23.1 C
Paris
วันเสาร์, กรกฎาคม 20, 2019

เที่ยวมหาสารคามเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นพุทธมณฑลอีสานกับสถานที่น่าเที่ยวมากมายมีที่ไหนบ้างมาดูกัน

รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวมหาสารคามสะดือแห่งอีสานที่น่าสนใจ มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงามมากมาย บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนอย่างแท้จริงการไปเที่ยวภาคอีสาน หลายคนอาจจะมองข้ามจังหวัดมหาสารคามกันไป ซึ่งแท้จริงแล้วจังหวัดนี้ก็น่าเที่ยวไม่ใช่เล่น เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมให้ไปเที่ยวกันมากมาย ที่สำคัญยังเงียบสงบไม่วุ่นวายเหมือนจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสาน วันนี้เราจึงได้รวบรวมที่เที่ยวมหาสารคาม ห้ามพลาดมาฝากกัน จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลย 1. พระธาตุนาดูน (อ.นาดูน) พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน เขตอำเภอนาดูน เป็นเขตที่มีการพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่นและที่สำคัญยิ่งก็คือการพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงินและสำริด...

เรื่องจริงประวัติศาสตร์ “นายฮ้อย” ทางภาคอีสานกับตำนานการเดินที่แสนลำบาก

นายฮ้อย คือเรื่องราวของกลุ่มพ่อค้า ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในท้องถิ่นภาคอีสาน โดยเฉพาะนายฮ้อยโค กระบือ นับเป็นตำนานอีกบทหนึ่ง ที่ไม่ได้มีเฉพาะบทบู๊ หากแต่เต็มไปด้วย การสะสมองค์ความรู้และภูมิปัญญา เกี่ยวกับโคกระบือและการค้าขาย อันที่จริงคำว่านายฮ้อย เป็นภาษาท้องถิ่นภาคอีสานที่เรียกกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทในการค้าขาย และมักเรียกตามชื่อประเภทสินค้า ดังนั้นกลุ่มคนที่ค้าขายจะถูกเรียกขานว่านายฮ้อย แต่อาจเพราะนายฮ้อยโคกระบือมีบทบาทสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนอีสานใกล้ชิดมากกว่ากลุ่มพ่อค้าสินค้าประเภทอื่นๆ เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ของชาวอีสานตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ชาวบ้านมีการเลี้ยงโคกระบือเป็นอาชีพที่ควบคู่กันมากับการทำนา ทำไร่ โคกระบือจึงมีความสำคัญต่อชุมชน ทั้งในสถานะปัจจัยการผลิต คือแรงงานไถนา ผลิตปุ๋ยคอก เป็นพาหนะอำนวยความสะดวกในการเดินทางคมนาคมขนส่ง เป็นสิ่งแสดงถึงสถานะทางสังคม เป็นมูลมัง(สมบัติ)...

ของดีเมืองกาฬสินธุ์ ร้านอาหารที่ต้องลองของชาวกาฬสินธุ์

จังหวัดกาฬสินธุ์มีดินอุดม มีแหล่งน้ำสมบูรณ์เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของภาคอีสาน ที่สำคัญยังเป็นแหล่งปลูกและผลิตสินค้าส่งออกสำคัญหลายชนิด เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ พุทรานมสด ไส้กรอกปลา ข้าวเหนียวเขาวง ฯลฯ  ชลธารกุ้งเผา สารพัดเมนูกุ้ง ปรุงสดทุกจานกุ้งเผาไซส์เล็กเนื้อแน่นกินคู่น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวานครบรส มันกุ้งเยิ้มๆ เอาคลุกข้าวร้อนๆ เคล้าพริกน้ำปลาก็อร่อยล้ำ ต้มยำกุ้งยอดมะพร้าวอ่อน ซดทีโล่งคอ พอลองถามน้องพนักงานเสิร์ฟเล่นๆ ว่าเมนูโปรดคืออะไร น้องตอบทันใดว่าข้าวผัดกุ้ง ข้าวเม็ดร่วนผัดแบบมีกลิ่นกระทะไหม้เล็กๆ...

