การอนุบาลลูกไก่แรกเกิดช่วงหน้าหนาว
ด้วยอากาศที่หนาวมากในช่วงนี้ การอนุบาลลูกไก่แรกเกิดต้องดูแลเป็นพิเศษ หากความอบอุ่นไม่เพียงพอลูกไก่จะเสี่ยงเป็นโรคหลอดลมอักเสบได้ง่าย อีก 1 วิธีในการเลี้ยงลูกไก่ให้รอด คือการแยกลูกไก่มาอนุบาลในกล่อง พร้อมติดหลอดไฟให้ความอบอุ่นโอกาสรอด 100% ใช้พื้นที่น้อยดูแลง่ายลูกไก่ได้ความอบอุ่นตลอดทั้งวันสถานที่เลี้ยงไม่หมักหมมทำความสะอาดได้ง่ายและประหยัดเงินในกระเป๋าและที่สำคัญแม่ไก่ไม่โทรมจากการเลี้ยงลูกไม่เสียเวลาในการขยายพันธ์อัตราการรอดชีวิตลูกไก่สูงกว่าแม่ไก่เลี้ยงเองอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1.กล่องเบียร์2.หลอดไฟ 100 วัตต์3.ตัวหรี่ไฟเพื่อปรับแสงสว่างช่วยควบคุมอุณหภูมินำขั้วหลอดไฟเจาะติดด้านในกล่องสูงจากพื้นกล่อง 30 เซนติเมตร1.เมื่อลูกไก่ฟักออกเป็นตัวแล้วให้แยกลูกไก่มาใส่กล่องเบียร์ที่เตรียมไว้(กล่องเบียร์ประกอบเข้ากับหลอดไฟแล้ว)รองพื้นกล่องด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ เพื่อสะดวกในการกำจัดขี้ไก่วันแรกของการอนุบาลลูกไก่อย่าพึ่งให้กินอาหารเพราะระบบย่อยอาหารของลูกไก่ยังไม่ดีพอ(ลูกไก่แรกเกิดจะมีถุงอาหารมาด้วยสามารถอยู่ได้ 2 วันโดยไม่กินอาหาร ) ใช้ฟ๊อกซี่ Foxy ฉลากสีฟ้าผสมน้ำสะอาดให้ลูกไก่กินติดต่อกัน 3 วันแรก ป้องกันโรคกัมโบโร ขี้ติดก้น ภาชนะใส่น้ำใช้ขวดแป็ปซี่ตัดก้นสูงจากพื้นไม่เกิน 2 เซนติเมตร ลูกไก่จะกินน้ำได้ง่ายและป้องกันลูกไก่ตกน้ำ ช่วงกลางคืนใช้ตัวหรี่ไฟปรับแสงสว่างควบคุมอุณหภูมิให้ร้อนขึ้นและปิดปากกล่องด้วยมุ้งกันยุง2.วันที่สองของการอนุบาลลูกไก่ เริ่มโปรยอาหารให้กินที่ละน้อยให้ไก่หัดกิน อย่าโปรยให้เยอะลูกไก่จะเขี่ยเล่น ให้กินวันละ 3 เวลา(ถาดรองอาหารลูกไก่ควรเป็นสี เหลือง หรือ สีแดง เพื่อกระตุ้นการกินอาหารไก่ชนจะชอบสีฉูดฉาด)ลูกไก่เกิดใหม่อย่าให้อาหารแข็งจำพวกปรายข้าวไก่จะย่อยยากให้กินหัวอาหารไก่เล็กหรืออาหารหมูนมบดละเอียดทำเหมือนเดิมทุกๆ วัน ค่อยๆเพิ่มบริมาณอาหารเข้าไปวันที่สี่ของการอนุบาล ใช้วิตามิน Bio+B12 ผสมน้ำสะอาดให้ลูกไก่กินป้องกันหวัดและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เมื่อครบ 7 วัน ถึงกำหนดการทำวัคซีนให้วัคซีนรวมป้องกันโรค นิวคาสเซิ่ลและหลอดลมอักเสบ หลังจากทำวัคซีนแล้วเปลี่ยนกล่องใบใหม่เพื่อกำจัดเชื้อโรคกล่องเก่านำไปเผาทำลายเสียใช้วิตามิน Bio+B12ผสมน้ำสะอาดให้ลูกไก่กิน 3 วันติดลูกไก่จะได้ไม่ง่วงซึมหรือเครียดจากการทำวัคซีน3.