นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งยังเหลือ 5 อำเภอคือ อำเภอเมือง ยางตลาด กมลาไสย ฆ้องชัยและอำเภอร่องคำ หลังจากที่เขื่อนลำปาวได้ลดการระบายน้ำผ่านทางระบายน้ำล้น (Spillway) ลงสู่ลำน้ำปาว จาก 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปรับลดลงเหลือวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามมติของคณะทำงานวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัดก็ปรากฏว่าระดับน้ำท่วมในทุกอำเภอลดลง โดยเฉพาะในเขตอำเภอยางตลาด อำเภอเมือง ระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้พี่น้องที่ถูกน้ำท่วมมีกำลังใจ และมีความหวังว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับภาพรวมระดับน้ำและผลกระทบ ทั้ง 5 อำเภอ ในรอบ12 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งได้รับรายงานล่าสุด 1.อำเภอเมือง ระดับน้ำในตำบลลำพาน ระดับน้ำลดลง 3 ซ.ม. ผู้อพยพที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเหลือ 52 ครอบครัว ระดับน้ำในตำบลห้วยโพธิ์ ระดับน้ำลดลง 3 ซ.ม. ไม่มีผู้อพยพเพิ่ม พื้นที่การเกษตรที่ถูกน้ำท่วมเท่าเดิม 8,372 ไร่ ระดับน้ำในตำบลหลุบ ที่บ้านดอนสนวน ระดับน้ำลดลง 3 ซ.ม. จุดเฝ้าระวังที่บ้านโคกกลาง ม.3 บริเวณพนังกั้นน้ำพาน ระดับน้ำลดลง 2 ซ.ม. 2.อำเภอยางตลาด ขณะนี้ จุดเฝ้าระวัง รวม 5 จุด ภาพรวม ระดับน้ำลดลงอีก 10 ซ ม. จากเมื่อเช้านี้ นับว่าเป็นข่าวดีของชาวอำเภอยางตลาด ที่น้ำลดลงเป็นลำดับ อย่างน่าพอใจ วันเดียว 2 ช่วง เกือบ 20 ซ ม พี่น้องดีใจมากการปล่อยน้ำของเขื่อนลำปาวจาก 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เหลือเป็น 15 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันระดับน้ำลดลงอย่างชัดเจนตามที่ชาวบ้านคาดหวัง บ้านดอนยานาง ต. ดอนสมบูรณ์ ระดับน้ำลดลง 10 ซ.ม. ถนนสายหลักเข้าหมู่บ้าน มีน้ำยังท่วมขังบางช่วง น้ำลดลงเห็นได้ชัด แต่เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เริ่มมีกลิ่นเน่าเสีย ชาวบ้านกำลังประสานหน่วยงานแก้ไขต่อไป จุดเฝ้าระวัง บ้านเชียงสา ม.6,9 และ บ้านดงยาง ม.11 ตำบลบัวบาน ใกล้ลำน้ำพาน ระดับน้ำลดลง 8 ซ.ม.ถนนสายรองพอเดินทางได้ ไม่กระทบการเดินทางของประชาชน 3.อำเภอกมลาไสย ระดับของน้ำในลำน้ำปาว ณ จุดวัดระดับน้ำสนามแข่งเรือบ้านฟากปาวระดับน้ำลดลง 1 ซ.ม.ระดับ น้ำชีที่บ้านโนนเมือง ต.ดงลิง ระดับน้ำทรงตัว มีบ้านเรือนราษฎรที่ถูกน้ำท่วมจำนวน 35 หลังเท่าเดิมส่วนใหญ่ยังอยู่ที่บ้านมีพียง 3 หลังที่ย้ายมาอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เส้นทางคมนาคม สายโพนงาม ถึง ร่องคำ บริเวณสะพานหนองเลิงเปือย มีน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ทางหลวงชนบทจังหวัดกาฬสินธุ์และ อบต.โพนงาม ได้จัดรถรับส่งชาวบ้านและติดป้ายประชาสัมพันธ์ให้ใช้เส้นทางเลี่ยงแล้ว 4.อำเภอฆ้องชัย ระดับน้ำของลำน้ำชี ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 3 ซ.ม. อยู่ในระดับธงเหลือง ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งอำเภอได้จัดเวรยามเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ตลอดแนวพนังลำชี 21 กิโลเมตร ตลอด 24 ชม. ขณะนี้สถานการณ์ทั่วไปปกติ 5.อำเภอร่องคำ ระดับน้ำบริเวณบ้านด่านใต้ ตำบลเหล่าอ้อย ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังเนื่องจากเป็นบริเวณที่แม่น้ำปาวและน้ำชีไหลมาบรรจบกันก่อนที่จะไหลลงสู่ฝายร้อยเอ็ดที่อำเภอเชียงขวัญ วัดระดับน้ำ ระดับน้ำลดลง 0.5 ซ.ม. แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝนอยู่จึงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกาฬสินธุ์-ระดับน้ำชีเริ่มหนุนสูงขึ้นหลังรับมวลน้ำจาก จ.ขอนแก่น และ จ.มหาสารคาม ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมถนนเชื่อมระหว่าง ต.ลำชี-ต.ท่าตูม ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร รถเล็กสัญจรลำบากเตือนเฝ้าระวังน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2560 จากการติดตามสถานการณ์น้ำชีในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้ง 3 อำเภอ คือ อ.ฆ้องชัย, อ.กมลไสย และ อ.ร่องคำ พบว่าระดับน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 2 เซนติเมตร กระแสน้ำไหลเชี่ยวโดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้น้ำเอ่อท่วมถนนสายบ้านสะดำศรี ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ – บ้านตูม ต.ท่าตูม จ.มหาสารคาม ระดับน้ำสูงประมาณ 30 – 40 เซนติเมตร ระยะทางกว่า        1 กิโลเมตร ทำให้รถเล็กสัญจรลำบาก อีกทั้งกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวทำให้เสี่ยงเกิดอันตรายต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ป้องกัันกระแสน้ำพัดรถตกลงข้างทาง นอกจากนี้ยังเกิดภาวะน้ำล้นตลิ่ง จำนวน 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน 8 หลังคาเรือน วัด 1 แห่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการช่วยเหลือแล้ว
นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่าสถานการณ์น้ำชีในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์เริ่มได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกำลังได้รับมวลน้ำมาจาก จ.ขอนแก่น และ จ.มหาสารคาม ทำให้ระดับน้ำชียังคงเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งทางจังหวัดได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งทำการป้องกันตามแนวคันพนังตามจุดเสี่ยงทุกจุดเพื่อป้องกันน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนและจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงและเตือนให้ชาวบ้านพร้อมอพยพตลอดเวลา เนื่องจากในช่วงนี้พบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีก นอกจากนี้กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและน้ำยังมีความลึกจึงเตือนให้ผู้ปกครองหมั่นดูแลบุตรหลานไม่ให้ลงไปเล่นน้ำเพราะเสี่ยงอาจจะจมน้ำหรือไหลไปตามกระแสน้ำได้ ส่วนชาวบ้านที่พบว่าจุดไหนมีความเสี่ยงให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อที่จะหาแนวทางป้องกันน้ำเอ่อท่วมในพื้นที่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here