังนี้ 1.เทคนิคการออกกำลังกายไก่หนุ่มระหว่างเลี้ยงปล้ำมีวิธีการหลักๆ คือเช้าโดดกล่องวันละ 50 ครั้งปล่อยวิ่งสุ่มหรือวิ่งแปลงทุกวันและเดินนวมสัปดาห์ละครังแค่นี้ก็พอครับตัวไหนเลี้ยงง่ายแค่นี้ก็พัฒนาฝีมือรวดเร็วแล้วครับ2.เทคนิคการออกกำลังกายไก่หนุ่มระหว่างเลี้ยงชนคือไก่ที่ผ่านการปล้ำเลี้ยงมาเกิน 5-6 ยกแล้วตอนนี้ก็ถึงขั้นเลี้ยงจริงให้เพิ่มการออกกำลังกายเป็นโดดกล่อง 100 ครั้งตอนเช้าอาจวันเว้นวันได้วิ่งสุ่มหรือปล่อยแปลงทุกวันเดินนวมทุก 4-5 วันเตะนวมวันเว้นสองวันและช่วงสุดท้ายล่อวิ่งทุกวันก่อนชน 1 สัปดาห์พักก่อนชน 3-4 วันการออกกำลังกายไก่แต่ละตัวพึงระวังคือ1.ไก่แต่ละตัวมีลักษณะร่างกายไม่เหมือนกันควรสังเกตและปรับวิธีการตามทีเห็นว่าเหมาะสมไม่ควรยึดมาตรฐานตัวใดตัวหนึ่งเป็นหลักบางตัวออกกำลังไม่มากก็บินดีบางตัวต้องออกมากกว่าปกติเพราะเป็นไก่กินเยอะอ้วนง่าย เป็นต้น 2.การออกกำลังายที่จะได้ผลดีไก่ต้องมีสุขภาพที่ดีนะครับถ้าไก่ป่วยแม้จะออกกำลังกายมากก็ไม่เพิ่มความแข็งแกร่งครับแค่เป็นหวัดก็สูญเสียความแข็งแรงไปมากแล้วครับดังนั้นต้องสังเกตไก่ให้ดีด้วยครับ 3.ระหว่างการเลี้ยงการออกกำลังกายควรแยกไก่พวกนี้ออกจากโซนไก่เล็กหรือไก่ตัวเมียนะครับเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ครับ 4.ระหว่างเลี้ยงและออกกำลังกายควรจัดที่นอนให้ไก่อย่างเหมาะสมทั้งกลางวันและกลางคืนนะครับ(จะนำเสนออีกครั้งในการจัดสถานที่พักผ่อนของไก่)เพราะไก่จะสมบูรณ์เวลาออกกำลังกายก็ต้องการเวลาพักผ่อนด้วยครับ

