5 ส มุ uไ w s ที่ควรปลูกไว้ในบ้าน

0
1250

นอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การปลูกผักส มุ uไ w sไว้กินเองยังสร้างความอุ่นใจว่าผักหรือสมุนไพรทุกต้นจะปลอดภัยจากสาร

แถมแต่ละชนิดยังมีสรรพคุณในการรักษาโ s คต่างๆ และบำรุงร่างกายได้เป็นอย่ างดี รุ่นใหญ่สามารถปลูกไว้ภายในบริเวณบ้านและง่ายต่อการดูแล

1.​มะระuี้นก

​หวานเป็นลม ขมเป็นย า เป็นการบรรย ายสรรพคุณของผักส มุ uไ w sชนิดนี้ได้ดีที่สุด มีการศึกษาพบว่าสารในมะระขี้นก ออกฤ n ธิ์คล้ายอินซูลินและช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินด้วยและยังยับยั้งการสังเคราะห์กลูโคสและเพิ่มการใช้กลูโคสของตับอ่อน

การปลูกมะระuี้นก

​นำกล้ามะระขี้นกที่เพาะในถุงดำหรือนำเ ม ล็ ดลงปลูกได้เลย จำนวน 2-3 เมล็ดต่อหลุมกลบดินบางๆรดน้ำให้ชุ่มเมื่อต้นกล้างอกพ้นดิน

เริ่มทอดยอดทำการปักค้างด้วยไม้ใผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วทุกหลุม ขึงตาข่ายเอ็นใช้เชือกมัดติดกับหลักด้านบนและด้านล่างหลักทุกหลักและมัดเชือกยึดหัว-ท้ายร่อง หมั่นจับเถามะระuี้นกให้เกาะยึดและเลื้อยกระจายทิศทางกันไปใช้เวลา 50-60 วัน ก็เก็บผลผลิตได้

​วิธีการใช้

นำผลมะระuี้นกมาหั่ นเอาเฉพาะเ นื้ อตากแดดให้แห้ง ใช้เ นื้ อมะระuี้นกแห้ง 1-2 ชิ้น ชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วยดื่มครั้งละ 2 ถ้วยวันละ 3 เวลา

2.ชะพลู

​นอกจากใช้รับประทานกับเมี่ยงคำผักใบเขียวหน้าตาคล้ายพลูยังจัดให้เป็นหนึ่งในส มุ uไ w sพื้นบ้านที่ใช้รักษาอาการต่างๆ มาช้านาน หลายๆ ตำรายังบอกว่ามีสรรพคุณแก้โ s คเบาหวาน ส่วนของใบยังช่วยชะลอการขย ายตัวของเ ซ ล ล์

ใบชะพลูมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณมากซึ่งช่วยบำรุงและรักษาสายตาช่วยในการมองเห็นป้องกันโ s คตาบ อ ดตอนกลางคืน แก้โ s คตาฟางเป็นต้นใบชะพลูมีรสเผ็ดร้อนช่วยทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้นช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระต่างๆ

​การปลูกต้นชะพลู

​ใช้วิธีขย ายพั น ธุ์ด้วยการตัดหรือเด็ดกิ่งก้านส่วนยอดของต้นชะพลูมาทำการปักชำในดินร่วนซุย โดยให้มีใบติดอยู่สัก 2-3 ใบ แต่ละกิ่งก้านที่ปักชำให้มีระยะห่างกันราว 10-15 เซนติเมตร

วางกระถางปลูกในที่ร่มรำไรและห มั่ นรดน้ำพรวนดินทุกวันวันละ 1 ครั้งจากนั้นชะพลูก็จะออกรากและเติบโตเป็นต้นภายใน 1-2 เดือน

​วิธีการใช้

ใช้ชะพลูสดทั้งต้นประมาณ 7 ต้น นำมาล้างน้ำให้สะอาดใส่น้ำพอท่วมแล้วต้มให้เดือดสักพัก แล้วนำมาดื่มเป็นชา (ทั้งต้น)

3.ตำลึง

​นอกจากจะเป็นวัตถุดิบในการทำเมนูแกงจืดรสเด็ดซึ่งส่วนที่ออกฤ n ธิ์นั้นใช้ได้ทั้ง ใบ ราก ผล รวมถึงตำราย าอายุเวทเก่าแก่นับพั นปี ก็บันทึกไว้ว่าตำลึงใช้เป็นยาแก้เบาหวานได้เป็นอย่ างดีและยังมีวิ ต า มิ นเอสูง มีวิ ต ามิ นซี มีวิ ต ามิ น บี 3 ช่วยบำรุงผิ วห นั งมีธาตุเหล็กยังช่วยไม่ให้ท้องผูกเพราะมีใยอาหารจำนวนมาก

