1.ปลาทูน่าครีบน้ำเงินหรือฮอนมากุโร่
ชาวญี่ปุ่นนั้นชื่นชอบมากุโร่มาก มากุโร่ที่เป็นส่วนประกอบในซูชิหรือซาชิมิคือ ปลาขนาดใหญ่ที่แหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทร เช่น มหาสมุทรแปซิฟิก ขนาดปลาที่โตเต็มที่ อาจจะหนักถึง 400 กิโลกรัม
ส่วนสีแดงที่มีไขมันอยู่เรียกว่า ทาโร่ มากุโร่เป็นปลาที่มีราคาสูงมาก ถ้าสั่งซูชิที่ร้านซุชิชั้นสูงล่ะก็ ซูชิ 2 ชิ้น อาจจะมีราคามากกว่า 1,000 บาท
สำหรับปลามากุโร่ที่มีตัวที่มีราคาสูงสุด เคยทำราคาประมูลไปได้ถึง 155.4 ล้านเยน หรือประมาณ 53.7 ล้านบาท ที่ตลาดปลาทสึคิจิในกรุงโตเกียว

2. เนื้อมัตสึซากะ
ถือว่าเป็นสุดยอดของเนื้อ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเนื้อนุ่ม เนียน ราวกับปุยนุ่น แทบไม่ต้องเคี้ยว ราคาราว18,000-20,000บาท/กิโลกรัม สุดยอดเนื้อมัตสึซากะ(สถานที่เลี้ยง) ต้องมาจากวัวโคทาจิมะ(พันธุ์)เพศเมียที่บริสุทธิ์สีดำสนิท เติบโตในบรรยากาศที่เงียบสงบ ในโรงเรือนที่อากาศเย็นและถ่ายเทสะดวกไม่ต้องออกกำลังกายมาก ให้อาหารที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด หญ้าแห้ง และกากถั่วเหลือง ฯลฯ เพื่อให้ท้องวัวขยายให้มากที่สุดวัวจะได้อ้วนๆ ที่สำคัญต้องให้ดื่มเบียร์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และจะเชือดเมื่ออายุได้ 3 ปี ขณะที่วัวเนื้อทั่วไป 2 ปี ก็ต้องเชือด เนื้อมัตสึซากะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโอเมก้า-ทรี (Omega-3) และโอเมก้า-ซิก (Omega-6)
เนื้อมัตสึซากะจะเลี้ยงที่เมืองมัตสึซากะอยู่ทางตะวันออกของเมืองโกเบ3.คาเวียร์
คือชื่อของไข่ปลา “สเตอร์เจียน” หรือ Sturgeon เป็นปลา “สองน้ำ” คือ อยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม โดยเชื่อว่าเกิดมา ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เรียกว่า มีมาตั้งแต่ในยุค ที่มีสัตว์น้ำเกิดขึ้นในโลกเรานี้
ถิ่นกำเนิดมีอยู่เฉพาะทางซีกโลกเหนือ พบเจอมากที่สุดในทะเลแคสเปียน ซึ่งฝั่งหนึ่งเป็นดินแดนของรัสเซีย ส่วนอีกฝั่งเป็นประเทศอิหร่าน
และในแม่น้ำดานูปก็ยังพอพบเจอได้บ้าง คาเวียร์ถือว่าเป็น 1 ในสุดยอดอาหารของจักรพรรดิ ผู้ดีมีเงินที่สามารถบริโภคได้ สามัญชนอย่าหวังลิ้มรสชาติของคาเวียร์ เพราะไข่คาเวียร์มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 120,000- 150,000 บาท 4.ฟัวกราส์ (ฝรั่งเศส: foie gras)
คือตับห่านหรือเป็ดที่มีไขมันสูง ต้องขุนให้อ้วนเป็นพิเศษ ฟัวกราส์ได้ชื่อว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง มีลักษณะนุ่มมันและมีรสชาติที่แตกต่างจากตับของเป็ดหรือห่านธรรมดา ด้วยความใหญ่โตเกินขนาด บวกกับรสชาติที่อัดแน่นด้วยไขมันนั้นทำให้ตับที่เป็นฟัวกราส์คุณภาพพิเศษมีราคาขายกันสูงมากถึงกิโลกรัมละหลายหมื่นบาทเลยทีเดียว 5.เห็ดทรัฟเฟิลขาว