ตำนานเล่าขาน “ฮีตสิบสองคองสิบสี่” มนต์เสน่ห์ของอีสาน

ฮีตสิบสองคองสิบสี่ฮีตสิบสองฮีตสิบสองมาจากคำ 2 คำ คือฮีตกับสิบสองฮีตมาจากคำว่าจารีต หมายถึงสิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็นประเพณีที่ดีงามชาวอีสาน เรียกว่าจาฮีตหรือฮีตสิบสองหมายถึงเดือนทั้ง 12 เดือนในหนึ่งปีฮีตสิบสองจึงหมายถึงประเพณีที่ประชาชนชาวอีสานได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาในโอกาสต่างๆ ทั้งสิบสองเดือนในแต่ละปีประเพณีทั้งสิบสองเดือนที่ชาวอีสานถือปฏิบัติกันมานั้นล้วนเป็นประเพณีที่ส่งเสริมให้คนในชุมชนได้ออกมาร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์กันเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงและเพื่อความสมานสามัคคีมีความรักใคร่กันของคนในท้องถิ่นซึ่งเป็นการสืบทอดสิ่งที่ดีงามมาจวบจนปัจจุบันประเพณีอีสานส่วนใหญ่จะมีเอกลักษณ์แตกต่างจากประเพณีภาคอื่นๆ (อาจคล้ายคลึงกับประเพณีของทางภาคเหนือบ้างเพราะมีที่มาค่อนข้างใกล้ชิดกัน)ประเพณีอีสานได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมล้านช้าง(แถบหลวงพระบางประเทศลาว)จึงจะเห็นได้ว่าประเพณีของชาวอีสานและชาวลาวมีความคล้ายกันเพราะมีที่มาเดียวกันและชาวอีสานและชาวลาวก็ไปมาหาสู่กนเป็นประจำเยี่ยงญาติพี่น้องทำให้มีการถ่ายเทวัฒนธรรมระหว่างกันด้วย เดือนอ้าย(เดือนเจียง)-บุญเข้ากรรมบุญเข้ากรรมเป็นกิจกรรมของสงฆ์เมื่อถึงเดือนอ้ายพระสงฆ์จะต้องเข้ากรรมซึ่งเป็น พิธีที่เรียกว่าเข้าปริวาสกรรมโดยให้พระภิกษุผู้ต้องอาบัติ(กระทำผิด)ได้สารภาพต่อหน้าคณะสงฆ์เพื่อเป็นการฝึกจิตสำนึกถึงความบกพร่องของตนเองและมุ่งประพฤติตนให้ถูกต้องตามพระวินัยพิธีเข้าปริวาสกรรมจะเป็นข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ได้โดยกำหนดไว้ 9 ราตรี พระภิกษุสงฆ์ที่ต้องการเข้าปริวาสกรรมต้องไปพักอยู่ในสถานที่สงบไม่มีผู้คนพลุกพล่าน(อาจจะเป็นบริเวณวัดก็ได้โดยมีกุฏิชั่วคราวเป็นหลังๆพระภิกษุสงฆ์ที่เข้าปริวาสกรรมคราวหนึ่งๆจะมีจำนวนเท่าใดก็ได้แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าตนเองจะเข้ากรรมและเมื่อถึงเวลาออกกรรมจะมีพระสงฆ์ 20 รูปมารับออกกรรม พิธีทำบุญเข้ากรรมหรือเข้าปริวาสกรรมของพระภิกษุสงฆ์นี้ไม่ถือว่าเป็นการล้างความผิดแต่จะถือว่าเป็นการปวารณาตนว่าจะไม่กระทำผิดอีก ส่วนกิจของชาวพุทธศาสนิกชนในบุญเข้ากรรมนี้ คือการหาข้าวของเครื่องอุปโภคบริโภถวายพระ ซึ่งถือว่าจะได้บุญมากกว่าการทำบุญตักบาตรทั่วไปเดือนยี่-บุญคูณลานการทำบุญคูณลานจะทำกันเมื่อได้เก็บเกี่ยวข้าวแล้วชาวอีสานจะเห็นความสำคัญของข้าวเป็นอย่างมากในพิธีนี้จะมีการนิมนต์พระสงฆ์ไปเทศน์ที่ลานนวดข้าว(ลานนวดข้าวของชาวอีสานในสมัยก่อนมักจะทำขึ้นในลานข้างบ้านหรือข้างทุ่งนาและมักจะให้มูลของความมาลาดพื้นแล้วตากให้แห้งจะได้พื้นที่เรียบ)มีการทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่ชาวบ้าน ลานนวดข้าว ที่นา ต้นข้าว และบริเวณใกล้ลานนวดข้าว...

