5 วิธี การปลูกดาวเรือง ให้ดอกใหญ่

0
316

ดาวเรือง เป็นไม้ดอกที่คนไทยนิยมปลูกกันมาก สามารถปลูกได้ตลอดปี และปลูกได้ทุกจังหวัดในประเทศไทย ทำให้ ดาวเรืองเป็นไม้ตัดดอกที่ทำรายได้ให้กับผู้ปลูกสูงค่อนข้างสูง ในปัจจุบันการปลูกดาวเรืองนอกจากปลูกเพื่อตัดดอกขายแล้ว ยังนิยมปลูกในกระถางหรือถุงพลาสติก

เพื่อประดับตกแต่งอาคารสถานที่และปลูกเพื่อตัดดอกส่งโรงงาน เเต่ปัญหาสำคัญของผู้ปลูกดาวเรืองในช่วงฤดูร้อน คือ ปัญหาโ s คเเละเเ ม ล งที่มีกาs ะ บ า ดมาก ส่งผลผลให้ผลผลิต เสียหาย รวมทั้งเกษตรกรจะต้องเเบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงมากขึ้น

เนื่องจากการใช้สารกำจัดศั ต รู พื ช ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่มีการใช้สารในแปลงปลูกมากขึ้นเพื่อช่วยลดการใช้สารกำจัดศั ต รูพืช วันนี้มีเคล็ดลับดีๆที่เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจปลูกดาวเรืองตัดดอก สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการแปลงปลูกได้อย่ างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีในช่วงการปลูกในช่วงหน้าร้อนนี้

1.การเตรียมดิน

เริ่มเตรียมดินในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ใช้รถไถยกร่อง สำหรับพื้นที่ในการปลูก และใช้โรตารี่ปั้นดินให้ละเอียดเพื่อปรับสภาพดินก่อนปลูกรวมทั้งใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 รองพื้นก่อนปลูก อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่ เเละนําปูนขาวโรยบริเวณหน้าร่อง หากพื้นที่ที่เราจะปลูกเคยมีโ s คเเละเเ ม ล งควรทำการพักดินบริเวณนั้นก่อนโดยใช้วิธีการ ปลูกพืชแบบหมุนเวียน”เเละใช้ “วิธีทยอยปลูก”

จะทำให้สามารถลดปัญหาการเกิดโ s คเเละเเ ม ล งลงได้เเละหลีกเลี่ยงการปลูกดาวเรืองในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ พื้นที่ที่อยู่ติดกับพืช เช่น ชนิดอื่น ๆ เช่น อ้อย ข้าวโพด เนื่องจากพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าวเสี่ยงต่อการพบโ s คและแ ม ล ง รวมถึงการฉีดพ่นสารกำจัดวั ช พื ชจากแปลงบริเวณข้างเคียงละอองสารเคมีอาจปลิวมาติดยังแปลงอาจสร้างความเสียหายให้กับต้นดาวเรืองที่ปลูกได้ แต่ถ้ากรณีที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรวางแผนช่วงเวลาปลูกดาวเรืองให้เหลื่อมกับพืชที่ปลูกข้างเคียงซึ่งจะช่วยลดความเสียหายได้มากขึ้น

2.การคัดเลือกพั น ธุ์

ใช้พั น ธุ์ที่ทนเเละปรับสภาพได้ดีในช่วงอากาศร้อน เช่น พั น ธุ์อัฟริกาน่า เยลโล่ พั น ธุ์คาน่าโกลด์ เนื่องจากเป็นพั น ธุ์ที่สามารถปรับตัวได้ดีในสภาพอากาศร้อน ดอกมีขนาดใหญ่ อีกทั้งเป็นพั น ธุ์ที่ตลาดต้องการ

3.การให้ปุ๋ยเเละน้ำผ่านระบบน้ำหยด

ดาวเรืองเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมากเหมือนการปลูกพืชชนิดอื่นๆ การให้น้ำต้นดาวเรืองผ่านระบบน้ำหยดช่วยประหยัดน้ำและแรงงานมากกว่าการให้น้ำแบบเดิม ถึงแม้การวางระบบน้ำหยดจะมีค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ท่อน้ำสายน้ำหยด ท่อ และปั้ม เพิ่มขึ้นมา แต่การใช้ระบบน้ำหยดคุ้มค่ากับการลงทุนเนื่องจากระบบน้ำหยดสามารถให้น้ำดาวเรืองได้ทั่วทุกต้นรวมทั้งสามารถใช้ร่วมกับวัสดุคลุมแปลงปลูก เช่น พลาสติกคลุมแปลง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานในการกำจัดวั ช พื ช

สำหรับต้นทุนในการวางระบบน้ำหยดและค่าพลาสติกคลุมแปลงนั้นโดยเฉลี่ยจะลงทุนครั้งละประมาณ 3,000-4,000 บาท/ไร่ ซึ่งสายน้ำหยดและพลาสติกคลุมแปลงสามารถนำมาหมุนเวียนใช้ได้ถึง 2 ครั้ง โดยกำหนดระยะปลูกขนาด 40×40 เซนติเมตร และก่อนย้ ายปลูกจะต้องให้น้ำลงในหลุมปลูกให้ชุ่มเพื่อไม่ให้ต้นกล้าเหี่ยวเฉาหลังจากการย้ายปลูกลงแปลงเเละความถี่ในการให้น้ำคือ 1 ครั้ง/วัน นานครั้งละ 20 นาที รวมทั้งใช้ปุ๋ยประเภทปุ๋ยเกล็ดละลายให้ควบคู่กับการให้น้ำผ่านระบบน้ำหยดด้วย

4. การป้องกันโ s คเเละเเ ม ล ง

ห มั่ นสำรวจแปลงปลูก โดยหมั่นกำจัดวั ช พื ชในเเปลงเพื่อไม่ให้เป็นสะสมของเ ชื้ อโ s คเเละเเหล่งอาศัยของเเมลง รวมทั้งฟังประกาศเเจ้งเตือนของโ s คเเละเเ ม ล งจากกรมวิชาการเกษตรอย่ างใกล้ชิด เพื่อช่วยในการวางเเผนสำหรับการฉีดพ่นสารชี วภัณฑ์ หรือสารกำจัดศั ต รูพื ชได้อย่ างเหมาะสม อีกเทคนิคที่จะช่วยให้ได้ดาวเรืองที่ดีมีคุณภาพนั้น คือการฉีดพ่นผลิตภัณฑ์ให้ถูกช่วงเวลา เช่น ฉีดย าป้องกันเพลี้ยไฟให้ถูกช่วง จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในแปลงปลูกได้มากขึ้น

5. การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับพืช

ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ อัตรา 2 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นทางใบทุก 7-10 วัน เพื่อช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต ทำให้ ต้น ใบ ดอก สมบูรณ์ เเละส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพืชทำให้พืชทนต่อสภาวะเเวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น อากาศร้อนจัด ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

แหล่งที่มา หนังสือวารสารเคหเกษตร ฉบับเดือน พฤษภาคม 2562,https://www.gib.co.th

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here