การเร่ง มะม่วงออกดอกย าก ให้ติดดอกไวทันใจ ไม่ร่วง แตกช่อเยอะ

0
494

การผลิตมะม่วงในปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้วิชาการต่างๆ เข้าช่วย เพื่อควบคุมการเติบโตของมะม่วงให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ เรื่องการออกดอกติดผลของมะม่วงในอดีตเป็นปัญหาสำคัญซึ่งทำให้การผลิตมะม่วงไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร แต่ขณะนี้เราสามารถบังคับให้มะม่วงมีการออกดอกได้อย่ างเป็นที่น่าพอใจ โดยการใช้สารบางประเภท ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเกษตร และยังเป็นแนวทางในการผลิตพืชนอกฤดชนิดอื่นอีกต่อไป

การออกดอกของมะม่วงนั้น มีหลักการอยู่ที่ว่า ต้นต้องมีความสมบูรณ์ และมีระดับฮ อ ร์ โ ม นภายในอย่ างเหมาะสม ซึ่งในบรรดาฮ อ ร์โ ม นทั้งหลายนั้น พบว่าจิบเบอเรลลิน (gibberellins) มีความสำคัญอย่ างมากต่อการออกดอกของมะม่วงจิบเบอเรลลิน เป็นฮ อ ร์ โ ม นที่พืชสร้างขึ้นเอง

และมีผลกระตุ้นการยืดตัวของเ ซ ล ล์ จึงทำให้กิ่งก้านยืดย า วออก แต่ที่สำคัญคือ จิบเบอเรลลินเป็นฮ อ ร์โ ม นที่เร่งการเติบโตทางด้าน กิ่งใบ และยับยั้งการออกดอก ดังนั้นสภาพใดก็ตามที่ทำให้มีจิบเบอเรลลินภายในต้นมาก ก็จะทำให้เกิดการเติบโตแต่ทางด้านกิ่งใบเพียงอย่ างเดียวโดยไม่ออกดอก เช่น ในสภาพที่ดินชื้นหรือมีนํ้ามากเกินไป มีปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป

แต่ในทางตรงกันข้าม คือถ้าในสภาพดินแห้ง มีไนโตรเจนน้อย หรือกระทบอากาศเย็นเป็นระยะเวลานานพอสมควร จะทำให้จิบเบอเรลลินลดน้อยลง ผลที่ตามมาก็คือ การเจริญทางด้านกิ่งใบหยุดชะงักลง และมีการสร้างตาดอกขึ้น มาแทน จากหลักการข้อนี้จึงอาจใช้เป็นหลักในการควบคุมการออกดอกของมะม่วงได้ โดยหาทางลดปริมาณจิบเบอเรลลินลง เพื่อให้มีโอกาสสร้างตาดอกได้มากขึ้น

สารพาโ ค ลบิ ว ทร าโ ซ ล(แพกโคลบิวทราซอล) เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตชนิดหนึ่ง ซึ่งถ้าใช้อย่ างไม่ถูกต้องอาจไม่ได้ผลตามคุณสมบัติที่สารนั้นมีอยู่ และอาจเกิดผลเสียแก่ ต้นพืชได้ จากการวิจัยเป็นเวลากว่า 2 ปี พอได้ข้อสรุปที่จะแนะนำวิธีการใช้ได้ดังนี้

1.ต้นมะม่วงที่จะใช้สารต้องมีความอุดมสมบูรณ์สูงและควรมีการแตกใบอ่อนมาแล้วอย่ างน้อย 2 ชุด ภายหลังจากเก็บผลไปแล้ว

2.ระยะเวลาที่เหมาะต่อการให้สารคือ ในช่วงที่ใบยังอยู่ในระยะใบอ่อนหรือใบพวง

3.วิธีการให้สารที่เหมาะสมที่สุด คือ การรดลงดิน เนื่องจากสารนี้ดูดซึมได้ดีทางราก

4.ดินควรมีความชื้นพอสมควรในขณะให้สารและควรรดนํ้าตามภายหลังการให้สารเพื่อให้ต้นมะม่วงดูดสารเข้าไปได้มากที่สุด

5.ภายหลังการให้สารแล้วประมาณ 2 เดือนครึ่ง มะม่วงจะเริ่มออกดอกได้ โดยเฉพาะอย่ างยิ่งพั น ธุ์ที่ออกดอกง่าย เช่น นํ้าดอกไม้ ฟ้าลั่น เจ้าคุณทิพย์ ศาลาย า หนองแซง แต่บางกรณีต้นมะม่วงมีการพักตัวนานเกินไป และไม่ออกดอกภายใน 2 เดือนครึ่ง

ก็อาจใช้สารกระตุ้นการแตกตา เช่น โปแตสเซียมไนเตรท 2.5% (ใช้สาร 500 กรัมผสมน้ำ 20 ลิตร) ซึ่งจะทำให้เกิดการออกดอกได้พร้อมกันทั้งต้นภายใน 2 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นพั น ธุ์ที่ออกดอกย ากและไม่ค่อยตอบสนองต่อโปแตสเซียมไนเตรท เช่น พั น ธุ์เขียวเสวย อกร่อง แรด ก็อาจใช้ไทโอยู เ sี ย 0.5℅ (ใช้สาร 100 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร) พ่นให้ทั่วต้นแทน

โปแตสเซียมไนเตรท การใช้โปแตสเซียมไนเตรท หรือไทโอยู เ sี ยจะทำให้การ ออกดอกเป็นไปอย่ างสมํ่าเสมอทั้งต้น ทำให้สะดวกต่อการดูแลรักษา

6. อัตราการใช้สารพาโ ค ล บิ วท ร าโ ซ ล เปลี่ยนแปลงไปตามขนาดและอายุของต้น ดังนี้

ยกตัวอย่ าง เช่น ถ้าต้องการบังคับให้มะม่วงออกดอกและเก็บเกี่ยวในช่วงเทศกาล เช่น วันขึ้นปีใหม่ (25-31 ธันวาคม) จะต้องนับวันย้อนหลังขึ้นไปเป็นขั้นตอน ก็จะสามารถกำหนดวันที่ให้สารพาโ ค ล บิ วท ร าโ ซ ล(แพกโคลบิวทราซอล) โปแตสเซียมไนเตรทได้ดังนี้

แหล่งที่มา https://www.thaikasetsart.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here