คุณมานพ แสงดำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ให้ข้อมูลว่าเดิมชาวบ้านที่บริเวณนี้มีอาชีพเลี้ยงสัตว์ดั้งเดิมอยู่แล้วต่อมาจึงเกิดมีแนวความคิดที่อยากจะเพิ่มมูลค่าให้กับ สัตว์ที่เลี้ยงคือการเลี้ยงโคลูกผสมญี่ปุ่นหรือโควากิวเข้ามาแทนที่การเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิม เพราะโคสายพันธุ์นี้สามารถทำการตลาดและมีราคาที่ดีกว่าสัตว์ชนิดเดิมที่ทำการเลี้ยงกันอยู่ในรูปแบบเดิมโควากิวเมื่อเทียบกับการเลี้ยงสัตว์อื่นๆ แล้วเมื่อผ่านการเลี้ยงเพียงครั้งเดียวสามารถทำรายได้ให้กับผู้เลี้ยงเป็นหลาย

เพราะตัวโคสายพันธุ์นี้มีมูลค่าสูงตลาดมีความต้องการซึ่งโควากิวนี้เป็นโคที่เมื่อเลี้ยงแบบขุนคุณภาพเนื้อจะมีไขมันแทรกอยู่รสชาติของเนื้อมีความนุ่มความหอมเป็นคุณลักษณะเฉพาะ ของเนื้อโคสายพันธุ์นี้ซึ่งการผสมพันธุ์ที่นี่ก็จะเอาโควากิวเลือด 100 เปอร์เซ็นต์ มาผสมเข้ากับโคพื้นเมือง โดยให้สายเลือดที่ได้มีเลือดวากิวอยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ก็สามารถเลี้ยงเจริญเติบโตส่งขายเป็นโคขุนที่มีเนื้อได้มาตรฐานตามที่ตลาดต้องการได้เป็นอย่างดี

คุณมานพกล่าวคุณเคียงเดือน สงวนชื่อ อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ที่ 3 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นเกษตรกรที่นำโคลูกผสมวากิวมาเลี้ยงเป็นอาชีพสร้างรายได้ โดยเธอมีการพัฒนาการเลี้ยงอยู่เสมอเพื่อให้โค ที่เลี้ยงมีคุณภาพเนื้อที่ดีตรงตามมาตรฐานที่ตลาดกำหนดจึงทำให้การเลี้ยงโคสายพันธุ์นี้ตอบโจทย์และสร้างรายได้ให้กับเธอ มาเป็นเวลา 10 ปีทีเดียวคุณเคียงเดือนเล่าให้ฟังว่างานที่เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเธอมาอย่างยาวนาน ก็จะเป็นเกี่ยวกับการเลี้ยงโคซึ่งสมัยก่อน นั้นเลือกเลี้ยงโคสายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่โค

ลูกผสมวากิวต่อมาประมาณปี 2550 เกิดแนวความคิดว่าหากไม่เลือกเลี้ยงโคที่เป็นสินค้านำตลาดแล้ว ยังยึดแต่การเลี้ยงอยู่ในรูปแบบเดิมๆ จะส่งผลต่อการสร้างรายได้ของเธอ ในเวลาต่อมาจึงศึกษาวิธีการเลี้ยงโคลูกผสมวากิวเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพราคาโคสายพันธุ์ที่เราเลี้ยง เรื่องของราคานี่มันจะไม่ค่อยนิ่ง มีขึ้นมีลง บางปีนี่ราคาตกลงไปเยอะ ทีนี้เราก็เลยตัดสินใจว่า น่าจะเลี้ยงสายพันธุ์อื่นดูที่สามารถทำในเรื่องของราคาได้ ก็เลยได้มารู้จักโควากิว

