1.ไก่ขี่เดินไว 2 คอ มี 3 ประเภท
-ขี่เดินในหัวตั้งตรง 90 องศา(กอด เกี่ยว)ดี หลุดง่ายไก่ขี่เดินในเหนียวแน่นกอดเกี่ยวหัวตั้งตรง 90 องศา ถ้าเป็นไก่ปากไว ปากถึง-ตีนถึง จะเก่งชนะได้ไวถ้าเจอไก่ยืนหรือเกาะเกี่ยวเชิงเดียวกันถ้าเจอพม่าก็เจ็บถ้าไม่มีลูกหน้าก็จะลำบากเพราะเกาะเกี่ยวหัวสูงจะหลุดง่าย หรือเจอไก่ 2 ปีกจัดๆ ตีหลังตีสวาปแรงจะลำบาก ปลายน้ำแผ่วมีสิทธิ์ถูกล็อกถูกมัดเป็นไก่โง่เซ่อได้ง่าย เว้นเสียแต่บังคับไม่ให้คู่ต่อสู้เข้าปีกมีลูกหน้าและลูกทุบหลัง ไก่ล็อกมัดเข้าปีกทุบหลังบ่อยๆก็แย่เหมือนกันไก่ทุบหลังจัดๆ (ตีเจ็บ) อันหนึ่งขอทุบเพียง 3 ทีก็เหลือเฟือจะชนะ ลูกทุบหลังเป็นลูกที่เซียนไก่กลัวโดนแล้วยุบฟื้นตัวยาก-ขี่หัวลึก หัวเฉียง 45 องศา(กอดโคนคอ)ดีมากไก่ขี่หัวลึก หัวเฉียง 45 องศาปากไวกอดกดขี่เหนียวแน่น หัวลึกเชิงชนดูจะปลอดภัยกว่าไก่เชิงขี่ในกอดเกี่ยวแต่ก็ชนะได้ช้ากว่าเชิงกอด เกี่ยวหัวสูง ไก่ขี่หัวลึกจะได้ทำเชิงรูดโคนคอ เอี้ยวมาหาหูนอกหรือหัว ทำเชิงกระบวนเพลง หนูไต่ราว เด็ดผักบุ้ง ต้องทำเชิงแต่งตัวช้ากว่าจะตีได้ แต่ก็ปลอดภัยกว่าเมื่อเจอพม่า เจอไก่ปีก มุด มัด ก็ 50/50 เจอไก่เดินใน กอด เกี่ยว ก็เสี่ยงเพราะจะตีได้ช้ากว่า ยกเว้นหากมีลูกทีเด็ด ตีลำหักลำโค่นกว่า ลูกเชิงเสียเปรียบต้องวัดกันที่ลูกตี-ขี่ล็อกกดโคนคอ-หัว ขี่ล็อกกดโคนคอรูดมาหาหัว ทำเชิงหนูไต่ราว เด็ดผักบุ้ง ดีที่สุดในกระบวนไก่เชิงขี่ 2 คอ เจอพม่าก็ปลอดภัย กดพม่า พม่าจะยุบจะถอยก็ไม่หลุด เพราะกดโคนคอ พม่าเจอล็อกก็อ่อนใจ เจอไก่ขี่ด้วยกันจะได้เปรียบเชิง ถ้าตีเจ็บพอกันจะได้เปรียบ เว้นเสียแต่ตีเจ็บปวดกว่ากันมากเชิงดีกว่าก็จะสู้ไม่ได้ไก่ขี่ดี จะต้องถนัดทั้งซ้าย-ขวากอดเหนียวแน่นถ้ารูปร่างไม่เสียเปรียบ ไหล่เท่ากัน ยากที่คู่ต่อสู้จะตีหัวได้ ตรงกันข้ามจะพยายามจับตีคู่ต่อสู้จนได้ ไก่ขี่ดีเหมือนจ๊อกกี้ขี่ม้าขี่ไม่ดีเหมือนขี่วัวขี่ควายเดินหลายจังหวะไก่ฉลาดเดินดี มันจะประคองหัวคู่ต่อสู้ตลอดเวลา เรียก”กอดประคอง”คู่ต่อสู้เดินช้ามันก็จะเดินช้า เดินแบบระมัดระวัง คู่ต่อสู้เดินไวมันก็จะเดินไวด้วย เดินอย่างไรก็ได้ให้อยู่ด้านหลังคู่ต่อสู้บางตัวขี่ส่งเดช(วิ่ง)เดินไวตลอด ทำให้หลุดได้ง่าย เรียกว่าเดินจังหวะเดียว ทำให้พลาดง่ายเมื่อถูกตีจะลนลานเจอพม่าแพ้ลูกเดียวลูกแก้ไขในไก่ขี่ถ้าเจอคู่ต่อสู้ในเชิงเดียวกัน รูปร่างพอกัน ลูกตีพอกัน ตัวไหนฉลาดกว่า มีลูกแก้ไขที่ดีกว่าก็จะได้เปรียบคู่ต่อสู้ ลูกแก้ไขมีหลายอย่าง เช่น พอเดินไม่ทันก็จะต้อง
