ประวัติบุญข้าวประดับดินประเพณีบุญเดือนเก้าของชาวอีสาน
บุญข้าวประดับดิน ประวัติบุญข้าวประดับดินบุญเดือนเก้า ประเพณีภาคอีสานที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วประเพณีบุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้า เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่สืบทอดกันมาในภาคอีสานโดยบุญข้าวประดับดินเป็นงานประเพณีที่ถูกจัดขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือนเก้าของทุกๆ ปีและในปี 2561 ประเพณีบุญข้าวประดับดินก็ตรงกับวันที่ 9 กันยายน ทั้งนี้ในการทำบุญข้าวประดับดินนั้นชาวบ้านจะนำข้าวปลา อาหาร คาวหวาน ผลไม้ หมาก พลู บุหรี่ มาห่อด้วยใบตองและทำเป็นห่อเล็กๆ ก่อนจะนำไปวางตามโคนต้นไม้ใหญ่หรือตามพื้นดินบริเวณรอบๆ เจดีย์หรือโบสถ์ โดยการทำบุญข้าวประดับดินนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วรวมถึงอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับบุญข้าวประดับดินยังถือว่าเป็นการให้ทานแก่ผู้ยากไร้รวมทั้งสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของที่ต้องหิวอดมื้อกินมื้อมาตลอดทั้งปีอีกด้วยเพราะการที่ตั้งอาหารไว้ที่พื้นทำให้สัตว์เหล่านั้นสามารถเข้ามากินอาหารได้อย่างเต็มที่ ความเป็นมาบุญข้าวประดับดิน
การทำบุญข้าวประดับดินนี้เกิดจากความเชื่อตามนิทานธรรมบทว่าญาติของพระเจ้าพิมพิสารได้ยักยอกเงินวัดไปเป็นของตนเองครั้นล่วงลับไปแล้วได้ไปเกิดเป็นเปรตในนรกและเมื่อพระเจ้าพิมพิสารถวายทานแด่พระพุทธเจ้าแล้วมิได้อุทิศให้ญาติที่ตายกลางคืนพวกญาติที่ล่วงลับมาแสดงตัวเปล่งเสียงน่ากลัวให้ปรากฏใกล้พระราชนิเวศน์รุ่งเช้าได้เสด็จไปทูลถามพระพุทธเจ้าพระพุทธองค์ทูลเหตุุให้ทราบพระเจ้าพิมพิสารจึงถวายทานอีกแล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติที่ล่วงลับไปจึงได้รับส่วนกุศลดังนั้น การทำบุญข้าวประดับดินคือการทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ญาติผู้ล่วงลับแล้ว ถือเป็นประเพณีที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี
พิธีกรรมบุญข้าวประดับดินมีดังนี้
1.วันแรม 13 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านจะเตรียมข้าวต้ม ขนม อาหารคาวหวาน หมาก พลู และบุหรี่ไว้ 4 ส่วน ส่วนหนึ่งเลี้ยงดูกันภายในครอบครัว ส่วนที่สองแจกให้ญาติพี่น้อง ส่วนที่สามอุทิศให้ญาติที่ตายไปแล้วและส่วนที่สี่นำไปถวายพระสงฆ์ในส่วนที่สามญาติโยมจะห่อข้าวน้อยซึ่งมีวิธีการห่อคือใช้ใบตองห่อขนาดเท่าฝ่ามือส่วนความยาวนั้นให้ยาวสุดซีกของใบตอง
2.วันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านจะไปวัดตั้งแต่เวลาตี 4 เพื่อนำสิ่งของที่เตรียมไว้จัดใส่กระทงหรือเย็บเป็นห่อเหมือนข้าวสากไปวางอุทิศส่วนกุศลตามที่ต่าง ๆ ซึ่งการวางแบบนี้ เรียกว่าการวางห่อข้าวน้อยแต่หากเป็นการนำไปวางในวัดจะเรียกว่าการยาย(วางเป็นระยะ ๆ)ห่อข้าวน้อยซึ่งเวลานำไปวางจะพากันไปทำอย่างเงียบๆ ไม่มีการตีฆ้องตีกลองแต่อย่างใด3.หลังจากวางเสร็จแล้วชาวบ้านจะกลับบ้านเพื่อเตรียมอาหารทำบุญที่วัดอีกทีหนึ่งในตอนเช้าเมื่อพระสงฆ์ฉันเช้าเสร็จก็จะเทศน์ฉลองบุญข้าวประดับดินต่อจากนั้นชาวบ้านจะนำปัจจัยไทยทานถวายแด่พระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์ให้พรเสร็จชาวบ้านที่มาทำบุญก็จะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้วทุกๆ คน
สำหรับอาหารคาวหวานที่ใส่ห่อในการทำบุญข้าวประดับดินอาจมีดังนี้
1.ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือ 1 ก้อน
2.เนื้อปลา เนื้อไก่ หมู และใส่ลงไปเล็กน้อยถือว่าเป็นอาหารคาว
3.กล้วย น้อยหน่า ฝรั่ง มะละกอ มันแกว อ้อย มะละกอสุก หรือขนมหวานอื่นๆ ลงไป(ถือเป็นอาหารหวาน)4.หมากหนึ่งคำ บุหรี่หนึ่งมวน เมี่ยงหนึ่งคำ
พอได้เรียนรู้ประเพณีดีๆ ของภาคอีสานอย่างประเพณีบุญข้าวประดับดินบุญเดือนเก้ากันแล้วก็เชื่อว่าหลายๆ คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานคงช่วยกันสานต่อประเพณีบุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้า ให้รุ่นลูก รุ่นหลานได้มีโอกาสเรียนรู้ประเพณี และวัฒนธรรมดีๆ แบบนี้ด้วยเช่นกัน
ภาพจาก เว็บไซต์ phibun, เว็บไซต์ ฅนไฑบ้านดอทคอม, เว็บไซต์ คอนโทน, เว็บไซต์ ประตูสู่อีสานดอทคอม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here