ซุ่มพัฒนาสายพั น ธุ์โคเนื้อไทยให้กลายมาเป็นเนื้อระดับพรีเมียม นุ่มเนียน มีไขมันแทรกระดับเดียวกับเนื้อวากิว หรือเนื้อโกเบ มานานร่วม 12 ปี วันนี้กรมปศุสั ต ว์พร้อมเปิดตัวโคเนื้อพั น ธุ์ใหม่ “ไทยแบล็ก-วากิว” ให้บรรดาไฮโซผู้นิยมได้ลองลิ้มชิมรสเนื้อวากิว เมด อิน ไทยแลนด์ เป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนได้ยกระดับตัวเอง ผลิตสินค้าปศุสัตว์ระดับพรีเมียมได้ไม่อายใคร

“เราเล็งเห็นมานานแล้ว ในอนาคตตลาดจะมีความต้องการบริโภคเนื้อคุณภาพ เพราะประเทศไทยมีนักท่องเที่ยว นักธุรกิจเข้ามาลงทุนบ้านเรามากมาย โดยเฉพาะญี่ปุ่นปีละหลายล้านคน ร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเราเติบโตอย่างรวดเร็ว ความ ต้องการบริโภคเนื้อมีสูง แต่ที่ผ่านมาเนื้อเกรดคุณภาพล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ โคเนื้อในบ้านคุณภาพสู้เขาไม่ได้ จึงมีแนวคิดปรับปรุงพั น ธุ์โคเนื้อของบ้านเราให้มีคุณภาพเทียบชั้นเนื้อวากิว”

น.สพ.อยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุ สั ต ว์ เผยถึงที่มาของโคเนื้อพันธุ์ใหม่ “ไทยแบล็ก-วากิว (Thai Black Wagyu)” อันเกิดจากการนำแม่ พั น ธุ์โคเนื้อพื้นเมืองของไทยมาผสมน้ำเ ชื้ อโคเนื้อพั น ธุ์แองกัส จากสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นพั น ธุ์ที่โตเร็ว เนื้อมีคุณภาพดี นุ่มมีไขมันแทรก และเป็นพั น ธุ์โคขุนชั้นเยี่ยมได้รับการยอมรับในระดับโลก ที่สำคัญตัวเป็นสีดำ เหมือนวัววากิว หรือวัวญี่ปุ่น จนได้เป็นวัวลูกครึ่งไทย-แองกัส ทำการคัดเลือกวัวตัว เ มี ย ลูกครึ่งลักษณะดี มีไขมันแทรกสูง โดยใช้วิธีตรวจสอบไขมันด้วยอัลตราซาวนด์ และตรวจ DNA มาเป็นแม่พั น ธุ์เพื่อผสมน้ำ เ ชื้ อกับวัววากิวจากญี่ปุ่นอีกชั้นหนึ่ง แต่กว่าจะได้เป็นไทยแบล็ก-วากิว ไม่ใช่ว่าเอาแม่โคลูกครึ่งมาผสมกับน้ำ เ ชื้ อ วากิวแล้วจะได้เลยต้องผสมพั น ธุ์อย่างน้อยอีก 2 รุ่น เพื่อให้ได้โคเนื้อที่มีสายวากิว 75% แองกัส 12.5% พื้นเมืองไทย 12.5% และเพื่อให้ชัวร์ว่าใช่พั น ธุ์ที่เราต้องการแน่ ต้องใช้วิธีตรวจอัลตราซาวนด์ และ DNA วัวมีสายที่นิ่งแล้ว ถึงจะสามารถนำมาส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงได้

“ตอนนี้เราได้เริ่มส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายที่ จ.ลพบุรี ไปแล้ว แต่ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ ไม่ต้องการเน้นปริมาณ เพราะต้องเข้าใจว่าการเลี้ยงโคขุนนั้น เกษตรกรต้องลงทุนสูง กว่าจะขายได้ต้องใช้เวลาเลี้ยงและขุนนาน 2-3 ปี ที่สำคัญเกษตรกรจะขุนเลี้ยงได้ อย่างน้อยๆ ต้องมีประสบการณ์เลี้ยงวัวมาก่อน ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะให้เลิกทำนา แล้วให้เปลี่ยนมาเลี้ยงโคขุนเลย รับรองได้ว่าเจ๊งแน่ และภาครัฐจะถูกกล่าวหาเอาวัวอะไรไม่รู้มาหลอกให้เลี้ยงแล้วไม่โต” ปัญหาสำคัญอีกประการ น.สพ.อยุทธ์ ให้เหตุผลถึงการไม่ส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงได้อย่างแพร่หลายภาวะของตลาดเนื้อโคระดับพรีเมียม กลุ่มลูกค้าที่นิยมบริโภคยังอยู่ในวงจำกัด

ส่งเสริมให้เลี้ยงมากเกินไป ผลที่ตามมาเกษตรกรมีโอกาสเ สี่ ย ง ขาดทุนสูง เพราะการเลี้ยงวัว “ไทยแบล็ก-วากิว” ถ้าเกษตรกรมือไม่ถึง ขุนเลี้ยงไม่เป็น จะขาดทุนหนักกว่าเลี้ยงโคขุนซะอีก เพราะปัจจุบันราคาวัวขุนลูกผสมแองกัสอยู่ตัวละประมาณ 7-8 หมื่นบาท ยิ่งมีสายผ ส มวัววากิวเข้าไปอีก ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก ฉะนั้น ถ้าเรายังหาตลาดมารองรับไม่ได้ส่งเสริมมากไป ปัญหาจะเป็นเหมือนยางพาราที่แห่เฮโลปลูกกันไปทั่วอย่างในวันนี้
เรียบเรียง:ชาติชาย ศิริพัฒน์
สนับสนุนเนื้อหา:https://www.thairath.co.th/content/564802

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here