สาธิตวิธีการตรวจโรคแท้งติดต่อในโคเทคนิคง่ายๆที่สามารถทำได้

โรคแท้งติดต่อเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อบรูเซลลาเป็นโรคระบาดที่สำคัญของโค,กระบือ,แพะ,แกะ,สุกรและติดต่อในคนด้วยส่วนเชื้อที่พบในโคกระบือจะชื่อบรูเซลลาอะบอตัสที่ป่วยเป็นโรคแท้งติดต่อจะเกิดปัญหาผสมติดยากเป็นหมันมักแท้งลูกในช่วงกลางและช่วงท้ายของการตั้งท้องหรือลูกที่เกิดมาคลอดออกมาไม่แข็งแรง การติดต่อของโรคมักติดต่อโดยการผสมพันธุ์หรือสัมผัสกับสิ่งขับออกทางช่องคลอดของตัวเมียหรือน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์ที่เป็นโรคการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อนี้ปนอยู่และการรีดนมเมื่อเข้าสู้ร่างกายของโคจะไปตามกระแสโลหิตแล้วไปที่ต่อมน้ำเหลืองจากนั้นจึงกระจ่ายไปที่เต้านมและอวัยวะสืบพันธุ์หากเกิดในระยะตั้งทองจะทำให้แม่โคแท้ง อาการแม่โคที่ตั้งทองถ้าเป็นโรคนี้มักจะแท้งลูกในเดือนที่ 4-7 และการแท้งมักจะเกิดในท้องแรกหรือท้องที่สองหลังจากนั้นแม่โคจะปรับตัวได้ซึ่งอาจจะไม่พบการแท้งในการตั้งท้องครั้งต่อๆไปแต่ลูกที่เกิดมามักอ่อนแอน้ำหนักแรกคลอดน้อยหากเลี้ยงรอดจะเป็นตัวแพร่โรคในฝูงต่อไปแม่โคหลังคลอดลูกมักมีปัญหารกค้าง มีจุดเนื้อตายบนรก มดลูกอักเสบถ้าในโคที่ยังไม่ตั้งท้องมักมีปัญหาผสมติดยาก ถ้าเป็นในพ่อพันธุ์ลูกอัณฑะจะบวมอักเสบข้างใดข้างหนึ่งอาจพบข้ออักเสบซึ่งสุดท้ายจะเป็นหมันการวินิจฉัยว่าโคป่วยเป็นโรคแท้งติต่อ จะสังเกตุจากอาการและการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการโรคนี้ติดต่อถึงคนคนได้ทำให้คนที่ติดเชื้อมีอาการไข้โดยมีใข้ขึ้นๆลงๆ เหงื่อออกมากในเวลากลางคืนปวดเมื่อยตามข้อและกล้ามเนื้ออ่อนเพลียซีดการป้องกันการรักษาโรคนี้ มักไม่ได้ผลแต่สามารถป้องกันการเกิดโรคได้โดยการฉีดวัคซีนบรูเซลโลซิสชนิด 19 (เสตรน 19)โดยฉีดให้กับลูกโคเพศเมียอายุ 3-8 เดือน ตัวละ 2 ซีซี บริเวณใต้ผิวหนังเพียงครั้งเดียวสามรถคุ้มโรคได้ 6 ปี นอกจากนี้โคทุกตัวควรทำการเจาะเลือดส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจโรคทุก 6 เดือนตัวที่เป็นโรคควรทำการคัดทิ้งทำลายลูกที่แท้งพร้อมทั้งรกและถุงน้ำคร่ำโดยการเผาหรือฝังแล้วทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อต่อไปผมจะนำเสนอวิธีการตรวจโรคแท้งแบบง่ายๆหรือแบบตรวจหาเชื้อโรคบรูเซลลาเบื้องต้นนะครับ อุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจเช็ค 1.น้ำยาบลูเทสผมเรียกแบบง่ายๆเลยนะครับตามสีของเขาเลย2.ซีลั่มมาดูอีกภาพครับที่เห็นเป็นหลอดขาวๆก็คือซีลั่ม(Serum)คล้ายๆกับไซลิ๊งที่ฉีดยาเลยหละครับเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าไหมครับก่อนอื่นก็จับวัวที่ต้องการตรวจโรคแท้งมาไว้ในซองบังคับหรือไม่ก็เอาวัวมัดที่หลักหรือต้นไม้ก็ได้ การนำเลือดหรือดูดเลือดจากตัววัวมีหลายช่องทางนะครับเช่นเส้นเลือดใหญ่ที่คอหรือที่ใบหูลืมบอกเทคนิคการหาเส้นเลือดไปครับเมื่อเราทำความสะอาดบริเวณที่เราจะเจาะแล้วก็เอานิ้วมือกดหาเส้นเลือดเมื่อเรากดเจอเส้นเลือดเส้นเลือดก็จะปูดหรือบวมขึ้นมาให้เราเห็นชัดเลยหละครับจากนั้นก็ทำการเจาะและก็ดูดเลือดพอดีกับเส้นสีขาวๆที่หลอดซีลั่มเค้าจะมีมาร์คไว้ให้อยู่นะครับและที่สำคัญห้ามเขย่าหลอดซีลั่มนะครับส่วนนี้สำคัญมากนะครับในกรณีที่เราตรวจเลือดวัวครั้งละหลายๆตัวเวลาดูดเลือดเสร็จอย่าลืมทำเครื่องหมายหรือเขียนชื่อติดไว้ที่หลอดซีลั่มด้วยนะครับว่าหลอดไหนเป็นหลอดของวัวชื่ออะไรไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาที่หลังครับอาจจะไปสับหลอดสับตัวกันได้ครับเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าวัวที่ไม่ได้เป็นโรคแท้งฯกับมาเป็นโรคแท้งฯซะต้องเน้นหน่อยนะครับ...

