การทำนาหว่าน อ ย่ างไร ให้ข้าวงอกเกือบ 100 %

0
478

เป็นการปลูกข้าวโดยการหว่านเ ม ล็ ดลงไปในนาที่เตรียมพื้นที่ไว้แล้วโดยตรง เป็นวิธีการที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากประหยัดแรงงานและเวลา

การทำนาหว่าน แบ่งเป็น 2 วิธี คือ

1. นาหว่านข้าวแห้ง

เป็นการหว่านเ ม ล็ ดข้าวเพื่อคอยฝน และมีชื่อเรียกปลีกย่อยไปตามวิธีปฏิบัติ คือการหว่านสำรวย เป็นการหว่านในสภาพดินแห้ง เนื่องจากฝนยังไม่ตก โดยหลังจากการไถแปรครั้งสุดท้ายแล้วหว่านเ ม ล็ ดข้าวลงไปโดยไม่ต้องคราดกลบ เ ม ล็ ดจะตกลงไปอยู่ในระหว่างก้อนดิน เมื่อฝนตกลงมาข้าวจะงอกขึ้นมา เป็นต้น การหว่านหลังไถ เป็นการหว่านในสภาพที่มีฝนตกลงมา และน้ำเริ่มจะขั งในกระทงนา เมื่อไถแปรแล้วก็หว่านเ ม ล็ ดพั น ธุ์ข้าวตามหลัง แล้วคราดกลบทันที

2. นาหว่านข้าวงอก

หว่านน้ำตมหรือหว่านเพาะเลย โดยการนำเอาเ ม ล็ ดพั น ธุ์ข้าวที่ถูกเพาะให้งอก มีขนาดตุ่มตา (มีรากงอกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร) แล้วจึงหว่านลงในกระทงนา ซึ่งมีการเตรียมดินจนเป็นเทือก แยกเป็น การหว่านหนีน้ำ ทำในนาน้ำฝน เนื่องจากการหว่านข้าวแห้งหรือทำการตกกล้าไม่ทัน เมื่อฝนมามาก หลังจากเตรียมดินเป็นเทือกดีแล้ว ก็หว่านข้าวที่เพาะจนงอก ลงไปในกระทงนาที่มีน้ำขังอยู่มากจึงเรียกว่า นาหว่านน้ำตม นาชลประทานหรือนาในเขตที่มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ การทำนาในสภาพนี้มักจะให้ผลผลิตสูง หลังจากเตรียมดินเป็นเทือกดีแล้วระบายน้ำออกหรือให้เหลือน้ำขั งบนผืนนาน้อยที่สุด นำเ ม ล็ ดพั น ธุ์ข้าวที่งอกขนาด ตุ่มตาหวานลงไป แล้วคอยดูแลควบคุมการให้น้ำ มักจะเรียกการทำนาแบบนี้ว่าการทำนาน้ำตมแผนใหม่

การเตรียมเ ม ล็ ดพั น ธุ์

1.ตรวจความบริสุทธิ์ของเ ม ล็ ดพั น ธุ์ พิจารณาว่ามีข้าวพั น ธุ์อื่นหรือวั ช พื ชปนหรือไม่

2.การทดสอบความงอก โดยการนำเ ม ล็ ดข้าว จำนวน 100 เ ม ล็ ด มาเพาะเพื่อดูเปอร์เซ็นต์ ความงอก อาจทำ 3-4 ซ้ำเพื่อความแน่นอน เมื่อรู้ว่าเ ม ล็ ดงอกกี่เปอร์เซ็นต์จะได้ปริมาณพั น ธุ์ข้าวที่ใช้ได้ถูกต้อง

3.คัดเ ม ล็ ดพั น ธุ์ให้ได้เมล็ดที่แข็งแรง มีน้ำหนักเ ม ล็ ดดีที่เรียกว่าข้าวเต็มเ ม ล็ ด จะได้ต้นข้าวที่เจริญเติบโตแข็งแรง

อัตราเ ม ล็ ดพั น ธุ์

ที่ใช้ในการทำนาหว่านน้ำตม ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ กล่าวคือถ้ามีการเตรียมดินไว้ดี มีเทือกอ่อนนุ่ม พื้นดินปรับได้ระดับ เ ม ล็ ดที่ใช้เพียง 7-8 กิโลกรัมหรือ 1 ถังต่อไร่ ก็เพียงพอที่จะทำให้ได้ผลผลิตสูง แต่ถ้าพื้นที่ปรับได้ไม่ดี การระบายน้ำทำได้ย า ก รวมถึงอาจมีการทำ ล า ยของนก ห นู หลังจากหว่าน เ ม ล็ ดที่ใช้หว่านควรมากขึ้น เพื่อชดเชยการสู ญเ สี ย ดังนั้นเ ม ล็ ดที่ใช้ควรเป็นไร่ละ 15-20 กิโลกรัม

การหว่าน

ควรหว่านให้สม่ำเสมอทั่วแปลง ข้าวจะได้รับธาตุอาหาร แสงแดด และเจริญเติบโตสม่ำเสมอกัน ทำให้ได้ผลผลิตสูง โดยเดินหว่านในร่องแคบๆ ที่ทำไว้ เ ม ล็ ดพั นธุ์ที่ใช้หว่านแต่ละแปลงย่อย ควรแบ่งออกเป็นส่วนๆ ตามขนาดและจำนวนแปลงย่อย เพื่อเ ม ล็ ดข้าวที่หว่านลงไปจะได้สม่ำเสมอทั่วทั้งแปลง ในนาที่เป็นดินทรายมีตะกอนน้อยหลังจากทำเทือกแล้วควรหว่านทันที กั กน้ำไว้หนึ่งคืนแล้วจึงระบายออก จะทำให้ข้าวงอกและจับดินดียิ่งขึ้น

การดูแลรักษา การทำนาหว่านน้ำตม จะต้องมีการดูแลให้ต้นข้าวงอกดีโดยพิจารณาถึง

1. พั น ธุ์ข้าว

ข้าวนาปีซึ่งมีลำต้นสูง ควรจะทำการหว่านข้าวให้ล่า ให้อายุข้าวจากหว่านถึงออกดอกประมาณ 70-80 วัน เนื่องจากความย า วแสงจะลดลง จะทำให้ต้นข้าวเตี้ยลง เนื่องจากถูกจำกัดเวลาในการเจริญเติบโตทางต้นและทางใบ ทำให้ต้นข้าวแข็งขึ้นและไม่ล้มง่าย สำหรับข้าวที่ไม่ไวแสงหรือข้าวนาปรังไม่มีปัญหา เพียงแต่กะระยะให้เก็บเกี่ยวในระยะฝนทิ้งช่วงหรือหมดฝนหรือห ลี กเ ลี่ ย งไม่ให้ข้าวบางพั น ธุ์ เช่น ปทุมธานี 1 ออกดอกในฤดูหนาวเป็นต้น

2. ระดับน้ำ

การจะผลผลิตข้าวให้ได้ผลผลิตสูงการควบคุมระดับน้ำเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มหว่านจนข้าวแตกกอ ระดับน้ำไม่ควรเกิน 5 เซนติเมตร เมื่อข้าวแตกกอเต็มที่ ระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องสูบน้ำบ่อยๆ แต่ไม่ควรเกิน 10 เซนติเมตร เพราะถ้าระดับน้ำสูงจะทำให้ต้นข้าวที่แตกกอเต็มที่แล้ว เพิ่มความสูงของต้นและความย าวของใบ โดยไม่ได้ประโยชน์อะไร เป็นเหตุให้ต้นข้าวล้ม

แหล่งที่มา http://www.ktkrating.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here