ข้าวโพดกินดิบได้ สุดยอดข้าวโพดหวานแดงราชินีทับทิมสยาม พัฒนาโดยฝีมือคนไทย

0
820

จุดเด่น หวานกรอบอร่อย
ล่าสุดผลงานของด็อกเตอร์ผู้นี้คือ การพัฒนาพั น ธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง “ราชินีทับทิมสยาม” (Siam Ruby Queen) ถือเป็นข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลก ที่เกิดจากการปรับปรุงพั น ธุ์โดยฝีมือคนไทย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันสวยสด รวมทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ สามารถรับประทานสดได้เลย ทำให้ได้รสชาติที่หวานและมีความกรอบในตัว และในอีกไม่ช้าจะมีพั น ธุ์ Siam Ruby Queen 2 เข้ามาเสริม ซึ่งพั น ธุ์นี้จะมีรสชาติที่หวานอร่อยกว่าเดิม

สำหรับประโยชน์ของข้าวโพดแดงนี้ มีปริมาณส า รแอนโทไ ซ ย านิน (anthocyanin) สูง ซึ่งส า รตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่มีในดอกอัญชันที่นำมาต้มดื่มกันเพื่อสุ ข ภ า พ เป็นส า รรงควัตถุสีม่วง-แดง ที่มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง โดยมีจำนวนมากทั้งในเ ม ล็ ด ซัง และไหมข้าวโพด ซึ่งนำเมล็ดมารับประทานตามปกติก็ได้ หรือจะนำไหมกับซังมาต้มเพื่อสกัดส า รตัวนี้ก็ได้ ถ้ารับประทานเ ม ล็ ดข้าวโพดตัวนี้มีกลิ่นหอมคล้ายๆ ผลไม้บางชนิด และมีรสชาติหวานกรอบเป็นเอกลักษณ์

การปลูก

ก่อนปลูกให้นำเมล็ดมาแช่น้ำประมาณ 30 นาที เพื่อให้ต้นกล้างอกได้เร็ว และกำเ ม ล็ ดที่ไม่สมบูรณ์ทิ้ง

1.เตรียมดินด้วยการไถดะลึกประมาณ 15 ซม. เพื่อตากดินให้แห้ง กำจัดวัชพืช และกำจัดไข่หรือตัวอ่อนแมลง โดยตากดินประมาณ 1 สัปดาห์ และหลังจากนั้นให้ทำการไถแปรอีก 1 ครั้ง เพื่อให้ก้อนไถแตกเป็นก้อนเล็ก และทำการตากดินอีกประมาณ 1 สัปดาห์

2.การปลูกสามารถปลูกเป็นแถวโดยการยก ร่องหรือปลูกหลังการเตรียมดินเสร็จโดยไม่ยกร่องก็ได้ แต่พื้นที่ควรเป็นพื้นที่ที่สามารถระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขังในกรณีที่ฝนตก ทั้งนี้ การปลูกข้าวโพดนิยมปลูกโดยการยกร่องมากกว่า เพราะง่ายต่อการดูแล การให้น้ำ การให้ปุ๋ย และการควบคุมวั ช พื ช

3.การปลูกโดยไม่ยกร่อง ให้ปลูกระยะระหว่างแถวที่ 70 เซนติเมตร ระหว่างต้นที่ 20 เซนติเมตร โดยหยอด 2 เ ม ล็ ดต่อหลุม หากงอกทั้งสองเ ม ล็ ดให้ถอนเหลือไว้เพียงหลุมละต้น

4.ส่วน ารยกร่อง ใช้วิธีการไถยกร่องสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างร่องประมาณ 70-80 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20 เซนติเมตร ยอดเมล็ด 2 เมล็ดต่อหลุม และให้ถอนต้นอ่อนให้เหลือหลุมละ 1 ต้น เมื่อต้นอ่อนตั้งต้นได้แล้วหรือต้นอ่อนสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร

การดูแล
การให้น้ำ สำหรับแปลงปลูกที่มีการยกร่องสามารถให้น้ำตามร่องดินเพื่อให้ความชุ่มชื้น แก่ดินก่อนปลูก หลังการหยอดเมล็ดเมื่อเมล็ดงอกแล้ว 1 สัปดาห์ เริ่มให้น้ำตามร่อง โดยให้ที่ความถี่ 1-2 ครั้ง/เดือน โดยขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นของดิน ทั้งนี้ในช่วงติดฝักพึงระวังอย่าให้ดินแห้งเป็นดีที่สุด

การใส่ปุ๋ย

ให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือมูลสั ต ว์ในอัตราต้นละ 0.3 กิโลกรัม หรือ 2 กำมือต่อต้น ให้ใช้สูตร 20-20-0 โดยการใส่รองพื้นหรือใส่เมื่อเ ม ล็ ดงอกแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ และให้สูตร 12-12-24 ในอัตราเดียวกันในช่วงก่อนติดฝัก

การกำจัดวั ช พื ช ให้ทำการถอนวัชพืชเป็นระยะ 1 ครั้งต่อเดือน หลังเ ม ล็ ดงอกแล้ว และสามารถยึดได้เมื่อต้นข้าวโพดโตจนสามารถคุมดินได้แล้ว

การเก็บเกี่ยว

จะสามารถเก็บผลได้โดยสังเกตุที่ใยไหมมีสีน้ำตาล เมื่อบีบที่ปลายฝักจะยุบตัวง่าย ซึ่งจะมีอายุการเก็บเกี่ยวในช่วง 55-65 วัน ทั้งนี้การเก็บเพื่อความแน่ใจควรสุ่มเก็บในแปลงประมาณ 2-3 ฝัก ในจุดต่างๆ ของแปลงเสียก่อน หรือเปิดดูเ ม ล็ ด หากเมล็ดมีลักษณะอวบเต็มไม่มีช่องว่างระหว่างเมล็ดก็สามารถเก็บผลผลิตได้

ข้าวโพดชนิดนี้ขายได้ในราคาที่สูงกว่าข้าวโพดหวานสีเหลืองด้วย ขายได้ฝักละ 10 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าพั น ธุ์นี้เป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกร เพื่อที่จะได้ขายสินค้าเกรดพรีเมี่ยม ด้วยความที่เ ม ล็ ดพั น ธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง ยังไม่มีขายอ ย่ า งแพร่หลาย จึงมีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสบางรายซื้อแล้วไปขายต่อ ในราคาเ ม ล็ ดละ 3 บาท

ผู้สนใจ อยากศึกษาดูงานเรื่องการปลูกข้าวโพดหวาน โทร.ติดต่อที่ (036) 716-233-4 หรือ (081) 825-0403 หรือที่เฟซบุ๊ก ของ ดร.ทวีศักดิ์ (taweesak.pulam) หรือจะไปดูที่แปลงของบริษัท ที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

แหล่งที่มา เทคโนโลยีชาวบ้าน

เรียบเรียง วิถีชีวิตเกษตรพอเพียง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here