บนพื้นที่116ไร่บ้านลำเหนืออ.อินทร์บุรีจ.สิงห์บุรีของศักดิ์ดาเฮ้งสมบูรณ์เกษตรกรผู้ไม่เคยหยุดคิดมีจุดน่าสนใจที่ปลูกมะละกอคั่นด้วยมะนาวแบบยกร่องล้อมรอบไปด้วยน้ำปลูกต้นสนรอบพื้นที่เป็นรั้วถือเป็นชัยภูมิที่ดีกันลมกันแดดให้กับมะละกอแถมปลูกหมากไว้ริมบ่อเป็นร่มเงาอีกชั้นเมื่อหมากโตก็ขายผลได้อีกทอด
“เดิมเคยปลูกส้มมาหลายปีจนเมื่อเกือบ10ปีที่แล้วแมลงเริ่มดื้อยาผลผลิตเริ่มน้อยลงขาดทุนไปกว่า10ล้านบาทจึงหันมาปลูกมะนาวแป้นรำไพก็เริ่มฟื้นตัวกลับมาครอปนี้จึงเริ่มคิดปลูกมะละกอเป็นพี่เลี้ยงมะนาวโดยเมื่อมะละกอโตนอกจากจะเป็นร่มเงาให้มะนาวแล้วยังพบโดยบังเอิญว่ามะนาวจะแข่งกันโตกับมะละกอเมื่อมะละกอให้ผลผลิตก็โค่นทิ้งแล้วมะนาวก็จะเป็นพุ่มสูงใหญ่พอดีพร้อมที่จะให้ลูกไม่นานนัก”ศักดิ์ดาเล่าถึงที่มาที่ไปของการปลูกมะละกอคั่นมะนาวในพื้นที่ปลูกมะละกอ14,000ต้นมะนาว4,600ต้นรอบคันบ่อปลูกหมาก4,600ต้นเริ่มปลูกพร้อมกันทั้งมะละกอและมะนาวโดยมะละกอปลูกห่างกัน2.5เมตรระหว่างกลางแต่ละแถวปลูกมะนาว1ต้น
ปลูกแล้ว10วันจึงเริ่มให้ปุ๋ยมะละกอสูตร20-8-16ให้2ครั้งทุก10วันจากนั้นทิ้งไว้15วันเปลี่ยนมาเป็นปุ๋ยสูตรเสมอ16-16-16ให้15วันครั้ง…หลังจากให้ปุ๋ยสูตรนี้แล้วให้สังเกตหากเติบโตไม่ค่อยดีให้เปลี่ยนสูตรปุ๋ยเป็น25–7–7ต่อไปยันโตแต่ถ้าจะเร่งให้มะละกอออกดอกและให้ต้นเตี้ยเพื่อผลผลิตเพิ่มและเก็บเกี่ยวสะดวกขึ้นให้ใช้ปุ๋ยสูตร8–24–24(ไม่แนะนำให้ใช้กับมะนาวเพราะจะเร่งดอกเร็วเกินไปผลผลิตจะได้ไม่เต็มที่เมื่อเก็บเกี่ยว)ส่วนมะนาวถือเป็นพืชที่รับปุ๋ยได้เกือบทุกสูตรเพราะฉะนั้นในช่วงยังไม่ตัดมะละกอทิ้งก็ให้ปุ๋ยสูตร16-16-16แบบมะละกอได้เลยแต่ให้แค่เดือนละครั้ง
มาถึงตรงนี้ศักดิ์ดาแนะถึงการดูแลมะนาวช่วงแล้งต้องให้น้ำแต่เช้าตรู่ไม่เกิน07.00น.เพราะไม่ร้อนดินชุ่มชื้นกว่าช่วงสายควรมีฟางมาคลุมโคนรักษาความชื้นไม่ให้รากร้อนต่อเมื่อฝนตกก็ให้ปุ๋ยสูตรเดิมสลับกับสูตร21–7–14สลับกัน2–3ครั้งจนให้ผลผลิต
เมื่อมะละกออายุได้8เดือนจะเริ่มเก็บลูกครบ 2 ปีตัดมะละกอทิ้งมะนาวก็พร้อมออกลูกข้อควรระวังคือถ้ามะนาวออกดอกออกลูกก่อนหน้านี้ให้เด็ดทิ้งทั้งหมดเพื่อให้ได้ผลผลิตอย่างเต็มที่และเมื่อมะนาวให้ผลผลิตน้อยลง(ราว10ปี)ก็ยกแปลงใหม่ไถกลบปลูกมะละกอคั่นด้วยมะนาวครอปต่อไปพื้นที่116ไร่มะละกอ14,000ต้นให้ผลผลิตประมาณ1,000ตันหรือ1ล้านกิโลกรัมสำหรับมะนาว4,600ต้นเก็บครั้งแรกปีที่2ได้แค่ต้นละ1,000ลูกรวมแล้ว4ล้านกว่าลูกแต่ปีที่ 3-10 จะได้ต้นละ 3,000 ลูกต่อปี…รวมแล้วเป็นเงินเท่าไรเชิญคิดคำนวณกันไปเล่นๆก็แล้วกัน
เกษตรกรสนใจอยากเรียนรู้ประสบการณ์จริงจากเจ้าของสวน14 พ.ค.นี้สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยจัดทริปทัวร์พาไปดูให้เห็นกับตาสอบถามได้ที่ 085-0745055
ที่มา:http://www.thairath.co.th

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here