ว่าเรื่องการตลาดค่อนข้างชัดเจน จึงไปหาซื้อตัวเมียมาเลี้ยงภายในฟาร์มประมาณ 3 ตัว เราก็เริ่มลองขุนพร้อมทั้งศึกษาอุปนิสัยต่างๆ ดูการกินอาหารของโคว่าเป็นยังไง ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ การเลี้ยงก็ประสบผลสำเร็จดีพร้อมทั้งเรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอด้วยไม่ได้หยุดนิ่งคุณเคียงเดือนบอกถึงจุดเริ่มต้นการเลี้ยงโคลูกผสมวากิว

เลี้ยงแบบยืนโรงโคก็เจริญเติบโตได้ดี

ในขั้นตอนของการเลี้ยงโคลูกผสมวากิวนั้นคุณเคียงเดือน บอกว่าจะเลี้ยงให้อยู่ในโรงเรือนที่เตรียมไว้แบบยืนโรง จนสามารถจำหน่ายได้ ซึ่งโคภายในฟาร์มของเธอที่นำมาเลี้ยงเป็นโคที่ผ่านการผสมพันธุ์เอง ภายในฟาร์มจากนั้นให้โคอยู่กับแม่โคมีอายุอย่างน้อย 5 เดือน

ขึ้นไปก็จะนำมาเข้าสู่การเลี้ยงระยะขุนเพื่อให้โคลูกผสมวากิวมีโครงสร้างของภายในเนื้อมีไขมันแทรก ตรงตามที่ตลาดต้องการเนื่องจากโคเป็นลูกผสมดังนั้น ในเรื่องของการเลี้ยงเราก็จะดูแลใส่ใจตั้งแต่โคอยู่ในท้องแม่เลี้ยงดูให้แม่โค และลูกมีความพร้อมสมบูรณ์ เมื่อคลอดออกมาก็เลี้ยงให้อยู่กับแม่จนหย่านมได้อายุอยู่ที่ 5 เดือน

จากนั้นแยกคอกเลี้ยงเดี่ยว เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการขุนโดยเลือกโคตัวผู้มาตอน และเข้าขุนหรือบางครั้งก็มีตัวเมีย บ้างที่ดูแล้วไม่สามารถผลิตลูกได้ เราก็จะเอามาเลี้ยงเป็นโคขุนเหมือนกันซึ่งอาหารในช่วงแรกจะให้กินหญ้าเนเปียร์ หมักผสมกับอาหารข้นที่มีโปรตีนอยู่ 18 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วนหญ้า 3 กิโลกรัมต่ออาหารข้นกิโลครึ่งต่อมื้อ ให้กินวันละ 2 มื้อคุณเคียงเดือนบอก

เมื่อขุนจนครบ 1 ปี จะปรับสูตรอาหารให้โคกินกากมันพร้อมทั้งผสมจุลินทรีย์เข้า ไปในอาหารอยู่แบบนี้อีกประมาณ 8 เดือนจะปรับสูตรอาหารอีกครั้งโดยลด จำนวนหญ้าให้กินน้อยลง เมื่อโคมีอายุเข้าสู่ 22-23 เดือน จะหยุดให้กินหญ้าทันทีแต่จะให้กินอาหารข้นกากมันผสมกับจุลินทรีย์แทนขุนต่ออีก 6 เดือนจะหยุดอาหารที่เป็น จำพวกกากมันให้หมดและให้กินเป็นอาหารข้นเพียงอย่างเดียวจนส่งจำหน่ายในเรื่องของการป้องกันโรค ที่จะเกิดขึ้นกับโคลูกผสมวากิวนั้นคุณเคียงเดือนบอกว่าจะทำวัคซีนป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยปีละ 2 ครั้ง

พร้อมทั้งทำวัคซีนป้องกันโรคคอบวมอีกปีละ 1 ครั้งสัตว์ทุกตัวเราจะมี ใบประวัติที่ชัดเจนตั้งแต่เกิดจนถึงส่งจำหน่ายว่าในแต่ละวันแต่ละปีเรามีการจัดการและทำวัคซีนอะไรให้กับสัตว์บ้าง ช่วงที่สัตว์ป่วยมีการใช้ยาอะไรรักษาในเรื่องของใบ ประวัติก็จะบักทึกไว้หมดซึ่งทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะคอยมาดูแล เรื่องนี้ให้กับเราใครที่เลี้ยงและกังวล ในเรื่องการป้องกันโรคก็ไม่ต้องกลัวติดต่อสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่ไว้เจ้าหน้าที่จะติดตามและมาคอยดูแลโคอย่างใกล้ชิดคุณเคียงเดือนบอก

