ไม้สัก ไม้เศษรฐกิจมีค่า เนื้อไม้ลายสวย ละเอียด ปลูกง่ายโตเร็ว

0
170

ไม้สัก (Teak) เป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จกกันแพร่หลายทั่วโลก เ นื้ อไม้สามารถใช้ประโยชน์ ได้ทุกรูปแบบเ นื่ องจากมีคุณสมบัติของเ นื้ อไม้ที่ละเอียดอ่อน ตกแต่งง่าย มีสีสัน ลวดลายสวยงามและทนทานต่อดินฟ้าอากาศได้ดีพอสมควร ไม้สัก (Tectona grandis)

แบ่งเป็น 5 ชนิดได้แก่ สักทอง สักหิน สักหยวก สักไข่และสักuี้ควาย ตามลักษณะของเ นื้ อไม้ ไม้สักทองจะให้คุณภาพของเ นื้ อไม้ ดีที่สุด ความแข็งแรงอยู่ระหว่างสักหิน

 

และสักหยวก เ นื้ อไม้ไม่เปราะเหมือนไข่ และสักuี้ควายเ นื้ อไม้เหลืองทอง เห็นวงปีเด่นชัด ลวดลายสวยงามเป็นระเบียบพบมากในบริเวณ ที่ดินมีความอุดม

สมบูรณ์ดี ชนิดดินร่วนปนทราย (sandy Loam) ไม้สักในประเทศไทยจะพบกระจาย อยู่ทั่วไปตามธรรมชาติทางภาคเหนือ และมีคุณภาพดีเช่นเดียวกับไม้สัก จากประเทศพม่าซึ่งถือได้ว่าไม้สักในประเทศไทยเป็นไม้สักที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก และเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่ างมาก

ลักษณะโดยทั่วไปของต้นสัก

1.ลักษณะของลำต้น ใบ ดอกและผล

สักมีลำต้นเปลาตรง ความสูงเมื่อโตเต็มที่ตั้งแต่ 20 เมตรขึ้นไป ปราศจากกิ่งก้านจนใกล้จะถึง เรือนยอด โคนต้นเป็นพูนพอนหรือรอยหยักเว้า ยอดเป็นพุ่มกว้าง สีของลำต้นเป็นสีน้ำตาลปนเทา เปลือกแตกเป็นร่องตื้นๆ ตามความย าวของลำต้น เปลือกนอกหนาประมาณ 1 -2 เซนติเมตร

เปลือกในมีสีน้ำตาลและเขียวอ่อน กระพี้ขาวและหนา เ นื้ อไม้มีสีน้ำตาลทอง เห็นเส้นวงปีชัดเจนและลายเส้นวงปีนี้จะบอกถึงอายุของต้นสักนั้นๆ โดยความโต 1 วง จะใช้เวลา 1 ปี

2.ลักษณะของดิน

ดินที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของไม้สักได้ดีที่สุด มักเป็นดินที่มีการระบายน้ำอย่ างดี ไม่แน่นมาก ดินค่อนข้างลึกถึงลึกมาก ดินร่วนปนทรายซึ่งเกิดจากหินปูน สำหรับดินที่ไม่เหมาะสมกับ ไม้สัก คือ ดินเหนียว ดินลูกรัง และดินทราย

ปัจจัยควบคุมการเจริญเติบโตของไม้สัก สรุปได้ดังนี้

1.ไม้สักในพื้นที่ชุ่มชื้นจะเจริญเติบโตดีกว่าในพื้นที่แห้งแล้ง ความชื้นหรือปริมาณน้ำฝนที่พอเหมาะแก่การเจริญเติบโตของไม้สักอยู่ระหว่าง 1,250-2,500 มิลลิเมตรต่อปี มีช่วงฤดูแล้งที่ชัดเจน 3-5 เดือน จึงจะทำให้ไม้สักเจริญเติบโตได้เ นื้ อไม้ที่มีคุณภาพดี

2.อุณหภูมิที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตและการพัฒนาของไม้สักอยู่ระหว่าง 27-36 ° C ในเวลากลางวัน และ 20-30 ° C ในเวลากลางคืน

3.ไม้สักเป็นไม้ที่ชอบแสงสว่าง ความเข้มของแสงสว่างที่เหมาะสม คือ 75-95% ของปริมาณ แสงกลางวันที่ได้รับเต็มที่

4.ดินที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของไม้สักได้ดีที่สุด มักเป็นดินที่มีการระบายน้ำอย่ างดีไม่แน่นมาก ดินค่อนข้างลึกถึงลึกมาก ดินร่วนปนทรายซึ่งเป็นดินที่เกิดจากหินปูน สำหรับดินไม่เหมาะสมกับไม้สัก คือดินเหนียว ดินลูกรังและดินทราย

การเตรียมกล้าปลูก

ในการปลูกสร้างส่วนป่าไม้สัก ต้องจัดหาเ ม ล็ ดสักมาเพาะหว่านในแปลงเพาะซึ่งมีขนาดกว้าง 1 เมตร ย าว 1 เมตร ใช้เ ม ล็ ดสักประมาณ 1 ลิตร(1 ลิตรมีเ ม ล็ ดสักประมาณ 500 เ ม ล็ ด) หว่านลงในพื้นที่แปลงเพาะ 1 ตารางเมตร แล้วปล่อยให้เ ม ล็ ด ที่เพาะงอกเป็นกล้าไม้

