ปลูกอินทผาลัม เล่นๆ รับเงินเป็นแสน พร้อมวิธีปลูกและการดูแล

0
1806

อินทผลัมเป็นพืชที่ต้องการน้ำมากในการให้ผลผลิตที่ดี ดังนั้นจึงต้องมีการให้น้ำในช่วงฤดูแล้งและฤดูหนาวด้วย สำหรับดินที่เหมาะสมคือดินร่วนปนทรายที่อุดมสมบูรณ์ มีระบบระบายน้ำที่ดีและมีอากาศถายเทได้สะดวก
อินทผลัมเป็นไม้ผลเมืองร้อนที่ปลูกกันมากในประเทศแถบตะวันออกกลางที่มีสภาพภูมิอากาศแบบทะเลทราย

ซึ่งมีสภาพอากาศร้อนและแทบไม่มีฝนตก อินทผลัมจึงมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้งได้เป็นอ ย่ างดี ทำให้คนไทยส่วนมากเข้าใจว่าอินทผลัมเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว อินทผลัมเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก โดยมีความต้องการน้ำถึงปีละ 2,000 – 2,500 มม. (ประเทศไทยมีฝนตกปีละ 1,000 – 1,600 มม.) ดังนั้นถ้าหากเราต้องการอินทผลัมที่มีคุณภาพ จะต้องมีการดูแลรักษาที่ดี และต้องมีการให้น้ำอ ย่ า งสม่ำเสมอในช่วงหน้าแล้งด้วย

การข ย า ยพั น ธุ์

การข ย า ยพั น ธุ์อินทผลัมสามารถทำได้ 3 วิธี คือ เพาะจากเ ม ล็ ด แยกหน่อจากต้นแม่ และการเพาะเลี้ยงเ นื้ อเ ยื่ อ

ระยะห่างในการปลูก

ระยะห่างสำหรับการปลูกอินทผลัมที่แนะนำคือ 8×8 เมตร หรือ 8×10 เมตร หรือ 10×10 เมตร เนื่องจากอินทผลัมเมื่อโตเต็มที่จะมีทางใบกว้างมาก รวมทั้งมีระบบรากที่ลึกและข ย า ยออกกว้างมาก รวมทั้งเพื่อให้อินทผลัมได้รับแสงแดดและลมเต็มที่ โดยหากเลือกปลูกระยะห่าง 8×8 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะสามารถปลูกได้ 25 ต้น แต่สำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อยอาจจะปลูกระยะชิดกว่านี้ แต่ไม่ควรน้อยกว่า 7 เมตร หากระยะปลูกน้อยกว่านี้เมื่ออินทผลัมเติบโตเต็มที่จะเข้าไปบริหารจัดการจะลำบาก เนื่องจากอินทผลัมเป็นพืชที่อายุยืนย า วมากกว่า 100 ปี โดยจะให้ผลผลิตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 8 ปี และสามารถจะให้ผลผลิตได้เต็มที่ถึงต้นละมากกว่า 200 กิโลกรัมต่อปี โดยให้ผลผลิตต่อเนื่องไปจนอายุประมาณ 50-60 ปีจึงจะเริ่มให้ผลผลิตลดลง ดังนั้นการวางแผนระยะห่างสำหรับการปลูกจึงต้องพิจารณาให้ดี

ขนาดหลุมปลูก

ขนาดหลุมที่ขุดสำหรับปลูกที่แนะนำคือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร ลึกประมาณ 80 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก แล้วนำดินที่ขุดขึ้นมา 3 ส่วนผสมกับป๋ยคอก 1 ส่วน ถมกลับลงไปในหลุมจนเต็ม แล้วจึงขุดหลุมที่ถมกลับไปออกให้มีขนาดเท่าถุงดำหรือกระถางที่เพาะเลี้ยงต้นกล้า จากนั้นจึงนำต้นกล้าออกจากถุงดำไปปลูกในหลุม กลบดินคืนให้แน่นแล้วรดน้ำให้ชุ่ม การขุดหลุมขนาดใหญ่และการเตรียมหลุมปลูกที่ดี จะทำให้อินทผลัมเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ติดตั้งระบบการให้น้ำในสวนได้ ก็สามารถที่จะปลูกอินทผลัมได้ทุกฤดูกาล ทั้งนี้ต้นกล้าที่จะนำมาปลูกไม่ว่าจะเป็นต้นกล้าที่เพาะจากเ ม ล็ ดหรือต้นกล้าที่เพาะเลี้ยงเ นื้ อเ ยื่ อมาควรจะอนุบาลไว้ในเรือนเพาะชำจนโตขนาดออกใบขนนก 3 – 4 ใบก่อน จะทำให้อัตราการรอดสูงเกือบ 100% สำหรับต้นกล้าที่เป็นหน่อที่แยกมาจากต้นแม่ ต้องเป็นหน่อที่มีอายุไม่น้อยกว่า 2 – 3 ปีมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 – 35 เซ็นติเมตรน้ำหนักประมาณ 10 – 25 กิโลกรัม ให้ใส่สารกันเ ชื้ อราเดือนละ 2 ครั้งและเพาะเลี้ยงอนุบาลไว้ในเรือนเพาะชำประมาณ 1-2 ปีให้แข็งแรงก่อนจึงจะนำมาลงแปลงปลูกได้

