ผักหวานป่า กับผักหวานบ้าน ต่างกันอ ย่ า งไรพร้อมขั้นตอนการปลูก

0
1994

ผักหวานป่ากับผักหวานบ้านแตกต่างกันอย่ างไร

นอกจากนี้แล้วยังมี ผักหวานป่า ซึ่งเป็นผักหวานคนละชนิดกับผักหวานบ้าน แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนกัน รวมถึงสรรพคุณก็ไม่ได้ต่างกันเลย ทว่าอาจหากินได้ค่อนข้างย ากเนื่องจากเป็นผักที่ให้ผลผลิตในบางช่วงฤดูกาลเท่านั้นและส่วนใหญ่จะเก็บมาจากป่า โดยลักษณะของผักหวานป่าคือเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบอ่อนรูปร่างรีปลายแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่สีเขียวเข้ม ก้านใบสั้น ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียว ผลเดี่ยวติดกันเป็นพวง ผลอ่อนสีเขียวมีนวลเคลือบ และส่วนที่นิยมนำมาปรุงอาหารคือยอดและใบอ่อน

ส่วนลักษณะของผักหวานบ้านคือ เป็นผักพื้นเมืองที่เป็นพุ่มขนาดกลาง ลำต้นแข็งแตกกิ่งก้านโน้มลงพื้น ใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ปลายและโคนใบแหลม ผิวใบสีเขียวเกลี้ยง ก้านใบสั้น ดอกออกเป็นกลุ่มสีแดงเข้มหรือสีม่วงแดง ผลรูปร่างคล้ายมะยม เรียงกันอยู่ใต้ใบ มี 3 พู สีขาวนวลหรือสีชมพูเล็กน้อย

สำหรับผักหวานบ้านนั้นจะพบได้ง่ายกว่าผักหวานป่า เพราะมีทั้งในป่าธรรมชาติหรือตามสวนตามไร่ และยังนิยมปลูกไว้กินกันอย่ างแ พ ร่หลาย เจริญเติบโตได้ดีในที่ลุ่มต่ำมีความชื้น

ไม่ชอบน้ำขั ง แต่ชอบแดด วิธีการปลูกก็ง่ายเพียงนำกิ่งแก่มาปักชำหรือการเพาะเ ม ล็ ด แล้วใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก รดน้ำเช้าเย็นก็จะแตกยอดมาให้ได้กินกันแล้ว แถมยังได้ประโยชน์ในการช่วยตกแต่งบริเวณบ้านให้ร่มรื่น หากปลูกริมรั้วก็ใช้เป็นรั้วบ้านได้อีกด้วย

โดยธรรมชาติแล้ว ต้นผักหวานป่ามักพบเห็นได้ตามป่าเบญจพรรณที่มีไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด หากเรานำมาปลูกในพื้นที่เรือกสวนไร่นาจำเป็นต้องสร้างบรรย ากาศภายในสวนให้มีร่มเงาเหมือนป่าตามธรรมชาติ โดยปลูกผักหวานป่าแซมกับไม้ผลไม้ยืนต้น ประเภทต้นลำไย มะยงชิด ต้นหม่อน

เพื่อช่วยให้ต้นผักหวานป่าเจริญเติบโตเร็วและแตกยอดได้ดี ควรตัดยอดบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นให้ต้นผักหวานป่าแตกยอดใหม่ได้มากขึ้น เทคนิคนี้ได้ผลดีเมื่อทำกับต้นผักหวานป่าที่มีอายุมากแล้วเท่านั้น นอกจากนี้การขุดรากผักหวานป่าที่เป็นต้นแก่แล้วสามารถช่วยให้เกิดการแตกต้นใหม่ได้เช่นกัน สำหรับต้นผักหวานป่าที่ปลูกตามธรรมชาติ แค่ดูแลใส่ปุ๋ยคอก ใส่ปุ๋ยมูลไหมใต้ต้นผักหวานป่าก็ทำให้ต้นผักหวานในชุมชนแห่งนี้มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร คือมีลักษณะยอดใหญ่และอ่อน มีรสชาติหวาน มัน กรอบ

เทคนิคการปลูกผักหวานป่า สำหรับขั้นตอนการปลูกก็เริ่มจาก

1.รองก้นหลุมด้วยมูลวัว

2.ปลูกหลังจากเพาะกล้าเ ม ล็ ดได้สัก 1 เดือน

3.ขุดหลุมปลูกไม่ต้องให้ลึกมาก

4.ระยะปลูกที่แนะนำ 1×1 เมตร จะได้จำนวน 400 ต้น ต่อไร่ และระยะ 2×2 เมตร จะได้ 200 ต้น ต่อไร่

5.ต้นอ่อนต้องครอบด้วยกระถางหรือเข่งไม้ไผ่ ให้ต้นกล้าผักหวานป่าต้นอ่อนโดนแสงแดดน้อย เป็นเวลา 1 ปี

6.หลังปลูกเสร็จ ต้องให้น้ำประมาณ 1 เดือน ก่อนที่ฤดูฝนจะมาถึง ในฤดูกาลแตกยอดเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปี ในช่วงที่ต้องการให้ผักหวานป่าออกยอด ควรตัดแต่งกิ่ง ให้มูลวัว มูลไก่ ปีละ 2-3 ครั้งพ่นน้ำหมักชีวภาพหัวปลีฉีดพ่นยอดผักหวานป่า จะทำให้ยืดยาวได้น้ำหนัก

ช่วงที่เหมาะแก่การปลูกในพื้นที่ราบดอนประมาณเดือนเมษายนเดือนพฤษภาคม เมื่อได้รับน้ำสม่ำเสมอผักหวานป่าจะเจริญเติบโตเร็ว ถ้าพื้นที่ปลูกเป็นเนินเขา ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูก จะต้องปลูกประมาณเดือนมิถุนายน ซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน

แหล่งที่มา https://www.sanook.com,https://www.technologychaoban.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here