ปลูกกระเจี๊ยบเขียว ปลูกง่าย สร้างรายได้ดี

0
602

พั น ธุ์กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียว มีพั น ธุ์ต่างๆ มากมายซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งความสูงของต้น ความย า วของฝักและสีฝัก พั น ธุ์ พื้นเมืองเดิมจะมีเหลี่ยมบนฝักมากประมาณ 7-10 เหลี่ยม

พั น ธุ์ กระเจี๊ยบเขียวที่ใช้ปลูกเพื่อการส่งออกฝักสด และแช่แข็ง จะต้องเป็นพันธุ์ที่มีฝัก 5 เหลี่ยม สีฝักเขียวเข้ม มีเส้นใยน้อย ลำต้นเตี้ย ผิวฝักมีขนละเอียด

วิธีการปลูกกระเจี๊ยบเขียว

1.การเตรียมดิน ขุดไถดินและตากดินทิ้งไว้ประมาณ 15-20 วัน เพื่อกำจัดโ ร ค พืชและศั ต รูพืช จากนั้นหว่านปุ๋ยคอกเสริมคอกเสริมธาตุอาหารในดินประมาณ 0.5-1 ต้นต่อไร่ อาจเลือกติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์หรือเลือกปล่อยน้ำเข้าร่องแปลงก็ได้ จัดระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระหว่างแถว 1 เมตร พร้อมร่องน้ำประมาณ 50 เซนติเมตร

2.วิธีปลูกกระเจี๊ยบเขียวสามารถทำการข ย า ยพั น ธุ์ด้วยวิธีการเ พ า ะเ ม ล็ ด โดยแช่น้ำหมักชีวภาพนาน 15 – 20 นาที เพื่อกำจัดโ ร ค จากนั้นนำมาผึ่งให้แห้ง ในที่ร่ม ก่อนนำไปปลูกลงแปลงใช้เ ม ล็ ด พั น ธุ์ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถนำมาทำการเพาะปลูกได้ โดยเลือกเ ม ล็ ด พั น ธุ์ที่สมบูรณ์

วิธีดูแลรักษากระเจี๊ยบเขียว

การให้น้ำ

ในกรณีติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ ควรรดน้ำทุก 2 วัน ครั้ง นานครั้งละ 10-15 นาทีหากต้องการปล่อยน้ำตามร่อง ควรให้อาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากกระเจี๊ยบเขียวเป็นพืช ที่ทนสภาพความแห้งแล้งได้ดี

การใส่ปุ๋ย

บำรุงด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักชีวภาพ ก่อนเข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยวใส่ประมาณ 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ บำรุงเสริม และควรเสริมความต้านทานโ ร ค ในช่วงระยะเก็บเกี่ยวฝักด้วยน้ำหมักชี ว ภ า พ ฉีดพ่ นทางใบทุก 7-10 วันครั้ง หรือใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16  อัตราใส่ปุ๋ยโดยปกติ 20 วันต่อครั้ง ปริมาณปุ๋ย 10-25 กก.ต่อไร่ต่อครั้งตามความอุดมสมบูรณ์ของดิน ซึ่งใช้ปุ๋ยประมาณ 75-100 กก.ต่อไร่ต่อฤดูปลูก

การป้องกันและกำจัดศั ต รู พื ช

โดยมากกระเจี๊ยบเขียวจะมีศั ต รู พืชจำพวก แมลงหวี่ขาวเ พ ลี้ ยไฟและเ พ ลี้ ยจักจั่น ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการใช้น้ำส้มควันไม้ ฉีดพ่น ทุก 7 วันต่อครั้ง

กระเจี๊ยบเขียว วิธีการเก็บเกี่ยว

เมื่อกระเจี๊ยบเขียวอายุต้นครบ 45 วันจะเริ่มทำการเก็บเกี่ยวกระเจี๊ยบเขียวได้ เก็บได้วันละ 1 ฝัก ตลอด 90 วันหรือนานกว่านั้นเล็กน้อย เฉลี่ยการเก็บเกี่ยวประมาณ 90 ฝักต่อต้นต่อรุ่น การเก็บควรใช้มีดคมตัดให้ขาดครั้งเดียว และไม่ควรเก็บใส่รวมกันครั้งละมากๆ

ขอบคุณ ภาพจาก www.bansuanporpeang.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here