การให้น้ำ

ควรให้น้ำทุกๆวันในฤดูร้อนหรืออ ย่ า งน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และรดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้งในฤดูหนาว หรืออย่ างน้อยสัปดาห์ละครั้ง จะทำให้อินทผลัมเติมโตได้ดี และให้ผลผลิตที่ดี หากเราปลูกต้นกล้าที่ออกใบขนนกแล้ว 3-4 ใบ ลงในแปลงช่วงต้นฤดูฝน เมื่อได้รับน้ำฝนมาหนึ่งฤดูแล้ว ไม่ได้รดน้ำในช่วงหน้าแล้ง อินทผลัมส่วนใหญ่จะสามารถทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ตลอดช่วงหน้าแล้ง แต่จะเจริญเติบโตช้ามาก

การกำจัดวั ช พื ช

ในช่วงฤดูฝนวั ช พื ช จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมากจนปกคลุมต้นกล้าและแ ย่ งอาหาร ทำให้อินทผลัมเจริญเติบโตได้ช้า จึงต้องหมั่นกำจัดวั ช พื ชไม่ให้ขึ้นปกคลุม และคอยดูแลบริเวณโคนต้นให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันศั ต รูพืชและแ ม ล งต่างๆมารบกวน

การใส่ปุ๋ย

ให้ใส่ปุ๋ยคอกปีละ 2 ครั้ง ช่วงเดือนตุลาคม และพฤษภาคมโดยการพรวนดินให้ปุ๋ยคอกผสมเข้ากันดี

การตัดแต่งใบ

ใบอินทผลัมที่แก่แล้วให้ตัดทิ้ง โดยในต้นเล็กอาจจะใช้กรรไกรตัดแต่งใบ ต้นที่โตขึ้นมาอาจจะใช้เคียวในการตัดแต่งใบ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ใบแก่เหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยของแ ม ล ง และยังทำให้ทรงพุ่มดูสะอาดสวยงาม สำหรับใบที่ยังไม่แก่ ให้ตัดหนามบริเวณโคนใบทิ้งในขณะทำงานและเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณโคนใบอินทผลัมจะมีหนามที่แข็งและย า วมาก

การผสมเกสร

อินทผลัมจะออกดอกเป็นจั่นโดยลักษณะดอกเกสรตั ว ผู้จะมีสีขาว กลีบดอกเป็นแฉกๆ คล้ายหางกระรอก สำหรับอินทผลัมต้นตัวเ มี ยจะออกดอกเป็นจั่น เหมือนกับอินทผลัมต้นตั ว ผู้ แต่ดอกของต้นตัวเ มี ยจะมีลักษณะเป็นเ ม ล็ด กลมๆ เป็นช่อสีเขียวอ่อน

เห็นกลีบดอกสีขาวเป็นแฉกๆ ให้นำถุงพลาสติกมาคลุมแล้วผูกปากถุงไว้ จากนั้นตัดช่อดอกออกมาแล้วนำมาเข ย่ าจะได้ละอองเกสรตกออกมา ให้นำละอองเกสรมาใส่ถุงไว้ ไล่อากาศออกปิดปากถุงให้สนิทแล้วนำไปเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นช่องปกติ ซึ่งเราสามารถเก็บรักษาเกสรไว้ได้นานเป็นปี เพื่อรอผสมเกสรให้กับต้นตั วเ มี ย

เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการผสมเกสรคือช่วงเช้า โดยนำเกสรตัว ผู้ที่เก็บไว้บางส่วนมาใส่ถุงพลาสติก เขย่ าถุงให้ละอองเกสรฟุ้งกระจายในถุง จากนั้นนำไปครอบดอกตัว เ มี ย แล้วเขย่ าให้ละอองเกสรผสมกันโดยควรผสมซ้ำอีก 1 ครั้งในวันต่อมา และถ้าหากเกิดฝนตกหลังจากผสมเกสรไปแล้ว 4-6 ชั่วโมง ต้องทำการผสมเกสรใหม่ เพราะน้ำฝนจะชะละอองเกสรตั ว ผู้ออกไป ซึ่งอาจจะทำให้ติดผลไม่ดีเท่าที่ควร

การตัดแต่งช่อผล

เราจะต้องทำการปลิดผลอินทผลัมบางส่วนในขณะที่ผลยังเล็กอยู่ออกบ้าง เพื่อให้ผลอินทผลัมที่เหลืออยู่มีขนาดใหญ่ มีคุณภาพดี สุกเร็ว มีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยให้มีผลอินทผลัมเหลืออยู่ในแต่ละก้านประมาณ 20 – 25 ผล และมีอยู่ 45 – 50 ก้านใน 1 ช่อ การปล่อยให้แต่ละช่อมีจำนวนก้านและติดผลดกมากจนเกินไป จะทำให้ผลที่ได้มีขนาดเล็กและมีผลบางส่วนไม่สมบูรณ์

การกำจัดศั ต รูพืช

ในช่วงปลายฤดูฝนจะมีศั ต รูพืชลักษณะเป็นเม็ดเล็กมาจับที่ใบอินทผลัม ส่วนมากจะอยู่บริเวณด้านหลังใบและจะแพร่ข ย ายออกไปทำให้ใบแห้ง เรียกว่าโ ร คใบจุด ให้รีบตัดใบนั้นทิ้งก่อนแพร่กระจายออกไป

แหล่งที่มา http://datepalm.in.th/about-date/id-2.html

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here