“เจ้าจอมโหด” ซุ้มแปดแสนชัยยอดป่าก๋อยเงินล้าน 11 ไฟร์ไร้พ่าย

เจ้าจอมโหดแปดแสนชัย VS เจ้ามนต์แดงโกวเซ้มฟาร์ม ชิงเดิมพัน 2,200,000 บาท สนามไก่ชนพงษธร อยุธยา 10/6/60 เจ้าจอมโหดเอาชนะไปในต้นยกที่ 3 มารู้จักกับเจ้าจอมโหดกัน จอมโหดเป็นไก่เหล่าป่าก๋อย มาจากภาคเหนือลักษณะโดยทั่วไปจะก็เหมือนไก่ก๋อยทั่วไปสีขนเป็นสีเทาด ปากแข้งสีเดียวกันสีขาวอมเทาหรือขาวแซมดำเดือยเล็บเป็นสีดำสนิทมีขนาดใหญ่ยาวแข็งแรงมากไม่หักง่ายปลายแหลมอายุ 18 เดือนเป็นไก่ถ่ายหางสีดำเทาพุ่งสวยงามพิกัด 2.8 กิโลเชิงชน เจ้าจอมโหดเป็นไก่ก๋อยร้อยพันธุกรรมดีเยี่ยมมากๆ มีลักษณะการชนแบบก๋อยที่ดีเยี่ยมหาแบบนี้ได้ยาก ชนชิดสนิทแนบมีพลาดไปห่างบ้างเล็กน้อยก็ไม่กี่ที มุดมัด มัดปีกตีตัว...

โคพันธุ์ชอตฮอร์น”โคเนื้อที่สามารถผลิตเนื้อคุณภาพดี มีไขมันแทรกกล้ามเนื้อสูง กล้ามเนื้อมากและเนื้อสันขนาดใหญ่ เปอร์เซ็นต์ซากสูง”

โคพันธุ์ชอตฮอร์น"โคเนื้อที่สามารถผลิตเนื้อคุณภาพดี มีไขมันแทรกกล้ามเนื้อสูงกล้ามเนื้อมากและเนื้อสันขนาดใหญ่เปอร์เซ็นต์ซากสูง" มีจุดกำเนิดอยู่ในบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะอังกฤษในเมือง Northumberland, Durham, York และ Lincoln เมืองเหล่านี้อยู่ชายฝั่งทะเลเหนือและอยู่ระหว่าง cheviot Hills กับตอนกลางของเกาะอังกฤษการพัฒนาพันธุ์ชอร์ตฮอร์นครั้งแรกเกิดขึ้นในบริเวณลุ่มแม่น้ำทีส์(Tees)ซึ่งบริเวณที่รู้จักกันดีจะอยู่ระหว่างเมื่อ Durham และ York ซึ่งโคขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้แต่ดั้งเดิมเรียกว่า Teeswater cattle ซึ่งในบริเวณลุ่มน้ำทีส์(Tees River)มีความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร ประกอบไปด้วยทุ่งหญ้าและพืชพรรณที่สมบูรณ์จุดกำเนิดพันธุ์Robert Bakewell เป็นชาวนาเกิดในปี ค.ศ.1726 ในเมือง...

Recent Posts