สำหรับในประเทศไทยได้นำเข้าวัวอเมริกันบราห์มันครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2497 และมีการนำเข้าอีกหลายครั้งในเวลาต่อมา จนถึงขณะนี้วัวอเมริกันบราห์มันได้รับการเลี้ยงดูปรับปรุงในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยมายาวนานถึง 60 ปีแล้วจึงน่าจะเรียกชื่อว่าไทยบราห์มัน(Thai Brahman) อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าวัวบราห์มันได้มีการเลี้ยงดูในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้วแต่มีเอกสารเผยแพร่สร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวัวสายนี้นี้ค่อนข้างน้อยบทความเรื่องวัวบราห์มันในประเทศไทยนี้เขียนมาจากประสบการณ์ของผู้เขียนตั้งแต่เริ่มรับราชการครั้งแรกที่กรมปศุสัตว์เมื่อปี พ.ศ. 2501 จนเกษียณราชการเมื่อปี พ.ศ. 2535 จนถึงปัจจุบันเพื่อมุ่งหวังให้เป็นองค์ความรู้เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวัวบราห์มัน ทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตจึงคาดหวังว่าเนื้อหานี้จะก่อประโยชน์ต่อวงการวัวเนื้อของไทยไม่มากก็น้อย
ความเป็นมาและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับวัวบราห์มันในประเทศไทย วัวที่เลี้ยงและใช้ประโยชน์กันมากในเชิงเศรษฐกิจทั่วโลกนั้น มี 2 ตระกูล ที่เห็นได้ชัดเจนคือพวก Bos taurus หรือวัวฝรั่งและพวก Bos indicus หรือวัวซีบู พวกอื่นๆ ก็เป็นเพียงส่วนน้อยจะไม่ขอกล่าวถึงคงทราบกันอยู่ดีแล้วว่า พวกวัวฝรั่งหรือ Taurus นั้นเป็นวัวที่มีถิ่นกำเนิดในเขตหนาวและอบอุ่น พวกนี้ไม่มีหนอกส่วนใหญ่อยู่ในยุโรปพวกวัวซีบูหรือIndicus มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนแห้งหรือร้อนชื้น เช่น ในอินเดีย ปากีสถาน เอเชียตะวันออกและเอเชียอาคเนย์สำหรับรายละเอียดลักษณะและคุณสมบัตินั้น แต่ละสายมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไปมนุษย์เราได้แยกแยะเอาส่วนดีและส่วนด้อยมาใช้ประโยชน์ได้อย่างลงตัวที่ไปของวัวบราห์มันแต่แรกเริ่มสำหรับวัวซีบูแล้วที่มาของความสนใจและประทับใจของผู้คนออกมาในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น ในออสเตรเลีย
วัวบราห์มันดีอย่างไรคงพูดกันได้ไม่รู้จบ ขอกล่าวสั้นๆ ที่สุดได้ดังนี้ ทนร้อนทนชื้น วัวไม่ชอบความชื้นโดยเฉพาะวัวฝรั่ง สั่นผิวหนังเฉพาะที่ได้) แม่เลี้ยงลูกเก่ง กินอาหารคุณภาพต่ำก็รอดได้ เปอร์เซ็นต์เนื้อไม่แพ้วัวฝรั่งที่อุณหภูมิ 40 ถึง 45 องศาเซลเซียส ก็ทนได้ ที่อุณหภูมิ 0 ถึง -13 องศาเซลเซียส

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here