ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ข้าวที่ได้รับความนิยมสูงน่าปลูกรสชาตดี เอกลักษณ์ของข้าวชาวสุรินทร์

0
188

ข้าวหอมมะลิสุรินทร์

ประวัติพั น ธุ์

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการปลูกข้าวมาอย่างยาวนานจากร่องรอยข้าวเปลือกหรือแกลบที่ตั้งอยู่ในซากโบราณวัตถุสันนิษฐานได้ว่า มีการปลูกมาแล้วมากกว่า 5,500 ปี แต่การเพาะปลูกข้าวหอมมะลิในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เริ่มปลูกหลังจากทางราชการมีการปรับปรุงพั น ธุ์ข้าวหอมมะลิและรับรองพั น ธุ์ในปี 2502 ในชื่อพั น ธุ์ “ขาวดอกมะลิ 105” และมีการปรับปรุงพั น ธุ์ดังกล่าว ทําให้อายุข้าวเบากว่าประมาณ 10 วัน มีการรับรองในชื่อพั น ธุ์ “กข 15″ จังหวัดสุรินทร์

ในอดีตประชากรประกอบด้วยชนชาติต่างๆ เช่น ชาวไทย-กูย ไทย-ลาว และไทย-เขมร ซึ่งปลูกข้าวมาแต่โบราณมีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับข้าวมากมาย รวมถึงการเลี้ยงช้างเพื่อช่วยงานเกษตรกรรม และปัจจุบันเป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105 และ เมล็ดพันธุ์ กข. 15

ที่บริสุทธิตรงตาม พั น ธุ์และมีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งได้มีการส่งเสริมการทําเกษตรอินทรีย์อย่ างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เกษตรกรมีการปลูกข้าวหอมมะลิเป็นพืชหลักจนมีชื่อเสียง ซึ่งชาวสุรินทร์กล่าวว่า “ข้าวหอม มะลิสุรินทร์ หอม ย าว ขาว นุ่ม”

ลักษณะประจำพั น ธุ์

“ข้าวหอมมะลิสุรินทร์” ( Surin Hom Mali Rice ) หมายถึงข้าวเปลือก ข้าวกล้องและข้าวขาวที่แปรรูปมาจากข้าวเปลือกพั น ธุ์ข้าวหอมที่ไวต่อช่วงแสงคือพั น ธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ กข 15 ที่ผลิตในจังหวัดสุรินทร์ ในฤดูนาปีและมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ

ความสัมพันธ์กับแหล่งภูมิศาสตร์

ลักษณะภูมิประเทศ จังหวัดสุรินทร์มีปาที่อุดมสมบูรณ์มีแหล่งน้ำธรรมชาติ และทุ่งนาที่ใช้ในการปลูกข้าวสภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายและดินเหนียวมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และไม่อุ้มน้ำ สภาพพื้นที่ไม่เป็นแอ่งกะทะ น้ำไม่ท่วมขังนาน มีระบบ กักเก็บถ่ายเทน้ำได้ง่าย

การเพาะปลูกข้าวขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศและอาศัยน้ำฝนเป็นหลักจึงต้องทําคันนาและแบ่งพื้นนาออกเป็นแปลง ๆ เพื่อประโยชน์ในการเก็บกักน้ำให้พอเพียงต่อการเจริญเติบโตของข้าวที่นามีสองลักษณะคือนาดอนและนาลุ่ม พื้นที่นาดอนเหมาะสําหรับปลูกข้าวพั น ธุ์ กข 15 ซึ่งมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ส่วนพื้นที่นาลุ่มเหมาะสําหรับปลูกข้าวพั น ธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งมีอายุการเก็บเกี่ยวย าวกว่า

คุณค่าทางโภชนาการ

ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ยังอุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์นานาชนิดเช่น วิตามินบี 1 ช่วยป้องกันโ s คเหน็บชา และวิตามินบี 2 ที่ช่วยป้องกันโ s คปากนกกระจอก

ไนอะซีนช่วยในการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไ ส้ โปรตีนช่วยในการเสริมสร้างการเจริญเติบโต ไขมันช่วยในการทำงานของระบบป ร ะส า ทและกล้ามเ นื้ อ แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยในการสร้างกร ะ ดู กและฟันและที่สำคัญยังให้พลังงานแก่ร่างกาย

แหล่งที่มา https://www.thairicedb.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here