ตำนานทหารผู้สักลิงลมของขึ้น ไสยศาสตร์ยุคก่อน ๒๕๓๕ – นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

ลิงลมที่กล่าวถึงในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเจ้าตัวน้อยตาโตแสนจะขี้อายนั่นหรอก หากแต่หมายถึงวิชาไสยศาสตร์ประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้คาถาหัวใจลิงลมปลุกตัวเองขึ้นมาหรือให้ครูบาอาจารย์ที่ชำนาญในคาถานี้ ทำการสักอักขระหรือรูปลิงลมแล้วปลุกเสกให้วิชาประเภทนี้ต้องหมั่นปลุกตัวเองอยู่เสมอ มักถูกเขาเหยียบอานเพราะของดันไม่ขึ้น ทีตอนไม่ต้องการให้ขึ้นกลับขึ้นได้ขึ้นดี อาตมาเองอยากรู้อยากเห็นมากว่า เวลาของขึ้นแล้วมันจะแน่จริงซักแค่ไหนนิสัยเชื่อยากแบบนี้ไม่ค่อยดีนัก กว่าจะยอมเชื่ออะไรซักทีต้องลองแล้วลองอีก ถ้าไปเจอที่เขาดีจริงก็เสมอตัว ถ้าเจอพวกดีแต่คุยโม้ เช่น หลวงพ่อบอกว่า ข้าวตอกพระร่วงมีอานุภาพกันงูได้ อาตมาเชื่อน่ะเชื่ออยู่แต่ก็ขอลองให้หายคันหัวใจหน่อย คว้าคองูเขียวหางไหม้ตัวเบ้อเริ่ม ปรากฎว่ามันไม่กัดจริงๆ ตั้งแต่นั้นมางูอะไรเจออาตมาเป็นเผ่นกระเจิง เพราะถูกไล่จับเล่นเป็นของสนุกไปเลย เมื่อขึ้นเปลี่ยนกำลังพลที่ฐานหน้าตาพระยา ผบ.ร้อยสั่งทหารทุกนายว่า “อย่ารับของกินของใช้ทุกอย่างจากชาวบ้านที่นี่อาตมารับทราบแต่ไม่รับปฏิบัติ ก็มันไม่เชื่อนี่ครับด้วยบารมีหลวงพ่อคุ้มหัว ทำให้อาตมารอดจากอาถรรพ์มืดเหตุเพราะนำกำลังพลไปปิดตลาดมืด...

ประวัติบุญข้าวประดับดินประเพณีบุญเดือนเก้าของชาวอีสาน

ประวัติบุญข้าวประดับดินประเพณีบุญเดือนเก้าของชาวอีสานบุญข้าวประดับดิน ประวัติบุญข้าวประดับดินบุญเดือนเก้า ประเพณีภาคอีสานที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วประเพณีบุญข้าวประดับดินบุญเดือนเก้า เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่สืบทอดกันมาในภาคอีสานโดยบุญข้าวประดับดินเป็นงานประเพณีที่ถูกจัดขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือนเก้าของทุกๆ ปีและในปี 2561 ประเพณีบุญข้าวประดับดินก็ตรงกับวันที่ 9 กันยายน ทั้งนี้ในการทำบุญข้าวประดับดินนั้นชาวบ้านจะนำข้าวปลา อาหาร ของหวาน ผลไม้ หมาก พลู บุหรี่ มาห่อด้วยใบตองและทำเป็นห่อเล็กๆ ก่อนจะนำไปวางตามโคนต้นไม้ใหญ่หรือตามพื้นดินบริเวณรอบๆ เจดีย์หรือโบสถ์ โดยการทำบุญข้าวประดับดินนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วรวมถึงอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับบุญข้าวประดับดินยังถือว่าเป็นการให้ทานแก่ผู้ยากไร้ที่ไม่มีเจ้าของที่ต้องหิวมาตลอดทั้งปีอีกด้วยเพราะการที่ตั้งอาหารไว้ที่พื้นสามารถเข้ามากินอาหารได้อย่างเต็มที่...