เห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลกคือ เห็ดทรัฟเฟิลขาว ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแถบ Langhe แห่งแคว้นปีเอมอนเต ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ในอดีต คนเก็บเห็ดทรัฟเฟิลจะใช้หมูช่วยดมกลิ่นค้นหา แต่ระยะหลังๆ มักนิยมใช้สุนัขมากกว่า เพราะสุนัขจะไม่กินเห็ดเหมือนหมู เห็ดชนิดนี้มีราคาขายสูงถึง 1,700 – 3,800 ยูโร ต่อ 1 ก.ก. (ราว 82,000 – 183,502 บาท/ก.ก) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เห็ดทรัฟเฟิลสีขาว น้ำหนัก 1.08 กก. จากอิตาลี ถูกนาย สแตนลีย์ โฮ มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจคาสิโนในมาเก๊า ประมูลไปในราคาสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.8 ล้านบาท แต่สถิติเห็ดทรัฟเฟิล ขาวราคาสูงสุดที่มีการบันทึกไว้ คือ 330,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งนายสแตนลีย์ โฮ เจ้าเก่า เป็นผู้ชนะประมูลเมื่อปี ค.ศ. 2007 6. La Bonnotte
เป็นมันฝรั่งราคาแพงที่สุดในโลก เพราะปลูกได้เฉพาะบนเกาะนีวร์มูทีเยของประเทศ ฝรั่งเศสเท่านั้น แถมปีหนึ่งๆ ยังเก็บเกี่ยว ได้เพียง 10 วัน ทั้งยังบอบบางมากเสียจนต้องใช้มือถอน และให้ผลผลิตเพียงปีละ 20,000 ก.ก. ด้วยเหตุนี้มันฝรั่งที่ว่าจึงมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 2.3 หมื่นบาทเลยทีเดียว7.แซฟฟรอน
เป็นแค่เครื่องเทศที่ทำจากเกสรตัวเมียจากดอกไม้ริมทางที่ชื่อว่า “แซฟฟรอน โครคัส” ซึ่งพบได้ในประเทศสเปน กรีซ อิหร่านอินเดีย และโมร็อกโก แต่เนื่องจากในหนึ่งดอกจะมีเพียง 3 เกสรเท่านั้น จึงทำให้การผลิตแซฟฟรอนแห้งเพื่อให้ได้น้ำหนักแค่ครึ่งกิโลกรัม จำเป็นต้องใช้ดอกแซฟฟรอน โครคัส มากถึง 50,000 ดอกเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจถ้าเจ้าเครื่องเทศชนิดนี้จะมีราคาสูงถึง 500-5,000 เหรียญสหรัฐฯต่อน้ำหนักหนึ่งปอนด์ หรือราว 17,000-170,000 บาทต่อครึ่งกิโลกรัม ส่วนรสชาติของมันนั้น ว่ากันว่า เป็นรสชาติเผ็ดร้อนสุดล้ำลึกที่ไม่มีเครื่องเทศรสเผ็ดชนิดใดสามารถทำได้ 8.Donkey Cheese
หรือชีสที่ทำมาจากนมของลาที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 1000 ยูโร หรือราว ๆ 42,000 บาทไทย โดยแหล่งผลิตของชีสชนิดนี้อยู่ในฟาร์มลาเล็ก ๆ ที่กรุง Belgrade เมืองหลวงของประเทศเซอร์เบีย ถ้าจะถามว่าทำไมมันจึงได้แพงขนาดนี้ เราคำตอบสั้นๆ ให้ว่า มันเป็นของหายาก เพราะกว่าจะได้เจ้าก้อนชีสนี้มาผู้ผลิตต้องใช้ความอดทนอย่างสูง เฝ้ารอน้ำนมจำนวนน้อยนิดจากเจ้าลา แต่ละตัวๆ โดยในการผลิตชีส 1 ก.ก. ต้องใช้นมลาถึง 25 ลิตร ส่วนเรื่องของรสชาตินั้นผู้ที่เคยได้ลิ้มลองก็เรามาว่า ชีสชนิดนี้มีรสเข้มข้น และกลิ่นหอมหวนมากทีเดียว 9.หูฉลาม
หรือ ซุปหูฉลามหรือฮื่อฉี่ ในสำเนียงแต้จิ๋ว เป็นอาหารจีนจักรพรรดิที่มีชื่อเสียงและรู้จักกันดีอย่างหนึ่ง ประวัติของหูฉลามนั้นย้อนไปได้ถึงสมัยราชวงศ์หมิง หูฉลาม นั้นปรุงมาจากครีบส่วนต่าง ๆ ของปลาฉลาม โดยใช้วิธีการปรุงคล้ายกับกระเพาะปลา
