กุหลาบถือได้ว่าเป็นไม้ดอกที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะปลูกได้ทุกวัน อีกทั้งมีการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก สามารถนำมาปลูกเป็นพืชเสริมสลับกับพืชหลักได้ ที่สำคัญตลาดยังให้การตอบรับอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเกษตรกรหลายคนหันมาปลูกกุหลาบตัดดอกกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ แต่จะมีวิธีการปลูก ดูแลกุหลาบให้มีดอกที่ใหญ่ สีสด กลีบหนา กานยาว ตรงตามความต้องการของตลาดได้อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแล ซึ่งคุณสุรีย์ เจ๊กพัน เกษตรกรผู้ปลูกกกุหลาบตัดดอก ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จะมาเผยเทคนิคให้ได้นำไปปลูกกันวางระบบการผลิต ให้น้ำ ให้ปุ๋ย เก็บจำหน่าย ส่งขายตลาด
พื้นที่ 1 ไร่ คุณสุรีย์ บริหารจัดการวางแผนการปลูก หากิ่งพันธุ์ที่มีคุณภาพ ความสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร มาปลูกลงหลุมที่มีความกว้าง 15 เซนติเมตร ลึก 10-15 เซนติเมตร โดยแต่ละต้นจะปลูกห่างกันประมาณ 60-70 เซนติเมตร ระหว่างแถวห่างกันประมาณ 150 เซนติเมตร  ทำโคนพรวนดินประคองต้นไม่ให้ลม เมื่อเกิดลมพัดแรงๆคุณสุรีย์บอกว่า หลังจากต้นกุหลาบเริ่มสร้างใบ ลำต้นจนสมบูรณ์ พร้อมที่จะให้ดอก ก็ใส่ปุ๋ยเร่งดอก (8-8-24) เดือนละ 2 ครั้ง (วันที่ 1 และ 15 ของเดือน) ควบคู่กับการใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำจากสมุนไพร (มะกรูด ตะไคร้ สะเดา ฯลฯ)“ใช้น้ำหมักชีวภาพ มาฉีดพ้นให้กลิ่นดอกกุหลายเปลี่ยนสลับกับการใช้สารเคมี ซึ่งช่วยป้องกันแมลงได้เป็นอย่างดี ส่วนการเร่งดอก ใบ และต้น จะมีฮอร์โมนรกหมูที่ทำขึ้นมาฉีดพ้น ซึ่งสามารถช่วยทำให้สีดอกสด การแตกกิ่งมีปริมาณมากขึ้น ทำให้ได้จำนวนดอกมากถึง 7,000ดอก /วัน/ไร่ ทำให้ได้ผลที่แตกต่างจากคนอื่นๆในละแวกเดียวกัน”กุหลาบเป็นไม้ดอกชนิดหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญเรื่องการให้น้ำ ต้องบริหารจัดการน้ำให้พอดี น้อยเกินไปอาจจะทำให้ต้นโทรม ใบร่วง มากเกินไปก็จะทำให้รากเน่า เกิดโรคได้ง่าย ดังนั้นพี่สุรีย์จึงใช้ระบบสปริงเกอร์ ในการควบคุมการให้น้ำ เปิดประมาณ 10-15 นาที/วัน(ช่วงเช้า) ให้วันเว้นวัน เพียงเท่านี้ต้นกุหลาบก็จะให้ผลผลิต มีน้ำหนักดีตลอดทั้งปี
กุหลาบจะเริ่มให้ผลผลิตได้หลักจากผ่านไปแล้ว 2 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรผู้ปลูกรอคอยที่เก็บผลผลิตไปส่งขาย ซึ่งแต่ละวันสามารถเก็บได้ถึง 2 รอบ คือช่วง 08.00 – 09.00 น.(รอบแรก) 12.00 – 13.00 น. (รอบสอง)โดยวิธีการเก็บ จะเด็ดช่วงข้อต่อของขั่ว หรือ ห่างประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งดอกที่เก็บจะบานประมาณ 60 เปอร์เซนต์
การบรรจุจำหน่ายส่งให้กับพ่อค้า คุณสุรีย์จะต้องนำดอกกุหลาบที่เก็บแช่น้ำเปล่าเพื่อเพิ่มน้ำหนักจากนั้นก็จะนำมาคัดแยกเกรด โดยแบ่งออกเป็น 2 เกรด คือ ดอกตูม จำหน่ายร้อยละ 30-40 บาท ดอกบาน จำหน่ายร้อยละ 7-12 บาท โดยจะแพกลงถุงพลาสติกที่มีรูระบายอากาศ ถุงละ 100 ดอก ส่งต่อให้กับพ่อค้าได้“กุหลาบตัดดอก เป็นพืชเสริมที่ไม่ต้องดูแลมาก ใช้แรงงานคนก็น้อย ระยะเวลาการปลูกจนสามารถให้ดอกก็ไม่นาน ตลาดยังมีความต้องการอยู่มาก ทำให้เรามีรายได้ทุกวันนี้ ที่สำคัญเป็นพืชที่ปลูกแล้วดินยังคงความอุดมสมบูรณ์ ตอนนี้เลยคิดจะปลูกเพิ่มอีก 1 ไร่” คุณสุรีย์กล่าวทิ้งท้าย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here