การที่ลูกไก่จะโตไวน้ำหนักได้มาตรฐานนั้น อาหารการกินเป็นปัจจัยหลัก เมื่อลูกไก่เริ่มโตเข้าวันที่ 15 -16 ต้องมีการปรับเปลี่ยนอาหารเพื่อให้เข้ากับช่วงอายุ ใช้ปลายข้าว ,ข้าวโพด ,รำข้าว ต้มผสมรวมกัน นำไปให้ลูกไก่กิน โดยให้กินทั้งวันอย่าให้ขาด ช่วงนี้ลูกไก่จะโตไวมากน้ำหนักขึ้นดี โตไวแข็งแรง. ช่วงนี้ผู้เลี้ยงต้องคอยสังเกตุ หากลูกไก่มีการกระโดด บินขึ้นลงปากกล่อง แสดงว่าลูกไก่แข็งแรงมากแล้วและมีภูมิคุ้มกันโรคพอสมควร ให้ย้ายลูกไก่ออกจากกล่องเบียร์ นำไปเข้ากรงอนุบาลขนาด 80×80 เซนติเมตร ปิดทับด้วยมุ้งกันยุง และมีถาดรองขี้ไก่ด้านล่าง จะได้ไม่เป็นแหล่งหมักหมมและทำความสะอาดได้ง่าย4.เข้าวันที่ 21 ถึงกำหนดทำวัคซีน ป้องกันโรคฝีดาษ จับไก่แยกออกมาทำความสะอาดฆ่าเชื้อกรงอนุบาลหลังจากนั้นให้วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลงไปที่ปีกลูกไก่บริเวณพังผืดใช้วิตามิน Bio+B12 ผสมน้ำสะอาดให้ลูกไก่กิน 3 วันติด ลูกไก่จะได้ไม่ง่วงซึมจากการทำวัคซีนหลังจากนั้นให้อาหารไก่รุ่นต้องมีโปรตีน17% ขึ้นไป จะใช้สำเร็จรูปของ CP สูตร2 หรือผสมเองตามสูตรก็แล้วแต่สะดวก รำข้าว+ปรายข้าว+ข้าวโพด+อาหารหมูนม+เปลือกหอยป่น+ปลาป่น+อาหารลูกสุนัขชนิดเม็ด โปรตีนสูง เมื่อลูกไก่โต 1-2 เดือน อาจจะเพิ่มอาหารหนักๆ เข้าไป เอาที่หาได้ง่ายๆ เช่น , กล้วยสุก ,หญ้าอ่อนสด ,ปลวก ,ข้าวโพด ,ข้าวเปลือก ,มันสำปะหลัง ,หยวกหมัก ,กากมะพร้าว ,กากถั่วเหลือง ,ต้นกล้วย. ที่สำคัญอาหารอย่าให้ขาดต้องให้กินทั้งวัน เมื่อไก่เริ่มโตเข้า 3-4เดือน นำไปปล่อยฝูง หรือจะเลี้ยงแบบระบบปิดก็ดีคอกอากาศถ่ายเทสะดวกขนาด 4×4 cm เลี้ยงไก่ได้ 20-30 ตัว**ข้อแนะนำ** ทำไมต้องใช้กล่องเบียร์ กล่องเบียร์มีราคาถูกหาได้ง่ายเมื่อผ่านการใช้งานไปนานๆ ก็เปลี่ยนทิ้งได้สะดวกไม่เป็นที่หมักหมมของเชื้อโรคกล่องเบียร์อนุบาลลูกไก่ควรเปลี่ยนทุกๆ 2 อาทิตย์ อย่าใช้นานกว่านั้นถาดรองอาหารลูกไก่ควรเป็นสีเหลืองหรือสีแดงเพื่อกระตุ้นการกินอาหาร ไก่ชนจะชอบสีฉูดฉาดหลังจากนั้นเราจะสังเกตุได้ว่าลูกไก่มีพัฒนาการที่ดี โตไวแข็งแรง ภูมิคุ้มกันโรคดีไม่มีโรคแทรกซ้อน 3-4 เดือนไก่บางตัวอาจจะหัดขันได้เลย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here