หากกล่าวถึง ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระพุทธรูป จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า  “หลวงพ่อโต” วัดบางพลีใหญ่ใน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  เป็นหนึ่งในองค์พระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะขอพร หรือบนบานประการใด หลวงพ่อโตก็จะเมตตาให้ความช่วยเหลือ

เช่น ผู้ที่ประสบโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็หายป่วยด้วยน้ำมนต์ของหลวงพ่อโต โดยการนำน้ำมนต์หลวงพ่อกลับบ้านเพื่ออาบ บ้างก็พรหมใส่ศีรษะ หรือดื่มกิน ปรากฏว่าอาการป่วยนั้นหายวันหายคืน  หรือจะเป็นเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน ก็มีประชาชนจำนวนมากไปบนบานเช่นกัน เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว โดยส่วนมากจะ แก้บนด้วยไข่ต้ม ไข่หวานตามจำนวนที่ได้กล่าวบนบานไว้

สำหรับชาวบางพลีที่มีความศรัทธาในบารมีของหลวงพ่อโตมาอย่างยาวนาน มีความเชื่อว่าบารมีหลวงพ่อโต จะสามารถช่วยแก้ไขปลดเปลื้องภาระหนี้สินได้ โดยมีเงื่อนไขว่า หากผู้บนบานมีหนี้สินอันเกิดจากสาเหตุใด ก็ต้องสัญญาโดยลั่นวาจา ต่อหน้าหลวงพ่อโต ว่าถ้าหากปลดหนี้สินหมดแล้ว จะทำความดีและไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีทั้งหลาย

เช่น  หากเป็นหนี้สิน จากการค้าขาย ก็ต้องสัญญาว่าจะค้าขายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกงใคร ไม่เอาเปรียบใคร ไปตลอดชีวิต หรือ ถ้าเป็นหนี้สินจากการพนัน  อยากปลดหนี้ก้อนนี้ให้หมด ต้องสัญญาต่อหน้าองค์หลวงพ่อโตว่า จะไม่เล่นการพนันไปตลอดชีวิต ถ้าหากเป็นหนี้จากบัตรเครดิต เมื่อปลดหนี้แล้วต้องสัญญา จะไม่สร้างหนี้สินเพิ่ม ไม่ใช้จ่ายเกินตัว เป็นต้น  ด้วยเหตุนี้ทำให้มีผู้คนจำนวนมากที่ประสบปัญหาเรื่องหนี้สิน มักจะมาบนบานศาลกล่าวกับหลวงพ่อโตอยู่เป็นประจำ  

วิธีการบน คือ ผู้บนบานจะต้องใช้แผ่นทองคำเปลวไปติดไว้ที่ฝ่าเท้าของหลวงพ่อโตก่อน และต่อมาจึงขอในสิ่งที่ตนต้องการ แต่สำคัญว่า จะต้องรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้  ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุร้ายแก่ตนเองได้!  ส่วนเรื่องที่ห้ามบนบานเด็ดขาด คือ การขอให้ไม่ถูกเกณฑ์ทหาร เพราะผู้ที่บนในเรื่องนี้ จะต้องถูกเกณฑ์ทหารทุกราย

สำหรับหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์พระเป็นทองสำริดทั้งองค์ มีขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ เชื่อว่า เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปพี่น้อง 3 ที่ลอยตามกระแสน้ำมา ได้แก่ องค์โต คือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือ วัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม, องค์กลาง คือ หลวงพ่อโสธร  วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา องค์สุดท้าย คือ  หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ

สำหรับสาเหตุที่ได้รับนามว่า “หลวงพ่อโต” คงเป็นเพราะองค์ของท่านใหญ่โตมากที่สุดในบรรดาพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาด้วยกัน จึงเรียกขานท่านว่า “หลวงพ่อโต” 

หากใครที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว อยากจะบนบานศาลกล่าวต่อองค์หลวงพ่อโตบ้าง ก็สามารถทำได้ แต่จะได้ผลหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งความเชื่อ ความศรัทธา บุญที่ตนเคยประกอบมา หากถึงวาระแล้ว ก็จะสามารถ แก้ไข หรือบรรเทาได้ !!

เครดิตภาพ “องค์พระหลวงพ่อโต”  จากเพจ : วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here