การขายโคลูกผสมวากิวเป็นตลาดแบบซื้อขายล่วงหน้าเมื่อในพื้นที่เริ่มมีการเลี้ยงโคลูกผสมวากิวมากขึ้น จึงเป็นผลให้ในเรื่องของตลาดก็ตามเข้ามาภายในพื้นที่ด้วยโดยร้านอาหารญี่ปุ่นได้ขอเข้ามาทำสัญญาซื้อขาย ตั้งแต่เริ่มขุนไปจนถึงโคที่เลี้ยงได้ขนาดไซซ์ที่ใหญ่ตามที่ต้องการซึ่งโคที่มีเลือดผสมวากิวอยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์จะมีไขมันแทรกดี กว่าโคที่มีเลือดผสมวากิวอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์พร้อมทั้งอายุการเลี้ยงตั้งแต่เกิดจนสามารถส่งจำหน่ายได้ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 28 เดือน เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่ใช้เวลาเลี้ยงถึง 30 เดือนคุณภาพเนื้อที่มีไขมันแทรกในเรื่องของสาย เลือดว่ากี่เปอร์เซ็นต์ดีที่สุดตอนนี้ที่เราเลี้ยงกันมาสายเลือดวากิวอยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์

โคค่อนข้างมีโครงสร้างและไขมันแทรกที่ดี ซึ่งในเรื่องนี้เราก็ยังไม่หยุดพัฒนายังหาวิธีการพัฒนาดูกันไปเรื่อยๆโดยการขายเราจะขายแบบเป็นซากเอาตัวโค เข้าโรงเชือดที่ได้มาตรฐานเอาเครื่องใน เขา ข้อเท้าและหางออก ให้หมดเหลือแต่เนื้อที่ติดกับกระดูกแขวนบ่มไว้ 7 วันจากนั้น ก็ตัดกลางลำตัวและตัดแบ่งกลาง นำเนื้อสันนอกไปให้คัดเกรดอีกครั้งซึ่งเกรดการขายก็มีด้วยกันถึง 6 เกรดราคาขายตั้งแต่กิโลกรัมละ 225-500 บาทซึ่งใน 1 ตัวเนื้อ สามารถแบ่งได้หลากหลายเกรดดังนั้น ใน 1 ตัวเฉลี่ยแล้วราคาคิดเป็นตัวก็จะเฉลี่ยได้ตั้งแต่ 80,000 บาทไป

จนถึงหลักแสนบาทก็มีคุณเคียงเดือนบอกถึงเรื่องการตลาดสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงโคลูกผสมวากิวเป็นอาชีพทำเงินคุณเคียงดือนแนะนำว่าการเลี้ยงโคสายพันธุ์นี้จะเน้นเลี้ยงแบบประณีตดังนั้น ในเรื่องของการจัดการจะค่อนข้างมีระบบแบบแผนที่ชัดเจนหรือหากชอบสายพันธุ์อื่นก็เลี้ยงในแบบที่ชื่นชอบแต่ในเรื่องของการตลาดต้องมีการจัดการที่ดีการเลี้ยงโค ก็จะประสบผลสำเร็จและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนได้แน่นอนก๋วยเตี๋ยวที่ปรุงด้วยเนื้อวากิว

สนใจในเรื่องของการเลี้ยงโคลูกผสมวากิวสามารถติดต่อสอบถามและเข้าศึกษาดูวิธีการเลี้ยงได้ที่วิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์วากิวครบวงจรตำบลสลักไดโทรศัพท์(089) 423-0356หรือหากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่คุณเคียงเดือน สงวนชื่อโทรศัพท์(087) 448-4637

ขอบคุณแหล่งเนื้อหาดีๆจาก: https://www.technologychaoban.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here