การขาดแคลเซียมในโค
ในการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสุขาภิบาลและการป้องกันไม่ให้สัตว์ที่เลี้ยงเป็นโรคหรือเกิดการป่วยไข้ได้และอาการขาดแคลเซียมก็เป็นโรคอีกโรคหนึ่งที่สำคัญของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคซึ่งโรคดังกล่าวสามารถเป็นได้ทั้งวัวเนื้อและวัวนมเป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคแต่เกิดมาจากการดูแลรักษาของเกษตรกรเองสาเหตุที่ทำให้โคมีภาวะขาดแคลเซียมได้แก่ได้รับอาหารและหญ้าที่มีแคลเซียมในประมาณต่ำและรับฟอสฟอรัสปริมาณสูงในขณะที่แคลเซียมต่ำโคให้นมสูงหรือคลอดยากมีโอกาสเกิดภาวะระดับแคลเซียมในกระแสเลือดลำต่ำฉับพลัน (Milk fever, ไข้น้ำนม) จากประมาณ 10 เหลือเพียง3-5 มิลลิกรัม/เดซิลิตรอาการ
เริ่มจากกระวนกระวานในช่วงเวลาสั้นๆ ต่อมาจะเดินโผเผนอนหมอบพาดหัวไปด้านข้างของลำตัวเหม่อลอย จมูกแห้ง ปลายขา-จมูก-หู เย็น อุณหภูมิร่างกายปกติหรือต่ำกว่าปกติเล็กน้อยระบบย่อยอาหารหยุดทำงานอาการสุดท้ายคือ นอนตะแคงเหยียดขาท้องอืดและหายใจขัดกล้ามเนื้อเป็นอัมพาตและหมดสติ ถ้ารักษาไม่ทันอาจถึงตามในโคนมมักเกิดภายใน 72 ชั่วโมงหลังคลอด บางรายแสดงอาการก่อนคลอดและเป็นเหตุให้คลอดยากด้วยเนื่องจากหมดแรงเบ่งการขาดแคลเซียมในลูกโคมีผลต่อกระดูกทำให้โตช้า แคระแกรนการรักษา
หากรักษาภายใน2-3 ชั่วโมง จะได้ผลดีมาก จึงควรแนะนำเกษตรกรให้ตามสัตวแพทย์ทันทีที่พบโคมีอาการอ่อนเพลียมากในช่วงคลอด หลักเกณฑ์ที่สำคัญในการรักษา คือ ทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดกลับสู่ระดับปกติโดยให้แคลเซียมโบโรกลูโคเนท เข้าเส้นเลือด และให้ซ้ำใน 3-4 ชั่วโมงได้ถ้าจำเป็นในกรณีที่เกิดภาวะแมกนีเซียมต่ำและคีโตซิสร่วมด้วยควรเสริมแมกนีเซียมและเด็กโตรส (dextrose)ให้ด้วยการให้ฟอสฟอรัสร่วมด้วย จะได้ผลเร็วขึ้นการควบคุมและป้องกันควรพิจารณาถึงการให้อาหารที่มีแคลเซียมอย่างเพียงพอแก่โคในระยะต่างๆ เช่น หญ้าสด อาหารข้น แร่ธาตุเสริมและอัตราส่วนของแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสในอาหารควรประมาณ 2:1 โรคอื่นที่มีความคล้ายคลึง คีโตซิส ภาวะขาดแมกนีเซียมอาหารไม่ย่อย ข้อต่อสะโพกหลุดกระดูเชิงกรานหัก เป็นต้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here