โดยครีบของปลาฉลามนั้น มีลักษณะเป็นกระดูกอ่อนที่แบ่งออกได้เป็นสองส่วน คือฐานครีบและก้านครีบ ซึ่งเป็นกระดูกที่มีลักษณะเป็นเส้น ๆ เพื่อช่วยให้ปลาฉลามสามารถแผ่ครีบออกได้ ซึ่งส่วนที่นำมาทำเป็นหูฉลามนั้น ก็คือ ก้านครีบ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการหลายอย่าง ตั้งแต่การแตกแห้ง ต้มจนเปื่อย และขูดหนังทิ้งจนเหลือแต่กระดูกอ่อน
โดยมีความเชื่อกันว่าหูฉลามที่นำมาต้มจนเปื่อยและตุ๋นจนได้ที่จะกลายเป็นอาหารวิเศษในการบำรุงร่างกาย ซุปหูฉลามของแท้ที่ปรุงขึ้นพิเศษในฮ่องกงอาจจะสูงถึงชามล่ะเป็นแสนเลยทีเดียว 10.รังนก
มาจากน้ำลายนกนางแอ่น ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิด คือ รังนกดำ คือ รังนกที่มีเศษขนนกติดอยู่มาก รังนกขาว คือ รังนกทั่วไป และรังนกแดง เป็นรังนกชั้นเลิศ เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีประเด็นถกเถียงกันหนาหูถึงที่มาของรังนกแดงว่ามาจากไหนกันแน่ บ้างว่ามาจากธาตุเหล็กจากความชื้นภายในถ้ำ(ซึ่งพอเข้าไปดูข้อมูลจากบริษัทสัมปทานรังนกมักอ้างว่าเป็นเพราะผนังถ้ำ)คือถ้าบอกว่าเป็นเลือดนี่ยอดขายและราคาคงไม่แพงจนทุกวันนี้!!! แต่จริงๆ แล้ว รังนกแดงที่ดีต้องแดงจากเลือดนกที่สำรอกติดมาพร้อมน้ำลาย เพราะรังนกที่อุดมไปด้วยคุณค่าต้องมาจากตัวนก ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมภายนอก รังนกช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย โดยเฉพาะที่ปอด ช่วยรักษาอาการไอแห้ง ไอมีเลือด บำรุงร่างกาย หากไม่เกี่ยงเรื่องราคา รังนกก็ยังถือว่าเป็นยาขนานดี สำหรับรังนกแดงอาจมีมูลค่าสูงถึงกิโลกรัมล่ะหลายแสนบาท 11.กุ้งล็อบเตอร์
หรือกุ้งทะเลใหญ่หรือกุ้งมังกร จัดเป็นอาหารมีราคาแพงสุด เป็นกุ้งที่มีราคาแพงกว่าและหายากจะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาราชวงศ์และชนชั้นสูงในฝรั่งเศสและเนเธอแลนด์ ดังจะเห็นได้จากภาพวาดของอาหารในยุคศตวรรษที่ 16-17 แต่หารู้ไม่ว่าครั้งหนึ่งกุ้งชนิดนี้เป็นที่ดูถูกว่าเป็นอาหารชั้นต่ำ
ในทวีปอเมริกาเหนือก่อนศตวรรษที่ 20 กุ้งทะเลใหญ่ไม่ใช่อาหารที่มีชื่อนักของชาวบ้าน โดยเฉพาะชาวทะเล การกินกุ้งต้องถือเป็นสัญลักษณ์ของความยากจน ในบางแห่งของแคนาดา มีบางแห่งที่ใช้กุ้งทะเลใหญ่ที่จับได้นี้ไปทำเป็นปุ๋ยสำหรับชาวนา หรือไม่ก็ใช้เป็นอาหารให้แก่พวกทาสหรือคนระดับล่างในสังคม
แต่ปัจจุบันกุ้งชนิดนี้กลายเป็นสินค้าออกมีชื่อของอเมริกา ซึ่งสินค้าอาหารประเภทนี้มีราคาสูงมาก โดยเฉพาะล๊อบเตอร์น้ำเงินและล๊อบเตอร์ขาวหายากมา มักจะเสิร์ฟในภัตตาคารหรู และเฉพาะแขกคนสำคัญเท่านั้น ตกจานหนึ่งโอ้!หลักแสน 12.กระเพาะปลามังกร
กระเพาะปลาที่มีราคาแพงที่สุดคือกระเพาะปลามังกรที่เรียกว่า ‘เหมี่ยนฮื้อ’ ราคารากิโลกรัมละ 2 ล้านบาท เป็นปลาทะเลน้ำลึก หาได้ยากมาก สำหรับกระเพาะปลามังกรเป็นอาหารชั้นเลิศที่ช่วยบำรุงกำลังวังชาได้เป็นอย่างดี
ที่มา: pantip, wikipedia, dekdee, toptenthailand , google, คุณชายชุนชู เรียบเรียง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here