และเจริญเติบโตเป็นเวลาประมาณ 1 ปี จึงถอนขึ้นมาตัดแต่งให้เป็นเหง้า โดยตัดส่วนของลำต้นออกให้เหลือ ตา 1-2 คู่ ย าวประมาณ 1-2 เซนติเมตร

แล้วตัดรากแขนงและปลายรากแก้วของกล้าสักออกเหลือแต่ส่วนของรากแก้วย าวประมาณ 10- 15 เซนติเมตร ซึ่งมีลักษณะคล้ายหัวแครอทหรือหัวผักกาดขาวที่มีปลายเรียวในทาง การป่าไม้เรียกว่าเหง้าสักแล้วจึงนำไปปลูกในพื้นที่ที่ได้เตรียมไว้

การปลูก

การปลูกสักเริ่มในต้นฤดูฝนหรือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน การปลูกสักทำได้ง่ายมาก โดยใช้เหล็กชะแลงกระทุ้งดิน ให้เป็นรูลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตรตามขนาดความย าวของเหง้าสัก นำเหง้าสักที่เตรียมเสียบลงไปจนเกือบมิด โดยโผล่ส่วนของคอราก ขึ้นมากประมาณ 1-2 เซนติเมตร

แล้วใช้ทะแลงอัดดินด้านข้างรูปลูกให้แน่นไม่ให้มีช่องว่างระหว่างดินในรูปลูกและเหง้าสักที่ปลูก การปลูก สักด้วยวิธีนี้คนงานที่มีความชำนาญคนหนึ่งๆ สามารถ ปลูกได้ถึง 500 เหง้าต่อวันและเหง้าสักมีโอกาสรอดสูงถึงร้อยละ 75-90 การปลูกซ่อมนั้นจะกระทำกันภายใน 2 สัปดาห์หลังจากการปลูก

และปลูกซ่อมให้ เสร็จสิ้น ก่อนฝนหมดซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงมิถุนายน การปลูกซ่อมจำเป็นต้องเข้มงวดกวดขันกับการปลูกทุกขั้นตอนนับตั้งแต่การคัดเหง้าหรือกล้าไม้ที่ปลูก ความสามารถและความชำนาญของผู้ปลูก สภาพดินฟ้าอากาศ และการขนส่งกล้าไม้หรือเหง้าไม้สัก

การปลูกด้วยเหง้าจะเป็นวิธีจะทำให้ต้นไม้มีความเจริญเติบโตดีกว่าปลูกทั้งต้นหรือปลูกโดยตรง ในตอนที่มันได้เก็บพลังของความเจริญเอาไว้

ในเหง้ามากที่สุด ในขณะนั้นผลดีอย่ างอื่นก็คือเป็นการปลูกที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมาก เพราะเก็บรักษาได้มาก ขนส่งสะดวก ปลุกได้ง่าย จะมีข้อเสียอยู่ที่จะต้องขุดหรือถอนเสร็จแล้วจะต้องมีการแต่งเหง้า ซึ่งทั้ง 2 อย่ างน้ำทำให้ต้นไม้บอบช้ำไป ไม่มากก็น้อยทั้งนี้แล้วแต่ความประณีตและเครื่องมือที่ใช้

และปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง คือการไม่ดูแลรักษาเหง้า ในระหว่างการถอน และการนส่งเหง้า ปล่อยให้ตากแดดตลอดเวลาทำการตั้งแต่ ถอน ขนย้ าย ตกแต่งและปลูกเป็นวัน ๆ การปล่อยเหง้าถูกแดดถูกลมย่อม ทำล า ยเ ซ ลล์ของเหง้า สาเหตุอาจทำให้เหง้าไม้โตได้

การบำรุงรักษา

สวนสักช่วงปีแรกๆ อายุ 1 ปี จะต้องทำการบำรุงเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตและมีต้นสักขึ้นเต็มตามจำนวนที่ปลูกให้มากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้เพราะจะเป็นทางทำให้การบำรุงรักษาสวนป่าในปีต่อๆ ไป จัดทำง่ายและเสียค่าใช้จ่ายน้อย ซึ่งได้แก่ การกำจัดวั ช พื ช การปลูกพืชคลุมดิน การปลูกซ่อม

การป้องกันโ s คและแ ม ล ง

การป้องกันสัตว์เลี้ยง และการป้องกันไฟ ในพื้นที่ปลูกสร้างสวนสัก ซึ่งเป็นการป้องกันอั u ต s า ยต่างๆ ที่เกิดกับปลูกไม้ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการตั้งตัวและถูกบดบัง แสงสว่างด้วย การเจริญเติบโตระยะแรกจึงเป็นไปอย่ างรวดเร็วในสภาพที่เหมาะสมและอาจมีความสูง 3 ถึง 4 เมตรในระยะเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น

แหล่งที่มา http://www.dnp.go.th/MFCD3/interesttrees.htm#sak

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here