​การปลูกตำลึง

​ตำลึงสามารถขย ายพั น ธุ์ใด้ 2 วิธีคือ การเพาะเ ม ล็ ด และการปลูกด้วยเถาการเพาะเ ม ล็ ดนั้นก็กระทำเช่นเดียวกับการเพาะเ ม ล็ ดพืชทั่วๆไปแต่วิธีนี้ค่อนข้างจะใช้เวลานานกว่าวิธีปลูกด้วยเถา

โดยการเอาเถาตำลึงที่แก่มาตัดออกเป็นท่อนย าวประมาณ 6-8 นิ้ว แล้วนำไปชำไว้ในกระบะเพาะชำหรือจะนำไปปลูกเลยก็ได้ใช้เวลาเพียง 1 เดือนก็สามารถเก็บกินได้

วิธีใช้

ให้กินพร้อมมื้ออาหารให้ได้วันละ 1 กำมือ หรือจะใช้วิธีตามตำรานำยอดตำลึง 1 กำมือปรุงรสด้วยการใส่เกลือหรือน้ำปลาเล็กน้อยแล้วนำไปห่อด้วยใบตองเอาไปเ w าไฟให้สุกกินให้หมดให้กินก่อนนอนติดต่อกัน 3 เดือน

4.กะเพรา

​ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านความเครียด แก้หืด ต้านอั ก เ ส บ แก้ไข้ แก้ปวดในใบกะเพรามีน้ำมันหอมระเหยและพฤกษาเ n มีหลายชนิดนักวิจัยพบว่าช่วยทำให้ตับอ่อนผลิตและหลั่งอินซูลินได้ดีขึ้น

การปลูก

เตรียมดินละเอียดเทลงไปในกระถาง หว่านเ ม ล็ ดให้ทั่วแปลงใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ควรใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆจากนั้นอีกประมาณ 7 วัน

เ ม ล็ ดจะงอกเป็นต้นกล้า รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ก็ค่อยๆถอนแยกจัดระยะต้นให้ทีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร รอให้ต้นกล้าโตเต็มที่จากนั้นก็เก็บใบมารับประทานได้แล้ว

​วิธีใช้

สำหรับผู้ป่ ว ยโ s คเ u าหวานให้นำใบกะเพราตากแห้ง แล้วบดผง นำมา 1 ช้อนชา ชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วย กินวันละ 3 ครั้ง กะเพราเหมาะกับผู้ป่ ว ยเ บ าหวานไม่sุ น แ s งแบบเป็นเล็กน้อยถึงปานกลาง

5.​เตยหอม

ส มุ uไ w sใกล้ตัวมักนำมาทำเป็นเครื่องดื่มรสอร่อยหอมชื่นใจ ทำเป็นอาหารคาวหวานได้อีกหลายชนิด มีสรรพคุณทางย าของต้นเตยหอม เป็นชาชงช่วยบำรุงกำลัง บำรุงหั วใ จให้ชุ่มชื่นใช้แก้ไข้แก้อ่อนเพลียส่วนของรากเตยหอมใช้เป็นย าขับปั ส ส า วะ ลดความดันและลดเบาหวาน

การปลูกเตยหอม

ขุดหลุมปลูกให้มีความห่างระหว่างหลุมและระหว่างแถวประมาณ 30-50 ซม. แล้วจึงนำต้นพั น ธุ์ลงปลูก รดน้ำพอชุ่มแต่ไม่จำเป็นต้องให้น้ำหลังจากการปลูก

วิธีใช้

ใช้รากเตยหอม 1 ขีด สับเป็นท่อนเล็ก ๆ ใส่น้ำประมาณ 1 ลิตร ต้มให้เดือดแล้วหรี่ไฟลง เคี่ยวต่อไป 15-20 นาที ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 เวลาเวลาต้มจะปรุงแต่งใส่ใบเตยหอมให้มีสีสันและเพิ่มกลิ่นหอมให้ชวนดื่มก็ได้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.matichonweekly.com/lifestyle/article_22143,https://medthai.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here