1.กดบ่าตีตัว
2.หลบเข้าปีก มัดตี สวาปทุบหลัง
3.ลงทะลุท้อง เข้าขาโผล่ตูด ตีสวาปหลัง2. ไก่เชิงมัด(2 ปีก) มี 3 แบบ มัดโคนปีกดีที่สุด มัด 7 เส้นดีมาก
มัดปลายปีกดีไก่เชิงมัดจะต้องเป็นไก่เดินเร็วจึงจะดีถ้าเดินช้าความเก่งจะน้อยลงในกรณีเจอคู่ต่อสู้เดินเร็วกว่าจะมัดลำบากนอกจากเดินไวแล้วปากจะต้องไวด้วย ถ้าเป็นไก่ลำโตยิ่งเก่งมากไก่มัดดีจะต้องเดินหัวใน หัวไวหลบเข้าปีกซ้ายขวาได้คล่องแคล่วโดยคู่ต่อสู้ไม่รู้ตัวจะได้เปรียบอยู่ข้างหลังคู่ต่อสู้ตลอดเวลาจะเป็นตัวตีตลอดแพ้ยาก(ตีสวาปทุบหลังจะเก่งมาก)มัดฉลาดไก่ที่มัดเก่งๆคล้ายมวยตีเข่า เมื่อรัดเอวคู่ต่อสู้แล้วยากที่จะหลุดไก่ก็เหมือนกันคู่ต่อสู้ดิ้นหลุดยากไก่ที่มัดเก่งๆ เมื่อหัวเข้าปีกจะรีบบิดคอซ้ายขวาโดยเร็วแล้วเอาอกดัน
สีข้างคู่ต่อสู้เอาหลังไหล่ดันกระทุ้งปีกโดยเร็วคู่ต่อสู้ไม่มีทางดิ้นหลุดถูกมัดถูกตีบ่อยๆคู่ต่อสู้จะอ่อนลงเรื่อยๆ ส่วนมากไก่มัดจะตีสีข้าง ปั้นขา หลัง ไก่มัดจะหมดความเก่งทันทีถ้าไม่สามารถตีคู่ต่อสู้ได้ ไก่มัดปัจจุบันเรียกว่าไก่ 2 ปีก(คือ มัดปีกซ้าย-ขวา)3.ไก่ลง(2 ขา)ลอดทะลุหาง แบ่งเป็น 3 ประเภท
ลงทะลุหาง พอใช้ ลงงัด(ดั้ม)ดีมาก ลงฉีกขา(ไถนา)ดีที่สุด(หายาก)ไก่ลงไก่เก่งขนหัวจะต้องไม่ร่วงจะดูไม่ออกว่าเป็นไก่ลง มุดเข้าท้องเร็วคู่ต่อสู้ไม่รู้ตัวรีบกลับตัวเร็วไก่ไถนาเก่งๆ เวลามุดเข้าท้อง พอหัวทะลุขาไหล่จะอยู่ระหว่างขาไก่ตัวยืนมันจะรีบบิดคอซ้ายขวาพร้อมกับยกตัวไก่ตัวที่ยืนจะเสียหลักจะเดินโขยกเขยกขาเดียวเนื่องจากขาอีกข้างหนึ่งจะอยู่บนหลังคู่ต่อสู้ภาษามวยเรียกว่าลูกไถนาคู่ต่อสู้จะหมดแรง ยิ่งถูกไถนานานจะยิ่งหมดแรงไวบางตัวไถนาน 2-3 นาทีกว่าจะหลุด ไก่ไถนาจะตีตูดตีหลังหายากมากในปัจจุบันหาได้ยากกว่าไก่เชิงม้าล่อ(ม้าเลาะ)
แหล่งที่มา:http://kaichon.dooasia.com/kardkai.shtml

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here